
Moonshot AI สตาร์ทอัพสัญชาติจีนเจ้าดัง ที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อปี 2023 เผยเตรียม IPO ในตลาดฮ่องกงภายใน 6 เดือนนี้ หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากในการพัฒนาโมเดล AI อย่าง Kimi K3 ที่เคลมว่าเก่งเทียบชั้นได้กับ Claude และ ChatGPT ของสหรัฐอเมริกา
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา Moonshot AI สตาร์ทอัพสัญชาติจีน ได้เปิดตัวโมเดลใหม่ในชื่อ Kimi K3 จนสามารถดึงความสนใจจากทั่วโลกได้ในชั่วข้ามคืน หลังโมเดลนี้ได้รับยอมรับว่ามาตรฐานเทียบเท่ากับโมเดลระดับท็อปจากสหรัฐอเมริกา อย่าง OpenAI และ Anthropic
ก่อนหน้านี้ Moonshot AI ถูกมองว่าเป็นผู้พัฒนา AI ที่อยู่ใต้เงาของ DeepSeek มาต่อเนื่อง การเปิดตัวโมเดลใหม่ครั้งนี้ จึงสร้างความตื่นตาให้ทั้งตลาด นอกจากนี้ จากรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัทได้ประกาศออกมาจนสร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการ AI อีกครั้ง นั่นคือบริษัทเล็งยื่นจดทะเบียนเสนอขายหุ้นครั้งแรกต่อสาธารณะเร็ว ๆ นี้
นับตั้งแต่มีประกาศความเคลื่อนไหวของ Moonshot AI ออกมา นักลงทุนในตลาดหุ้น AI เริ่มเล็งเห็นแล้วว่า ธุรกิจจากฝั่งจีนกำลังหายใจรดต้นคอธุรกิจจากฝั่งสหรัฐฯ และแย่งส่วนแบ่งตลาดต่อเนื่อง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มนี้ร่วงลงมาทันทีหลังมีข่าวเผยแพร่ออกมา
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI ผันผวนหนักทั้งในตลาดจีนและสหรัฐฯ แม้ว่าจะมีคาดการณ์ผลประกอบการจากบริษัท AI ที่จะเติบโตกันหลายพันถึงหลายหมื่นเท่า แต่ด้านนักลงทุนกลับมองว่าหุ้นกลุ่มนี้เริ่มไม่คุ้มเสี่ยง จากจำนวนเงินลงทุนมหาศาลที่บริษัทเล็งจะทุ่มลงไปหลังจากนี้ แถมโมเดลของจีนเริ่มโชว์ผลงานดีเทียบเท่ากับโมเดลใหญ่จากสหรัฐฯ แล้ว
Moonshot AI คือสตาร์ทอัพสัญชาติจีน ก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปี 2023 โดย Yang Zhilin อดีตอาจารย์จากมหาวิทยาลัยชิงหวา ที่ก่อนหน้านี้เคยทำงานกับ Meta และ Google มาก่อนแล้ว แถมยังมีดีกรีจบการศึกษาปริญญาเอกจาก Carnegie Mellon
ในช่วงแรกที่ได้มีการเปิดตัว DeepSeek มาเขย่าตลาด เขาได้กลายเป็นหน้าตาของวงการ AI จีนจากผลงานวิจัยและงานเขียนทางวิชาการเกี่ยวกับ Natural Language Processing (NLP) จำนวนหลายสิบฉบับ
ตอนที่เริ่มก่อตั้งบริษัทของตัวเองนั้น Yang Zhilin ตั้งเป้าที่จะท้าทายโมเดลของ OpenAI ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากให้ความสนใจ หันมาทุ่มลงทุนสนับสนุนสตาร์ทอัพของเขา และในระยะเวลาไม่นาน มูลค่าของ Moonshot AI ได้ทะยานไปทะลุ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐทันที
ความนิยมของสตาร์ทอัพนี้มาจากโมเดลตระกูล Kimi ที่กลายเป็นตัวแทน ChatGPT ในจีน โดยล่าสุดบริษัทมีแผนที่จะระดมทุนเพิ่มอีก 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้มูลค่าของบริษัทขยับไปถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นแท่นเป็น AI รายใหญ่เจ้าหนึ่งในจีน
ส่วนด้านรายได้ บริษัทคาดว่ารายได้ประจำปีจะแตะ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่มาจากความต้องการในการใช้โมเดล AI และปริมาณการใช้งานแชตบอต AI ที่โตขึ้นต่อเนื่อง
ปัจจุบัน โมเดลธุรกิจของบริษัท มีรายได้หลักมาจากบริการ Subscription สำหรับแชตบอต Kimi โดยแบ่งแพ็กเกจการใช้งานหลายระดับ และทำเงินจากบริการโมเดล AI สำหรับลูกค้าองค์กร (Enterprise AI) ผ่านการนำโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของบริษัทไปใช้งานในระบบและบริการขององค์กรต่าง ๆ
ตามรายงานของ Bloomberg ระบุว่า ตอนนี้ Moonshot AI กำลังอยู่ในช่วงเตรียมตัวเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดภายใน 6 เดือนข้างหน้านี้
บริษัทได้ส่งมติผู้ถือหุ้นไปยังนักลงทุนอย่างเป็นทางการ เพื่อขออนุมัตินำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ซึ่งปัจจุบัน Moonshot AI กำลังอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร เพื่อเตรียมพร้อม IPO แล้ว
การเร่งเดินหน้า IPO ของ Moonshot AI ครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลจีนเพิ่มการสนับสนุนอุตสาหกรรม AI ภายในประเทศ โดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้กล่าวยกย่องความก้าวหน้าของจีนในการพัฒนา AI ต้นทุนต่ำ พร้อมเรียกร้องให้โลกมีระบบเทคโนโลยีที่เปิดกว้างมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนก็เริ่มวางนโยบายใหม่ที่ส่งผลให้การเข้าตลาดต่างประเทศของธุรกิจจีนทำได้ยากขึ้น หลังจากที่ดีล Manus กับ Meta โดนสกัดดาวรุ่งโดนรัฐบาลจีน กีดกันไม่ให้ถูกซื้อกิจการไปโดยบิ๊กเทคจากสหรัฐฯ
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง: รู้จัก Manus สตาร์ทอัพ AI จีน ที่รายได้โต 100 ล้านและขายกิจการให้ Meta จนสี จิ้นผิง สกัดดาวรุ่ง
ขณะเดียวกัน DeepSeek ก็มีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในจีนแผ่นดินใหญ่อย่างเร็วที่สุดคือภายในสิ้นปีนี้ พร้อมกันนี้ก็กำลังอยู่ในช่วงระดมทุนรอบใหม่ เพื่อหาเงินมาเสริมสำหรับพัฒนาเทคโนโลยี AI และขยายบริการสู่ตลาดโลกด้วยราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งจากสหรัฐฯ
Moonshot AI ระบุว่า Kimi เวอร์ชันล่าสุดมีความโดดเด่นเป็นพิเศษในด้านการเขียนโค้ด ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่สร้างรายได้สูงที่สุดของบริษัทผู้พัฒนาโมเดล AI ชั้นนำ
Kimi K3 ที่เปิดตัวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นโมเดล AI แบบ Open-Weight รุ่นใหม่ที่บริษัทอ้างว่ามีความสามารถโดยรวมเป็นรองเพียง Claude Fable 5 ของ Anthropic และ GPT-5.6 ของ OpenAI
ความต้องการใช้งาน Kimi K3 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังเปิดตัว และนักวิเคราะห์จำนวนมากก็พึงพอใจมากกับโมเดลใหม่นี้ จนบริษัทต้องระงับการสมัครสมาชิกใหม่ชั่วคราว เพื่อจัดสรรทรัพยากรประมวลผล (Compute) ให้กับสมาชิกปัจจุบันก่อน
ปัจจุบันบริษัท AI ของสหรัฐฯ อย่าง OpenAI และ Anthropic ลงทุนรวมกันหลายแสนล้านดอลลาร์ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI เพื่อฝึกและให้บริการโมเดล โดยเงินลงทุนจำนวนมากไหลไปยังผู้ผลิตชิป AI
การเขียนโค้ดถือเป็นบริการที่ทำกำไรสูง และเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้หลักของ Anthropic และ OpenAI ก่อนที่ทั้งสองบริษัทจะเดินหน้า IPO ในอนาคต ดังนั้น หาก Moonshot สามารถนำเสนอทางเลือกที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงหรือแข่งขันได้ ก็อาจจะสั่นคลอนโมเดลธุรกิจและความได้เปรียบของคู่แข่งจากสหรัฐฯ
นอกจากนี้ บริษัท AI จากจีนยังใช้กลยุทธ์การแข่งขันด้านราคาอย่างหนัก โดยตั้งค่าบริการต่ำกว่าคู่แข่งสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลจากเว็บไซต์จัดอันดับ Artificial Analysis ระบุว่า ต้นทุนเฉลี่ยในการประมวลผลงานมาตรฐานด้าน AI มีความแตกต่างอย่างมาก ดังนี้
อย่างไรก็ตาม Kimi K3 รุ่นล่าสุดของ Moonshot ตั้งราคาสูงขึ้นกว่ารุ่นก่อน โดยมีต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 0.95 ดอลลาร์สหรัฐต่องาน แม้จะยังต่ำกว่าคู่แข่งจากสหรัฐฯ แต่สะท้อนว่าบริษัทเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของโมเดล จนสามารถตั้งราคาพรีเมียมได้เมื่อเทียบกับโมเดล AI จากจีนรายอื่น
ที่มา: Bloomberg [1][2], WSJ, TechCrunch
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney