EPS หุ้นไทยลุ้นนิวไฮ! Bloomberg Consensus อัพกำไรแตะ 107.6 บาท ลุ้นดัชนีไปต่อ

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

EPS หุ้นไทยลุ้นนิวไฮ! Bloomberg Consensus อัพกำไรแตะ 107.6 บาท ลุ้นดัชนีไปต่อ

Date Time: 11 ส.ค. 2569 12:02 น.

Video

Aunyanuphap Consulting คู่คิดธุรกิจครอบครัว | On The Rise EP.27

Summary

ลุ้นกำไรตลาดหุ้นไทยโตแรง Bloomberg อัพเป้า EPS แตะ 107.60 บาท ทำสถิติสูงสุด หนุน SET ลุ้นไปต่อ แนะจับตา MSCI Rebalance

Latest


ตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่ช่วงที่ปัจจัยพื้นฐานด้านกำไรเริ่มกลับมามีน้ำหนักมากขึ้น หลังประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนถูกปรับขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดค่าเฉลี่ยประมาณการของนักวิเคราะห์จาก Bloomberg พบว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดโดยรวมถูกปรับขึ้นสู่ระดับ 107.60 บาทต่อหุ้น ทำสถิติสูงสุด

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการที่ EPS ทำจุดสูงสุดใหม่ แต่คือการปรับประมาณการกำไรขึ้นกำลังช่วยลดแรงกดดันด้าน Valuation ของตลาด แม้ SET จะปรับตัวขึ้นมาแล้วก็ตาม

ซึ่งนักวิเคราะห์ฯ มองว่าการที่กำไรถูกปรับขึ้นเป็นแรงส่งให้ดัชนีมีโอกาสเดินหน้าต่อได้ ท่ามกลางตลาดโลกที่ยังต้องเผชิญความผันผวนจากราคาน้ำมัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และทิศทางดอกเบี้ย

คาดกำไรตลาดหุ้นไทยโตแรง ช่วยกด Valuation

การปรับประมาณการ EPS ขึ้นมีนัยสำคัญต่อ Valuation เพราะเมื่อกำไรที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตเพิ่มขึ้น ค่า Forward P/E จะลดลงตามไปด้วย

ดังนั้น แม้ตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นมาแล้ว แต่หาก EPS ยังถูกปรับขึ้นต่อเนื่อง ตลาดก็จะมี “กำไร” เข้ามารองรับระดับราคาที่สูงขึ้น

ภาพดังกล่าวทำให้การปรับขึ้นของ SET ในรอบนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงการที่นักลงทุนยอมจ่าย P/E สูงขึ้นเท่านั้น แต่ตลาดกำลังปรับขึ้นพร้อมกับฐานกำไรที่ถูกยกระดับขึ้น ซึ่งแตกต่างจากภาวะที่ดัชนีปรับตัวขึ้นจากการขยายตัวของ Valuation เพียงอย่างเดียว

บล.พาย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ตลาดยังอยู่ในช่วงติดตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/2569 ขณะที่ข้อมูลล่าสุดจากค่าเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ใน Bloomberg พบว่า มีการปรับประมาณการกำไรตลาดโดยรวมขึ้นสู่  107.6 บาทต่อหุ้น ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์และสูงสุดของปีนี้ ส่งผลให้ Forward P/E ล่าสุดอยู่ที่เพียง 15.1 เท่า โดยมองว่าภาพกำไรที่ดีขึ้นดังกล่าวเป็นแรงส่งให้ SET มีโอกาสเดินหน้าต่อ

พร้อมประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET วันนี้ไว้ที่ 1,615–1,645 จุด โดยมองว่าพื้นฐานของตลาดที่ดีขึ้นจากการปรับประมาณการ EPS เป็นหนึ่งในปัจจัยสนับสนุน พร้อมแนะนำลงทุนต่อในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ได้แก่

  • กลุ่มธนาคาร BBL, KBANK, KTB และ SCB
  • กลุ่มค้าปลีก CPALL, CRC และ CPN
  • กลุ่มท่องเที่ยว AOT, CENTEL, MINT และ ERW
  • กลุ่มการเงิน MTC และ SAWAD
  • กลุ่มส่งออก ITC และ TU

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยต่างประเทศยังเป็นตัวแปรที่อาจจำกัด Upside ของตลาด โดยราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTTEP, PTTGC และ PTT

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนและเงินเฟ้อ ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐกลับมาปรับตัวขึ้นทั้งพันธบัตรอายุ 2 ปีและ 10 ปี โดยเฉพาะรุ่น 10 ปี ซึ่งอาจกดดันสินทรัพย์เสี่ยงและทำให้ตลาดหุ้นมีความผันผวนมากขึ้น

จับตา MSCI Rebalance

นอกจากปัจจัยด้านกำไรที่กำลังถูกปรับประมาณการขึ้นแล้ว ตลาดหุ้นไทยยังมีอีกปัจจัยที่ต้องจับตา นั่นคือการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI Rebalance ในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ ซึ่งอาจทำให้เกิดแรงซื้อขายและการเก็งกำไรในหุ้นบางกลุ่ม

บล.ดาโอ (ประเทศไทย) มองว่า การปรับน้ำหนักดัชนีของ MSCI Rebalance อาจทำให้เกิดแรงเก็งกำไรเข้ามาในหุ้นบางกลุ่มในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การลงทุนยังควรให้น้ำหนักกับหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยเฉพาะหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการจะออกมาดีและมีแนวโน้มการเติบโตของกำไรอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากแรงเก็งกำไรจาก MSCI อาจเป็นปัจจัยหนุนเพียงชั่วคราว

อย่างไรก็ดี บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยระยะสั้นยังมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน โดยต้องจับตาแรงซื้อขายจาก MSCI Rebalance ขณะที่ภาพตลาดเริ่มเห็นสัญญาณ Sector Rotation โดยเม็ดเงินมีแนวโน้มหมุนเข้าสู่หุ้นที่ราคายัง Laggard รวมถึงหุ้นที่มีสัดส่วนการถือครองของนักลงทุนต่างชาติอยู่ในระดับต่ำ

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนจึงควรเน้น Selective Buy เลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับและมีโอกาสเห็นการเติบโตของกำไรต่อเนื่อง มากกว่าการไล่ซื้อหุ้นตามแรงเก็งกำไรระยะสั้นจากการปรับน้ำหนักดัชนี


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ