
ก่อนการประกาศงบการเงินไตรมาส 2/2569 หุ้นบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่นักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิด หลังราคาปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น จากความคาดหวังต่อการเติบโตของธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากกระแสการลงทุนด้าน AI และ Datacenter ทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม แม้ผลประกอบการล่าสุดไตรมาส 2/69 ประกาศออกมาแล้วจะยังเติบโตทั้งรายได้และกำไรเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ตัวเลขกำไรสุทธิกลับออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ค่อนข้างมาก
ส่งผลให้แรงขายถาโถมเข้าหุ้น DELTA ทันทีในช่วงเปิดตลาด พร้อมกดดันดัชนี SET Index อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก DELTA เป็นหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปใหญ่ที่สุดของตลาดหุ้นไทย
DELTA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีรายได้จากการขาย 65,191 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 6.2% จากไตรมาสก่อน
โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้ากลุ่ม Power Electronics และโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับ AI และการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก
ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.3% จากปีก่อน แต่ลดลง 33.1% จากไตรมาสแรก แม้รายได้ยังเติบโตแข็งแกร่ง เนื่องจากบริษัทเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย เช่น
ก่อนการประกาศผลประกอบการ ราคาหุ้น DELTA ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น โดย ณ ราคาปิดวันที่ 24 กรกฎาคม 2569
การปรับตัวขึ้นดังกล่าวสะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนต่อการเติบโตของธุรกิจ AI และทำให้ตลาดตั้งความหวังต่อผลประกอบการในระดับสูง
แต่หลังประกาศผลประกอบการ นักลงทุนเทขายหุ้นในช่วงเปิดตลาดทันที โดยปิดตลาดช่วงเช้าวันนี้ ราคาหุ้น DELTA อยู่ที่ 289.00 บาท ลดลง -18.00 บาท หรือ -5.86% จากวันก่อนหน้า ส่งผลลบต่อดัชนี SET Index ประมาณ 17.82 จุด ขณะที่ดัชนีอยู่ที่ 1,632.48 จุด ลดลง -11.91 จุด หรือ -0.72%
นักวิเคราะห์ บล.กรุงศรี ระบุว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 6,075 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัย 23% และต่ำกว่าที่ตลาดคาด 30% ขณะที่กำไรปกติอยู่ที่ 5,527 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดถึง 36%
สาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเหลือ 26.8% จาก 31.7% ในไตรมาสก่อน รวมถึงค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มสูงกว่าคาด โดยเฉพาะค่าลิขสิทธิ์ที่จ่ายให้บริษัทแม่ และต้นทุนจากการขาดแคลนชิป
นอกจากนี้ มองว่าความผันผวนของราคาหุ้น DELTA จะกดดันดัชนี SET เนื่องจาก DELTA เป็นหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปใหญ่ที่สุดของตลาด คิดเป็นประมาณ 18.5% ของมูลค่าตลาดรวม และอาจส่งผลต่อแรงขายในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
อย่างไรก็ตาม เงินลงทุนที่ไหลออกจาก DELTA มีโอกาสหมุนเข้าสู่หุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่ม ธนาคาร สื่อสาร โรงไฟฟ้า โรงแรม และโรงพยาบาล ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันต่อภาพรวมตลาดได้บางส่วน
บล.กรุงศรี ยังคงคำแนะนำ "Reduce" หรือลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้น DELTA พร้อมราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 265 บาท
เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันยังสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกไปมาก โดยมีปัจจัยหลัก 2 ประการ ได้แก่ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่ออกมาต่ำกว่าคาด และการประเมินความอ่อนไหวที่ชี้ว่า บริษัทจำเป็นต้องรักษาการเติบโตของรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI ให้ได้ถึง 70% ต่อเนื่องทั้งปีนี้และปีหน้า พร้อมกับผลักดันการเติบโตของกำไรเฉลี่ย 50% ในช่วงปี 2569-2570
ซึ่งมองว่าเป็นเป้าหมายที่ท้าทายอย่างมาก หากไม่สามารถทำได้ตามที่ตลาดคาดหวัง ราคาหุ้นอาจยังเผชิญแรงกดดันในระยะข้างหน้า
นอกจากนี้ ผลประกอบการยังมีความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบและปัญหาการขาดแคลนชิป หากสถานการณ์ไม่คลี่คลายในไตรมาส 3/2569 อาจนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรในอนาคตได้
ที่มา: DELTA, SET, KSS
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้