รู้จัก Manus สตาร์ทอัพ AI จีน ที่รายได้โต 100 ล้านและขายกิจการให้ Meta จนสีจิ้น ผิง สกัดดาวรุ่ง

Tech & Innovation

Tech Companies

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

รู้จัก Manus สตาร์ทอัพ AI จีน ที่รายได้โต 100 ล้านและขายกิจการให้ Meta จนสีจิ้น ผิง สกัดดาวรุ่ง

Date Time: 29 เม.ย. 2569 15:57 น.

Video

Claude AI ปลอดภัยสุดในโลก ? อ่านเกม Anthropic จริยธรรม หรือกลยุทธ์ธุรกิจ | Digital Frontiers EP.60

Summary

Meta ที่ได้ตกลงเข้าซื้อกิจการ Manus สตาร์ทอัพ AI Agents อัจฉริยะที่มีต้นกำเนิดในจีน กำลังเผชิญความท้าทาย เมื่อรัฐบาลจีนเข้าแทรกแซงดีล มอง Meta ที่เป็นบิ๊กเทคของสหรัฐฯ อาจละเมิดกฎ เนื่องจากทรัพยากรของ Manus เป็นของจีน แม้สตาร์ทอัพจะย้ายฐานไปอยู่ที่สิงคโปร์แล้วก็ตาม

Latest


AI Agents ที่สามารถทำงานซับซ้อนได้โดยที่แทบจะไม่ต้องพึ่งพามนุษย์นั้น ตอนนี้ได้กลายเป็นสมรภูมิสำคัญของเหล่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ต่างช่วงชิงกันลงทุน หนึ่งในนั้นก็คือ Manus แพลตฟอร์ม AI Agents ขั้นสูงของจีน ที่สามารถทำงานได้หลายอย่างผ่านคำสั่งง่าย ๆ ที่เมื่อเดือนธันวาคมปี 2025 บิ๊กเทคอย่าง Meta ได้ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการด้วยมูลค่ากว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สิ่งที่ทำให้ดีลมีสปอตไลต์ส่องลงมาคือ Manus นั้นเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นโดย Butterfly Effect บริษัทแม่ในประเทศจีน เป็นแพลตฟอร์มที่เพิ่งเปิดตัวออกมาเมื่อ 6 มีนาคม ปี 2025 ที่ผ่านมา แต่โตเร็วจนสามารถทำรายได้ต่อปีได้สูงถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อ Meta เข้าซื้อกิจการ ทำให้รัฐบาลจีนเข้ามาแทรกแซงสืบสวน และพยายามจะยับยั้งดีลนี้

Manus นั้นสามารถทำงานได้แตกต่างจากแชตบอต AI ทั่วไป โดยสามารถทำงานแบบหลายขั้นตอน (Multi-Step Tasks) ได้ด้วยตัวเอง ผ่านการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันและเครื่องมือต่าง ๆ พร้อมทั้งตัดสินใจแทนผู้ใช้ได้ เมื่อได้รับสิทธิและการอนุญาต และแม้ว่า AI Agents ส่วนใหญ่ในปัจจุบันยังต้องมีมนุษย์คอยกำกับดูแล แต่ Manus ถูกออกแบบให้มีความเป็นอิสระสูงกว่า โดยสามารถวางแผนและดำเนินงานเป็นชุดตั้งแต่ต้นจนจบได้ด้วยตัวเอง

ส่วนศักยภาพของ Manus นั้น บริษัทระบุว่า เทียบเท่ากับนักวิเคราะห์ระดับจูเนียร์ นักพัฒนาอิสระ หรือผู้ช่วยวิจัย และสามารถทำหลายงานพร้อมกันได้โดยไม่ต้องมีคำสั่งแบบทีละขั้นตอน สามารถเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต ค้นหาข้อมูล เขียนและรันโค้ด รวมถึงจัดการไฟล์ต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง ตัวอย่างเช่น ในงานบริการลูกค้า เครื่องมือนี้สามารถรับสาย ตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้ ทำการตรวจสอบประวัติ และให้คำตอบที่ปรับตามบริบทของลูกค้าได้


ทำไมรัฐบาลจีนเข้ามายั้งดีลนี้?

ท่ามกลางการแข่งขันในด้าน AI ที่ดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างสองมหาอำนาจจีนและสหรัฐอเมริกา การที่บิ๊กเทคใหญ่ของโลกอย่าง Meta เข้าซื้อกิจการ Manus นั้นถูกจับตามอง ไม่ใช่แค่จากฝั่งปักกิ่ง แต่จากทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันนี้ ดีลระหว่าง Meta และ Manus นั้นสำเร็จไปแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่ารัฐบาลจีนจะไม่หยุดแค่นี้ พยายามจะให้ข้อตกลงการซื้อขายจบลง

จุดเริ่มต้นของ Manus ตามที่กล่าวไปข้างต้น เกิดขึ้นในประเทศจีน พัฒนาโดยบริษัทแม่ Butterfly Effect ซึ่งได้รับเงินลงทุนจากนักลงทุนรายใหญ่ของจีน อย่างเช่น Tencent Holdings Ltd., ZhenFund และ HSG รวมถึงเงินทุนอีก 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก VC ในซิลิคอนวัลเลย์อย่าง Benchmark (ซึ่งการลงทุนของกองทุนจากสหรัฐฯ นั้นทำให้ฝั่งกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เข้าตรวจสอบดีลแล้วเช่นกัน)

กระทั่งเข้ากรกฎาคม 2025 ทาง Manus ได้ตัดสินใจย้ายฐานจากจีน ดึงคนทั้งหมดไปอยู่ที่สิงคโปร์ เพื่อเปิดทางให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงเงินทุนระดับโลกได้ และก็หลังจากย้ายฐานได้ไม่นาน ก็เกิดดีลที่ Meta ยอมทุ่ม 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าซื้อกิจการ และตั้งเป้าจะนำกำลังคนและเทคโนโลยี AI Agents ของ Manus มาเสริมแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของ Meta

จนเข้าวันที่ 8 มกราคม 2026 กระทรวงพาณิชย์ของจีนออกมาประกาศว่า “กำลังตรวจสอบข้อตกลงของทั้ง Meta และ Manus เพราะมีความเสี่ยงที่ดีลนี้จะละเมิดกฎด้านการส่งออกเทคโนโลยี และข้อจำกัดเกี่ยวกับการลงทุนจากต่างชาติ”

และเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) มีคำสั่งให้ยกเลิกดีล Meta-Manus อย่างกะทันหัน พร้อมสั่งห้ามการลงทุนจากต่างชาติ และให้ทุกฝ่ายถอนตัว โดยไม่ได้ให้เหตุผลอย่างละเอียด

การตัดสินใจนี้สร้างความประหลาดใจให้กับทุกฝ่าย เนื่องจากดีลแทบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว แถม Manus ก็ย้ายฐานไปสิงคโปร์ ปิดกิจการในจีนอย่างสมบูรณ์ และ Meta ก็ยืนยันว่าได้ตัดความเกี่ยวข้องกับจีนทั้งหมดแล้ว

แต่การแทรกแซงของปักกิ่งสะท้อนว่า รัฐบาลจีนยังคงมอง Manus เป็นบริษัทสัญชาติจีน และพร้อมใช้อำนาจข้ามพรมแดนเพื่อควบคุมเทคโนโลยีสำคัญ แม้บริษัทจะย้ายฐาน แต่เทคโนโลยีส่วนหนึ่งถูกพัฒนาในจีน และยังถูกมองว่าเป็นความสำเร็จของประเทศ

ซึ่งก่อนหน้านี้ ช่วงที่ข้อตกลงของทั้งสองบริษัทเพิ่งจะบรรลุ ผู้ร่วมก่อตั้ง Manus ทั้งสองคน อย่าง Xiao Hong และ Ji Yichao ก็ถูกทางการจีนเรียกตัวสอบสวน และถูกห้ามออกนอกประเทศ


แล้วจีนจะหยุดดีลนี้ได้จริงไหม?

แม้ยังไม่ชัดเจนว่าจีนจะมีอำนาจบังคับให้ Meta ยกเลิกดีลได้หรือไม่ แต่สถานการณ์ล่าสุดก็ทำให้ดีลตกอยู่ในภาวะสุญญากาศ ทั้งในเชิงกฎหมายและการดำเนินงาน 

เนื่องจากทีมผู้ก่อตั้งและบุคลากรหลักของ Manus เป็นพลเมืองจีน ซึ่งเปิดช่องให้รัฐบาลใช้แรงกดดันได้ ส่วนในทางปฏิบัติ แม้บางส่วนของดีลได้ดำเนินไปแล้ว ทั้งการโอนเทคโนโลยี เงินทุน และการรวมทีมเข้ากับ Meta แต่ทีมงานยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต

ซึ่งผู้บริหารของ Meta อาจต้องใช้เวลาในการประเมินว่า รัฐบาลจีนเปิดทางให้หาทางออกร่วมกันหรือไม่ เช่น การจัดโครงสร้างใหม่ในรูปแบบการให้สิทธิใช้งาน (Licensing) หรือความร่วมมือกับบริษัทจีน

ทั้งนี้ ผลกระทบจากกรณีนี้ไม่ได้จำกัดแค่ Meta และ Manus แต่ยังสั่นคลอนกลยุทธ์ของสตาร์ทอัพจีนที่เลือกย้ายฐานไปยังประเทศอย่างสิงคโปร์ เพื่อเข้าถึงเงินทุนโลกและลดการกำกับดูแลจากจีน ขณะที่ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ก็กำลังจับตาสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด ว่าการเคลื่อนไหวของปักกิ่งจะทำให้ดีล AI ข้ามชาติอื่น ๆ ต้องหยุดชะงักหรือไม่

นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Economics อย่าง Michael Deng และ Adam Farrar ระบุว่า “บริษัท AI ที่มีรากฐานจากจีนที่กำลังคิดจะเดินเส้นทางเดียวกัน (กับ Manus) สร้างตัวในประเทศ ย้ายออกนอก แล้วขายให้บริษัทตะวันตก บริษัทเหล่านี้ต้องตระหนักใหม่แล้วว่า รัฐบาลจีนสามารถ และพร้อมจะเข้ามาแทรกแซงดีลได้ทุกเมื่อ”


ที่มา: Bloomberg [1][2]


ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney 



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ