เคส “สุภาพร พิมพงษ์” เกิดอะไรขึ้นบ้าง? สรุปข้อมูลไม่ถูกต้อง ก.ล.ต. ตรวจสอบและสั่งลบออกแล้ว

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เคส “สุภาพร พิมพงษ์” เกิดอะไรขึ้นบ้าง? สรุปข้อมูลไม่ถูกต้อง ก.ล.ต. ตรวจสอบและสั่งลบออกแล้ว

Date Time: 9 ก.ค. 2569 14:10 น.

Video

แก้ปัญหาค่าครองชีพได้จริงไหม? เจาะลึกเงินกู้ 4 แสนล้าน กับ กรณ์ - ศิริกัญญา | Money Issue EP.61

Summary

ก.ล.ต. ตรวจพบข้อมูลการถือหุ้น TRUE ของนางสาวสุภาพร พิมพงษ์ ไม่ถูกต้อง จึงนำข้อมูลทั้งหมดออกจากระบบเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569

  • จากการตรวจสอบพบ 3 ข้อเท็จจริง คือ ผู้รายงานไม่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นจริง, หลักทรัพย์ที่รายงานไม่มีอยู่จริง และไม่ใช่ธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง
  • ก.ล.ต. ยืนยันว่านางสาวสุภาพรมีตัวตนจริงตามฐานข้อมูลกรมการปกครอง และเป็นผู้ยื่นรายงานข้อมูลดังกล่าวด้วยตนเองผ่านระบบของ ก.ล.ต.
  • กระบวนการตรวจสอบของ ก.ล.ต. ดำเนินการตามขั้นตอนปกติ ทั้งการคัดกรองตัวตน การขึ้นสถานะเตือนผู้ลงทุน และการบังคับใช้กฎหมาย
  • หากตรวจสอบพบความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 302/1 เกี่ยวกับการรายงานเท็จ ก.ล.ต. จะดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

Latest


วันนี้ 9 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ตั้งโต๊ะแถลงด่วนถึงกรณีการยื่นรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ของ สุภาพร พิมพงษ์ ที่ก่อนหน้านี้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ทั้งตลาด จากการที่จู่ ๆ เธอคนนี้ก็ขึ้นแท่นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TRUE จนเกิดการตั้งคำถามกับการตรวจสอบและการทำงานของสำนักงาน ก.ล.ต. 

ซึ่งก่อนที่จะไปอธิบายว่าปัจจุบันสำนักงาน ก.ล.ต. ได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง Thairath Money ขอสรุปไทม์ไลน์ภาพรวมเหตุการณ์ทั้งหมด ดังนี้


ไทม์ไลน์ “สุภาพร พิมพงษ์”

ตามข้อมูลที่ระบุโดยสำนักงาน ก.ล.ต. และที่ Thairath Money มีการรายงานไปก่อนหน้านี้ พบว่า

  • 30 มิถุนายน และ 2 กรกฎาคม 2569: สุภาพร พิมพงษ์ ได้บันทึกข้อมูลเข้ามาในระบบแบบ 246-2 จำนวน 7 รายการ รวม 6 หลักทรัพย์ โดยเป็นการรายงานย้อนหลัง ระบุช่วงเวลาการได้มาของสินทรัพย์ที่แตกต่างกันตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา
  • หนึ่งในนั้นคือหุ้น TRUE ที่เธอคนนี้กลายเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่มีสัดส่วนอยู่ที่ 7.0992% รวมมูลค่าหุ้นที่ถือครองประเมินกว่า 3 หมื่นล้านบาท จนเกิดเป็นข้อสงสัยที่หลายฝ่ายตั้งคำถามในเวลาต่อมา
  • 3 กรกฎาคม 2569: สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจพบความผิดปกติของข้อมูล จึงใช้มาตรการ “แปะป้าย” เป็นการขึ้นแจ้งเตือนครั้งที่ 1 ในหมายเหตุ โดยระบุสถานะเป็น “ข้อมูลเบื้องต้น” ไว้ก่อน
  • 6 กรกฎาคม 2569: TRUE ออกหนังสือชี้แจง ระบุว่าข้อมูลบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่อาจอยู่ระหว่างการสอบทาน เนื่องจากบางประเภทหลักทรัพย์ที่อยู่ในรายงานไม่มีอยู่จริง พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่กระทบการดำเนินธุรกิจ
  • 7 กรกฎาคม 2569: ก.ล.ต. ออกแถลงการณ์ พร้อมเปลี่ยนสถานะข้อมูล แปะป้ายแจ้งเตือนเป็นครั้งที่ 2 ขึ้นว่าเป็น “ข้อมูลอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้อง” ระบุกำลังตรวจสอบเชิงลึก เนื่องจากพบความไม่สอดคล้องกันของข้อมูล 
  • 8 กรกฎาคม 2569: หลังจากตรวจสอบพบความไม่ถูกต้อง และได้รับการยืนยันจากบริษัทจดทะเบียนและสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องใน 7 ธุรกรรมนี้แล้ว ก.ล.ต. จึงได้นำข้อมูลในรายการดังกล่าวทั้งหมดออกจากระบบการเผยแพร่ข้อมูลทันที
  • 9 กรกฎาคม 2569: ก.ล.ต. ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ชี้แจงไม่ได้เพิ่งมาทำทุกอย่างในวันนี้หรือเมื่อวาน แต่ระบบเริ่มทำงานตั้งแต่ผู้รายงานเข้ามาลงทะเบียนและมีการแปะป้ายแจ้งเตือนเป็นระยะตามขั้นตอนการตรวจสอบปกติ ไม่ได้ทำเพราะถูกกระแสสังคมหรือสื่อมวลชนกดดันแต่อย่างใด
  • พร้อมยืนยันว่า ก.ล.ต. ได้ทำการตรวจสอบ และเมื่อพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง ก.ล.ต. จะดำเนินการควบคู่กันทั้งการเตือนผู้ลงทุนและการบังคับใช้กฎหมาย


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: อัปเดตล่าสุด ปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์” เก็บหุ้น TRUE ทะลุ 7% เกิดอะไรขึ้นบ้าง?


ตรวจพบ “ความไม่ถูกต้อง” อะไรบ้าง?

จากการตรวจสอบ สำนักงาน ก.ล.ต. พบข้อเท็จจริง 3 ประการที่ทำให้ต้องนำข้อมูลออกจากระบบ ประกอบไปด้วย

  • ไม่พบชื่อผู้รายงานเป็นผู้ถือหุ้น: สุภาพร พิมพงษ์ ผู้รายงานไม่ได้เป็นกรรมการหรือผู้บริหารหรือบุคคลที่มีหน้าที่ต้องรายงานตามมาตรา 59 จึงไม่พบชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในวันปิดสมุดทะเบียนของบริษัทหลังจากช่วงเวลาที่อ้างว่าได้มา และไม่มีการรายงานการจำหน่ายออกไป
  • ประเภทหลักทรัพย์ไม่มีอยู่จริง: ประเภทหลักทรัพย์ที่รายงานว่าได้มานั้น ไม่ได้มีอยู่จริงในช่วงระยะเวลาที่ระบุในรายงาน 
  • ไม่ใช่ธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง: จำนวนหลักทรัพย์ที่รายงานว่าได้มาจากการใช้สิทธิซื้อหุ้นจากใบสำคัญแสดงสิทธิ มีจำนวนตัวเลขตรงกับรายการการใช้สิทธิหุ้นกู้แปลงสภาพโดยบุคคลอื่น จึงไม่ใช่ธุรกรรมของผู้รายงานจริง


ยืนยัน “สุภาพร” มีตัวตนจริง 

  • จากการแถลงของ ก.ล.ต. ยืนยันว่า สุภาพร พิมพงษ์ มีตัวตนจริง โดยระบบลงทะเบียนของ ก.ล.ต. มีการเชื่อมโยงและตรวจสอบข้อมูลสืบค้นเชิงลึกกับฐานข้อมูลของกรมการปกครอง ดังนั้น บุคคลที่ชื่อสุภาพร จึงมีตัวตนอยู่จริงตามทะเบียนราษฎร์ ไม่ใช่การกรอกข้อมูลลอย ๆ
  • ด้านระบบรายงาน ก.ล.ต. ยืนยันว่ามีการยืนยันตัวตนที่ชัดเจนและแม่นยำ มีความรัดกุม มีการตรวจสอบข้อมูลให้สอดคล้องกับทะเบียนราษฎร์ และยืนยันตัวตนสองขั้นตอนผ่าน OTP อีกครั้งถึงจะเข้าสู่ระบบได้ อีกทั้งระบบจะแจ้งเตือนให้ผู้ยื่นรับทราบอย่างชัดเจนว่า “ข้อมูลนี้จะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ”
  • เมื่อตรวจพบความไม่ถูกต้อง ต่อมาทางสำนักงาน ก.ล.ต. ได้ประสานงานติดต่อกลับไปตามข้อมูลที่ให้ไว้ในระบบ และสามารถติดต่อกลับได้จริง โดยบุคคลดังกล่าวรับว่าเป็นผู้ยื่นรายงานข้อมูลนี้เข้ามาในระบบจริง
  • อย่างไรก็ตาม รายละเอียดคำชี้แจงและเจตนาของสุภาพร ในส่วนนี้ ก.ล.ต. ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดการถาม-ตอบในเชิงลึกได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนบุคคลและอยู่ระหว่างกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่ข้อยุติ ซึ่งต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง


ก.ล.ต. จะดำเนินการอย่างไรต่อ?

  • ขณะนี้ ก.ล.ต. ได้ร้อยเรียงเรื่องราวและนำข้อมูลที่ไม่ถูกต้องออกจากระบบหมดแล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้แจ้งสถานะเตือนผู้ลงทุนมาเป็นลำดับ ขั้นตอนต่อไปคือการบังคับใช้กฎหมายตามกระบวนการปกติจนกว่าจะหักล้างหรือได้ข้อยุติ
  • อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. ระบุว่า ณ ตอนนี้ ทุกอย่างกำลังอยู่ในช่วงตรวจสอบเชิงลึก จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดบางอย่างได้ และหากมีความคืบหน้าจะมีการรายงานต่อไป
  • หากพิสูจน์แล้วว่าเป็นความผิด เข้าข่ายมาตราเกี่ยวกับการแต่งตัวเลข รายงานเท็จตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ (มาตรา 302/1) ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนประเด็นเรื่อง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ หรือกฎหมายอื่นที่ ก.ล.ต. ไม่ได้กำกับดูแลโดยตรง หากตรวจสอบแล้วพบว่าเข้าข่ายความผิด ก็จะส่งเรื่องต่อไปยังพนักงานสอบสวนตามขั้นตอน
  • ส่วนเรื่องระบบการยื่นรายงานของ ก.ล.ต. ระบุว่า มีการปรับปรุงมาต่อเนื่องและจะปรับปรุงต่อไป พร้อมยืนยัน ระบบของสำนักงาน ก.ล.ต. ใช้หลักการและมาตรฐานเช่นเดียวกับสากล
  • สรุปคือ กระบวนการของ ก.ล.ต. มีทั้งมาตรการต้นน้ำคือการคัดกรองตัวตน มาตรการกลางน้ำคือการตรวจสอบและขึ้นสถานะเตือนผู้ลงทุน และมาตรการปลายน้ำคือการบังคับใช้กฎหมายในลำดับต่อไป


ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ