
SpaceX รายงานผลประกอบการเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ รายได้โตดีเกินคาด แต่ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะทำกำไรได้ แม้จะมีเพียง Starlink เท่านั้นที่ไม่ยังขาดทุน แถมบริษัทยังทุ่มลงทุนอีกมหาศาลในธุรกิจกลุ่ม AI เร่งสร้าง Data Center ในอวกาศ
SpaceX บริษัทจรวดและอวกาศของ อีลอน มัสก์ เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ประจำปี 2026 ซึ่งเป็นครั้งแรกหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น แม้จะมีรายได้เข้ามาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ แต่ภาพรวมธุรกิจ SpaceX ยังคงขาดทุน มีเพียง Starlink ที่สามารถทำกำไรได้ ส่วนหุ้นของบริษัทก็ผันผวนหนักมาตลอดนับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อมิถุนายนที่ผ่านมา
รายได้ของ SpaceX ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ และผลขาดทุนก็ขาดทุนน้อยกว่าที่คาด โดยผลประกอบการสำคัญมีดังนี้
เบรต จอห์นเซน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ SpaceX เปิดเผยระหว่างการประชุมนักวิเคราะห์ว่า บริษัทกำลังอยู่บนเส้นทางที่จะสร้างรายได้ประจำต่อปี (Annualized Recurring Revenue: ARR) แตะ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปีนี้
ปัจจุบัน ธุรกิจที่สร้างกำไรให้ SpaceX มีเพียง Starlink บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม ที่ปัจจุบันให้บริการทั้งลูกค้าทั่วไป รวมถึงหน่วยงานรัฐบาลและกองทัพ โดยรายได้ในแต่ละธุรกิจช่วงไตรมาส 2 มีดังนี้
แม้ว่ารายได้ทุกธุรกิจจะออกมาสูงกว่าคาด แต่ยังไร้วี่แววของผลกำไรอย่างชัดเจน
SpaceX เปิดเผยว่า ณ สิ้นไตรมาส 2 มีผู้ใช้งาน Starlink ที่กว่า 12 ล้านราย ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้เล็กน้อยที่ 12.19 ล้านราย แม้จำนวนลูกค้าจะต่ำกว่าคาด แต่ Starlink ยังคงเป็นธุรกิจเดียวของ SpaceX ที่สร้างกำไร โดยให้บริการผ่านเครือข่ายดาวเทียมมากกว่า 10,000 ดวง
นอกจากนี้ กวินน์ ช็อตเวลล์ ประธานของ SpaceX เปิดเผยว่า บริษัทได้เริ่มจับมือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในหลายประเทศ เพื่อขยายบริการ Starlink Mobile หรือสัญญาณมือถือผ่านดาวเทียมแล้ว
เป้าหมายสำคัญในระยะสั้นคือ การส่งดาวเทียม Starlink Mobile รุ่น V2 ขึ้นสู่วงโคจร ตั้งเป้าให้บริการ Starlink Mobile หรือสัญญาณมือถือแบบที่ใช้งานได้โดยไม่ต้องพึ่งเสาสัญญาณ ภายในปี 2027 และคาดว่าจะสามารถเริ่มให้บริการแก่ลูกค้ากลุ่มแรกได้ภายในช่วงปลายปีหน้า
นักลงทุนยังคงกังวลกับการใช้เงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลงประมาณ 8% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ และนับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้นเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ด้วยราคา IPO ที่ 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ราคาหุ้น SpaceX ปรับตัวลดลงแล้วราว 16%
หลังเข้าซื้อขายในตลาด ราคาหุ้นของ SpaceX ต้องเผชิญแรงขายต่อเนื่องจากทั้งความผันผวนของหุ้น IPO และแรงเทขายหุ้นกลุ่ม AI ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัทหายไปรวมกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จากจุดสูงสุด
แต่คาดว่าแรงกดดันอาจยังไม่จบ เพราะภายในสัปดาห์นี้ หุ้น SpaceX มูลค่ารวมกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะพ้นช่วงล็อกอัป (Lock-up) และสามารถขายในตลาดได้เป็นครั้งแรก ซึ่งอาจเพิ่มแรงขายต่อราคาหุ้น
ปัจจุบัน SpaceX มีมูลค่าบริษัทประมาณ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่า Tesla และอยู่ในระดับเดียวกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายแห่ง โดยมูลค่าดังกล่าวสะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนต่อแผนขยายธุรกิจของอีลอน มัสก์ ทั้งด้านอวกาศ ดาวเทียม และ AI
ผลประกอบการที่เปิดเผยออกมาครั้งนี้สะท้อนว่า แม้ SpaceX จะยังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่บริษัทกำลังอยู่ในช่วงเร่งลงทุนครั้งใหญ่ โดยเฉพาะด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้นักลงทุนยังจับตาว่าบริษัทจะสามารถเปลี่ยนการลงทุนมหาศาลในวันนี้ ให้กลายเป็นกำไรในอนาคตได้หรือไม่
ในปีก่อนหน้านี้ SpaceX ขาดทุนรวม 4,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สาเหตุหลักมาจากการเร่งลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI และสำหรับปีนี้ บริษัทเปิดเผยว่า รายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure หรือ CapEx) ในไตรมาส 2 พุ่งขึ้นแตะ 18,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเร่งลงทุนในธุรกิจ AI ซึ่งสูงกว่าที่นักลงทุนคาดไว้
ก่อนหน้านี้ บริษัทได้ควบรวมกิจการกับ xAI อีกธุรกิจของอีลอน มัสก์เอง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ในการเดินหน้าสร้าง Data Center ในอวกาศ
สำหรับแนวคิดของแผนสร้าง Data Center ในอวกาศ SpaceX ต้องการส่งเครือข่ายดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร เพื่อใช้พลังงานจากดวงอาทิตย์ประมวลผลข้อมูลบนอวกาศ ก่อนส่งข้อมูลกลับมายังโลก แม้แนวคิดนี้จะมีศักยภาพสูง แต่ก็ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล และยังไม่เคยมีใครพิสูจน์ว่าสามารถทำได้ในเชิงพาณิชย์
นอกจากนี้ บริษัทระบุด้วยว่า รายจ่ายลงทุนในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 จะยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาส 2 สะท้อนว่า SpaceX ยังเดินหน้าทุ่มงบลงทุนด้าน AI อย่างต่อเนื่อง
ส่วนธุรกิจปล่อยจรวด ซึ่งมีลูกค้ารายใหญ่อย่างกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และ NASA แม้จะมีสัญญามูลค่าสูง แต่ยังไม่สามารถสร้างกำไรได้
ธุรกิจฝั่งอวกาศนี้ยังมี Starship เป็นหัวใจสำคัญของแผนธุรกิจ เพราะจรวดชุดนี้คือเบื้องหลังความสำเร็จในการขยายเครือข่าย Starlink สร้าง Data Center ในอวกาศ ตลอดจนภารกิจส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์และดาวอังคาร
อีลอน มัสก์ กล่าวว่า บริษัทมีแผนจะเพิ่มความถี่ในการปล่อยจรวด Starship และภายใน 1 ปีข้างหน้านี้ บริษัทตั้งเป้าปล่อยจรวดให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 เที่ยวบิน และจะลดต้นทุนการส่งจรวดไปอวกาศลงอีกต่อเนื่อง
ด้าน Ken Herbert นักวิเคราะห์จาก Royal Bank of Canada ก็มองว่า Starship คือเครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนความทะเยอทะยานของ SpaceX และการลดต้นทุนจาก Starship จะเป็นตัวเร่งให้ตลาดอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมและการประมวลผลข้อมูลในอวกาศเติบโต
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney