สรุปประชุม Fed 16-17 มิ.ย.69! ครั้งแรกของ Kevin Warsh ทำไมตลาดมองดอกเบี้ยอาจปรับขึ้น

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

สรุปประชุม Fed 16-17 มิ.ย.69! ครั้งแรกของ Kevin Warsh ทำไมตลาดมองดอกเบี้ยอาจปรับขึ้น

Date Time: 18 มิ.ย. 2569 10:42 น.

Video

กลยุทธ์จัดพอร์ต หุ้น vs กองทุน ถือยาวมีเงินใช้ยันแก่ I Money Issue EP.58

Summary

Fed คงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50%-3.75% แต่ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ Core PCE เป็น 3.3% และปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2569 ลงเหลือ 2.2%

  • Dot Plot สะท้อนมุมมองกรรมการส่วนใหญ่ที่สนับสนุนการคงดอกเบี้ยหรือปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ โดยค่ากลางของดอกเบี้ยนโยบายขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3.8%
  • Kevin Warsh ประธาน Fed คนใหม่เริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารและนโยบายการเงิน โดยมุ่งเน้นการควบคุมเงินเฟ้อมากกว่าการชี้นำตลาดผ่านคำพูดแบบเดิม
  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงถ้วนหน้า ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปีพุ่งสูงขึ้น และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง
  • นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า Fed อาจเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วที่สุดในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2569 เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ

Latest


สายลงทุนต่างจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ครั้งล่าสุด 16-17 มิ.ย. 2569 ที่มีมติเอกฉันท์ 12 เสียงให้ “คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย” ไว้ที่ 3.50%-3.75% ถึงเรื่องนี้จะเกิดขึ้นตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่ในการประชุมนัดแรกของประธาน Fed คนใหม่อย่าง Kevin Warsh ยังมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ มีเรื่องอะไรบ้างที่เราต้องรู้


คงดอกเบี้ย 4 ครั้ง แต่ปีนี้อาจมีปรับขึ้น

แม้ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50%-3.75% ถือเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกันในปีนี้ โดยมีการปรับลดคาดการณ์ GDP สหรัฐฯ ปี 2569 ลงมาเหลือ 2.2% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.4% และปรับลดคาดการณ์อัตราการว่างงานทั้งปีนี้มาที่ 4.3% (เดิม 4.4%) แต่ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ Core PCE Inflation สู่ระดับ 3.3% (เดิม 2.7%)

จุดสำคัญที่นักลงทุนต้องทำความเข้าใจคือ Fed Dot Plot ที่จะสะท้อนความเห็นของเหล่ากรรมการ Fed ว่าดอกเบี้ยนโยบายจะไปทางไหนต่อ ซึ่งความเห็นจากทั้ง 18 คนแบ่งได้ตามนี้

  • 8 คน มองว่า ควรคงดอกเบี้ยทั้งปี
  • 3 คน มองว่าควรขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง
  • 5 คน มองว่าควรขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง
  • 1 คน มองว่าควรขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้ง
  • 1 คน มองว่าควรลดดอกเบี้ย

ขณะที่ค่ากลาง (Median) ของ Dot Plot ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.8% จากเดิมที่อยู่ราว 3.4% ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนว่า Fed ยังให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อ และดูจะไปทาง Hawkish มากขึ้น

ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ผลิตภัณฑ์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เล่าว่า การแถลงของ Kevin Warsh ถือว่ามีมิติใหม่ๆ หลายเรื่องอย่างเช่น Warsh เลือกจะไม่ส่ง Dot ของตัวเองและอาจต้องทบทวนว่า Dot Plot ยังเป็นประโยชน์จริงหรือไม่ และเปลี่ยนวิธีเขียน Statement ที่ส่งสัญญาณว่า Warsh ไม่อยากให้ตลาด trade คำพูด Fed อีกต่อไปจากรูปแบบเดิมที่จะมีการบอกตลาดล่วงหน้าว่า Fed กำลังคิดอะไร

ขณะเดียวกันภาพที่ Fed จะลดดอกเบี้ยในปี 2569 จางหายไปเพราะตลาดมองถึง Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ มีโอกาสมากขึ้น จากมุมมองและท่าทีใหม่ที่เกิดขึ้นอาจสะท้อนถึงจุดเปลี่ยนของ Fed ที่เราจะเห็นกันหลังจากนี้

ตลาดปรับตัวยังไง หลังการประชุม Fed

ทาง InnovestX เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ถือว่าปิดลบหนัก โดยดัชนี Dow Jones ลดราว 1%, ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 1.2% และ ดัชนี Nasdaq ปรับลดราว 1.3% หลังจาก Fed คงดอกเบี้ยแต่ส่งสัญญาณว่าพร้อมขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มในปี 2569 เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ทำให้เหล่านักลงทุนคาดว่า Fed อาจเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วสุดในช่วง ก.ย.–ต.ค. 2569 ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นตามแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น

ด้านตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับมุมมองแรงโดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปีพุ่งขึ้นมาที่ราว 4.19% จาก Fed ที่ส่งสัญญาณ Hawkish จากครึ่งหนึ่งของกรรมการ FOMC ยังประเมินว่าจะต้องขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปี 2569

ฝั่งราคาน้ำมัน Brent และ WTI ขยับขึ้นเล็กน้อย หลังอิหร่านและอิสราเอลยอมหยุดโจมตีชั่วคราวตามคำขอของประธานาธิบดี Donald Trump แต่ตลาดยังมองว่าสถานการณ์การเมืองโลกเสี่ยงอยู่ เพราะการหยุดยิงอาจไม่ถาวร และยังต้องลุ้นการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก ขณะเดียวกัน สต็อกน้ำมันดิบที่คลัง Cushing ในรัฐโอคลาโฮมาลดต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ เหลือราว 20 ล้านบาร์เรล ซึ่งใกล้ระดับต่ำสุดที่ผู้ค้าถือว่าเป็นระดับปฏิบัติการ หนุนราคาน้ำมัน

ส่วนราคาทองคำ กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง มองว่า ราคาทองโลกปรับตัวลดลงจากดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ปรับตัวขึ้น ดังนั้นในระยะสั้นราคาทองคำอาจย่อตัวลง หลังจาก Fed ส่งสัญญาณคุมเข้มดอกเบี้ยนโยบาย โดยระยะสั้นทองคำมีแนวรับที่ 4,260 และ 4,220 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 4,360-4,370 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนะนำแบ่งเงินลงทุนทยอยซื้อบางส่วนที่ 4,220 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำไทยราว 65,800 บาทต่อบาททองคำ

Hawkish คืออะไร? เมื่อประธาน Fed คนใหม่ถูกมองว่าเป็น “สายเหยี่ยว”

Hawkish มาจากคำว่า Hawk หรือ เหยี่ยว ในทางเศรษฐศาสตร์ การทำนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดย Finnomena สรุปไว้ง่ายๆ ว่า แนวคิด Hawkish ถือเป็นกลุ่มที่มีความกังวลว่าเงินเฟ้อจะเร่งตัวในอนาคตและจะใช้เป็นนโยบายการเงินแบบหดตัว (Contractionary Monetary Policy) ผ่านวิธีการต่างๆ เช่น

  • ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
  • เพิ่มอัตราเงินสำรองของธนาคาร
  • ขายพันธบัตรรัฐบาลออกจากงบดุลเพื่อดูดสภาพคล่องออกจากระบบ

หลังจากนี้ยังต้องติดตามว่า Fed จะปรับวิธีสื่อสารหรือสะท้อนมุมมองทางเศรษฐกิจอย่างไร ซึ่งนักลงทุนต้องติดตามข้อมูลและการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด

อ้างอิงข้อมูล Federal Reserve, InnovestX, กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง, ฟินันเซีย ไซรัส, Finnomena



อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ