
ช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยบวกให้ติดตามต่อเนื่อง ตั้งแต่ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ที่เติบโตแข็งแกร่ง เงินลงทุนจากต่างชาติที่ยังไหลเข้ามา ไปจนถึงแรงซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทย ซึ่งช่วยเพิ่มความหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ยังต้องจับตา
อีกหนึ่งสัญญาณบวกที่ไม่ควรมองข้าม คือ การส่งออกไทยที่เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 26 โดยมีแรงหนุนสำคัญจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยี AI ขณะที่สินค้าเกษตรและอาหารก็เป็นอีกกลุ่มที่ช่วยขับเคลื่อนการส่งออก
Thairath Money รวบรวมมาให้แล้วว่า การเติบโตครั้งนี้จะส่งผ่านไปยังผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยอย่างไร และหุ้นกลุ่มไหนมีโอกาสได้รับประโยชน์มากที่สุด
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า การส่งออกของไทยในเดือนกันยายน 2569 ขยายตัว 24.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีมูลค่า 38,438.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดเป็นประวัติการณ์
โดยมีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ขยายตัว 66.3% จากการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง AI และ Data Center
ซึ่งสหรัฐฯ เป็นตลาดหลักด้วยสัดส่วน 48.2% ของการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด และการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไปสหรัฐฯ โต 68.2% ส่งผลให้การส่งออกไปสหรัฐฯ โดยรวมขยายตัว 50.1% ในเดือนดังกล่าว
นอกจากอิเล็กทรอนิกส์ การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารก็ขยายตัวสูงขึ้น เช่น ยางพารา อาหารสัตว์เลี้ยง ผลไม้สด ไก่แปรรูป และกุ้ง ขณะที่การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปขยายตัวเร่งขึ้นตามปัจจัยด้านราคา
อย่างไรก็ตาม การส่งออกข้าวยังหดตัวต่อเนื่องท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และการส่งออกไปตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบ ส่วนการส่งออกทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปหดตัวอย่างมีนัยสำคัญตามราคาที่ปรับลดลง
ด้านการนำเข้าในเดือนเดียวกันขยายตัวเร่งขึ้นที่ 50.4% มีมูลค่า 44,295.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน โดยมีสินค้าเชื้อเพลิงโต 45.7% ตามราคาที่สูงขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้า และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงปรับประมาณการส่งออกปี 2569 จาก 14.0% เป็น 20.5% และการนำเข้าจาก 27.0% เป็น 34.0% พร้อมคาดว่าการนำเข้าจะขยายตัวสูงกว่าการส่งออก จากราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูง ความต้องการสินค้าทุนและสินค้าขั้นกลาง และมาตรการภาษีสรรพสามิตรถยนต์ EV นำเข้าที่คาดว่าจะมีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2570
ซึ่งอาจกระตุ้นให้มีการเร่งนำเข้าก่อนมาตรการมีผล ทำให้ดุลการค้าตามฐานศุลกากรมีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่อง แต่โดยรวมคาดว่าจะใกล้เคียงกับประมาณการเดิม
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าการส่งออกเดือนกันยายนเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์เป็นแรงหนุนหลัก ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรขยายตัวเช่นกัน อาทิ ยางพารา ไก่สดแช่แข็ง และอาหารสัตว์เลี้ยง อย่างไรก็ตาม การนำเข้าที่เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อนกดดันให้ดุลการค้าขาดดุล
โดยมองเป็นบวกกับหุ้น DELTA, HANA, KCE, ITC และ TU พร้อมประเมินดัชนี SET อยู่ในกรอบ 1,570-1,590 จุด เป็นไปตามคาด จากกระแสเงินไหลเข้ากลุ่ม Value และต่างชาติซื้อสุทธิ 3,532 ล้านบาท
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การส่งออกไทยเดือนกันยายน 2569 ขยายตัว 24% หนุนให้การส่งออก 9 เดือนแรกของปีขยายตัว 19.6% จากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงกับ AI รวมถึงสินค้าเกษตรและอาหาร
ขณะที่ทั้งปีมีโอกาสขยายตัวสูงสุด 19% แตะระดับสถิติใหม่ราว 4.05 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม การนำเข้าที่ขยายตัวถึง 50.4% ทำให้เดือนกันยายนขาดดุลการค้า 5.86 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยประเมินเป็นบวกต่อหุ้นส่งออกกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และอาหาร เช่น DELTA, KCE, HANA, ITC และ AAI แต่การขาดดุลการค้าที่สูงอาจกดดันค่าเงินบาท และต้นทุนของบริษัทที่พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า
ขณะที่บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า คาดว่าทั้งปี 2569 จะเติบโตได้ถึง 19% ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ราว 4.05 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมองเป็นบวกต่อกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ HANA, DELTA และ KCE และกลุ่มอาหาร ได้แก่ TU และ ITC
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney