ซีอีโอ Webull Thailand ชี้แจง กมธ. ฟอกเงินฯ ยืนยัน KYC เข้มงวด เปิดไทม์ไลน์รับมือ 40 บัญชีม้า

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ซีอีโอ Webull Thailand ชี้แจง กมธ. ฟอกเงินฯ ยืนยัน KYC เข้มงวด เปิดไทม์ไลน์รับมือ 40 บัญชีม้า

Date Time: 11 มิ.ย. 2569 20:10 น.

Video

คนไทยทุกคนสมควรรู้จัก “การลงทุน” กับ The MONEY GAME x New World Finance | Money Issue EP.57

Summary

ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ชี้แจง กมธ. ฟอกเงินฯ ยืนยัน KYC เข้มงวด เปิดไทม์ไลน์รับมือ 40 บัญชีม้า ชง ก.ล.ต. ยกมาตรฐานทั้งอุตสาหกรรม

Latest


เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Webull Thailand ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Webull Corporation เจ้าของแพลตฟอร์มเทรดออนไลน์ Webull เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎรที่อาคารรัฐสภา

หลังได้รับหนังสือเชิญให้ข้อมูลและข้อเท็จจริง สืบเนื่องจากเรื่องร้องเรียนว่า กลุ่มมิจฉาชีพใช้แพลตฟอร์มเทรดหุ้นออนไลน์ของ Webull Thailand เป็นช่องทางในการเปิดบัญชีม้าและรับโอนเงินจากการกระทำผิด รวมถึงข้อกังวลเรื่องระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตน (KYC/CDD) ที่อาจไม่ได้มาตรฐานตามกฎหมาย ซึ่ง กมธ. เห็นว่าหากมีช่องโหว่จริงจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย

“บัญชีม้า” เข้ามาได้อย่างไร และแก้ไขอย่างไร

ในข้อเท็จจริงเรื่องบัญชีม้าบนแพลตฟอร์ม ชลเดช ชี้แจงว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เริ่มต้นจากการเปิดบัญชีหรือการฝากเงิน แต่เกิดจากการที่มิจฉาชีพบางกลุ่มพยายามใช้บริการถอนเงินแบบเรียลไทม์ของบริษัทเป็นช่องทางผ่านเงิน

โดย Webull Thailand ได้พัฒนาระบบให้ลูกค้าสามารถถอนเงินที่ผ่านการ Settlement แล้วได้แบบเรียลไทม์เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ซึ่งแตกต่างจากการถอนเงินรูปแบบทั่วไปที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ที่อาจต้องรอการจัดเตรียมสภาพคล่องก่อนอนุมัติการถอน  ได้แก่ เงินจากการขายหุ้นต่างประเทศซึ่งต้องรอ T+1 วันทำการ หรือหุ้นไทยซึ่งต้องรอ T+2 วันทำการ รวมถึงเงินสดที่ยังไม่ได้ลงทุน ซึ่งหลายแห่งไม่สามารถถอนแบบเรียลไทม์

จุดนี้กลายเป็นช่องโหว่ที่มิจฉาชีพพยายามเข้ามาใช้ประโยชน์ โดยการฝากเงินเข้ามาแล้วถอนออกทันทีโดยไม่มีการซื้อหุ้นเลย ทำให้ Webull Thailand กลายเป็นช่องทางผ่านเงินแทนที่จะเป็นแพลตฟอร์มลงทุน

ชลเดช ระบุว่า บริษัทได้รับแจ้งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าพบข้อมูลบัญชีต้องสงสัย จำนวน 2 บัญชี หลังจากนั้นบริษัทจึงส่งทีมเข้าไปร่วมทำงานในวอร์รูมของตำรวจ โดยประสานงานกับสำนักงาน ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลจนพบเครือข่ายบัญชีม้ารวม 40 บัญชี โดยบริษัทได้ทำการระงับธุรกรรมทั้งหมด พร้อมทั้งรายงานธุรกรรมต้องสงสัยต่อหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

พัฒนาระบบ Scoring ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ

นอกจากนี้หลังได้รับแจ้ง บริษัทได้พัฒนาระบบ Internal Risk Scoring Model เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมที่เข้าข่ายฟอกเงิน ตัวอย่างพฤติกรรมที่ถูกจับตา เช่น การฝากเงินเข้ามาโดยไม่ลงทุน การลงทุนเพียงเล็กน้อยก่อนถอนเงินออก การฝากและถอนเงินเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง หรือพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับลักษณะการลงทุนปกติ และเมื่อพบธุรกรรมต้องสงสัย บริษัทสามารถหน่วงการถอนเงินได้และให้เจ้าหน้าที่ติดต่อยืนยันตัวตนเพิ่มเติม 

หากลูกค้าไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ หรือมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการติดต่อ บริษัทจะดำเนินการตามกระบวนการรายงานธุรกรรมต้องสงสัยต่อหน่วยงานกำกับดูแล 

โดยหลังจากใช้งานระบบดังกล่าวเพียงไม่กี่สัปดาห์ บัญชีม้าที่พยายามใช้ช่องทางผ่านบริษัทหลักทรัพย์ก็หายไปจากระบบ “โดยตอนนี้ตำรวจแจ้งตรงกันว่าไม่มีบัญชีม้าลักษณะดังกล่าวอยู่ในแพลตฟอร์มแล้ว” ชลเดช กล่าว

ข้อบกพร่องและมาตรการที่แก้ไขแล้ว

นอกเหนือจากกรณีบัญชีม้า ชลเดช เปิดเผยว่า บริษัทได้ตรวจพบกรณีที่มิจฉาชีพปลอมแปลงเอกสารบัญชีเงินฝากเพื่อใช้ในการผูกบัญชีสำหรับถอนเงิน แม้ว่าขั้นตอนเปิดบัญชีและ KYC จะผ่านการตรวจสอบทั้งหมด แต่มีบางกรณีที่ผู้ไม่หวังดีใช้เอกสารปลอมในการขอผูกบัญชีรับเงิน โดยยอมรับว่า ในช่วงเวลานั้นมีข้อบกพร่องจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บางส่วน ทำให้เกิดการอนุมัติถอนเงินไปยังบัญชีที่ไม่ใช่เจ้าของตัวจริงได้ และเดิมทีบริษัทหลักทรัพย์ไม่มีอำนาจตรวจสอบชื่อบัญชีธนาคารได้โดยตรง

อย่างไรก็ตามบริษัทได้ประสานงานกับธนาคารพันธมิตรระดับโลกแห่งหนึ่ง พัฒนาระบบตรวจสอบชื่อบัญชีแบบอัตโนมัติ โดยใช้กระบวนการยืนยันชื่อเจ้าของบัญชีผ่านระบบธนาคารก่อนอนุมัติการผูกบัญชีถอนเงินทุกครั้ง พร้อมทั้งย้อนตรวจสอบลูกค้าที่มีอยู่หลายแสนรายทั้งหมดว่าชื่อสอดคล้องกันหรือไม่ ซึ่งระบบใหม่ทั้งหมดดำเนินการเสร็จภายใน 2-3 สัปดาห์แรกหลังเกิดเหตุ และตำรวจยืนยันว่าปัจจุบันไม่มีบัญชีม้าในระบบ Webull Thailand แล้ว

กระบวนการ KYC ตรวจละเอียดตั้งแต่เปิดบัญชี

สำหรับข้อกังวลเรื่องกระบวนการรู้จักลูกค้า (Know Your Customer : KYC) และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence : CDD) ชลเดช ระบุว่า Webull Thailand มีกระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตนลูกค้าหลายขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้น ได้แก่ การตรวจสอบผ่านระบบ NDID และฐานข้อมูลกรมการปกครอง (DOPA) การถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชนพร้อมใช้ AI ตรวจสอบว่าเป็นบัตรปลอมหรือไม่ 

นอกจากนี้ยังมีการเปรียบเทียบภาพถ่ายเซลฟี่กับภาพบนบัตรประชาชน โดยใช้ทั้ง AI และเจ้าหน้าที่ร่วมกันตรวจสอบก่อนนำข้อมูลที่ลูกค้ากรอกเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบครอบคลุมฐานข้อมูลของสำนักงาน ปปง. ฐานข้อมูลกรมบังคับคดี และฐานข้อมูลสากลของ Refinitiv ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สถาบันการเงินระดับโลกใช้ รวมถึงระบบที่บริษัทพัฒนาเองสำหรับกลุ่มที่ไม่มีฐานข้อมูลสาธารณะรองรับ เช่น นักการเมืองท้องถิ่น ทุกอย่างดำเนินการตามเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. และสำนักงาน ปปง.

โดยบริษัทจะพิจารณาความสมเหตุสมผลของข้อมูล เช่น อาชีพ รายได้ แหล่งที่มาของเงินลงทุน ที่อยู่ และพฤติกรรมทางการเงิน หากพบข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกัน เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระแต่มีเงินลงทุนจำนวนมากผิดปกติ หรือที่อยู่ที่แจ้งไม่สัมพันธ์กับข้อมูลการทำงาน ระบบจะตั้งข้อสังเกตและส่งให้พนักงานพิจารณา โดยยืนยันว่าไม่มีการอนุมัติแบบอัตโนมัติ 100%

โต้ข่าวลือ รับเงินสด-เป็นธนาคารเถื่อน

ในประเด็นข้อกล่าวหาจากสื่อบางแห่งที่ได้กล่าวหาว่า Webull Thailand “รับฝากเงินสดหรือเป็นธนาคารเถื่อน” ชลเดช ยืนยันว่าเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง บริษัทไม่มีการรับหรือถอนเงินสด และทุกธุรกรรมต้องผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น เนื่องจากไม่มีบริษัทหลักทรัพย์ใดในประเทศไทยที่ลูกค้าสามารถนำเงินสดมาฝากได้ โดยตั้งแต่เปิดให้บริการมา การฝากเงินต้องทำผ่าน Dynamic QR Code ที่สร้างขึ้นเฉพาะครั้งเมื่อลูกค้าล็อกอินเข้าระบบ และชื่อบัญชีธนาคารต้นทางต้องตรงกับชื่อบัญชีหลักทรัพย์ 100%

ชลเดช ระบุว่า หากชื่อบัญชีต้นทางไม่ตรงกับชื่อเจ้าของบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ระบบจะปฏิเสธธุรกรรมทันทีตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งแนวทางนี้เข้มงวดกว่าบางบริษัทหลักทรัพย์ที่อาจให้เงินเข้าระบบก่อนแล้วค่อยตรวจสอบย้อนหลังหรือบางแห่งใช้บัญชีเงินฝากที่เชื่อมกับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์โดยตรง ทำให้สามารถรับเงินจากบุคคลอื่นได้

ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการทำธุรกิจธนาคารเถื่อน ยังถือเป็นการบิดเบือนความจริงจากการที่ลูกค้าฝากเงินบาทเพื่อแปลงเป็นดอลลาร์สหรัฐสำหรับการลงทุน และบริษัทมีการจ่ายดอกเบี้ยให้ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานปฏิบัติปกติของบริษัทหลักทรัพย์ทั่วไปที่สามารถให้ดอกเบี้ยเงินฝากได้ทั้งสกุลบาทและสกุลต่างประเทศ ทั้งนี้ดอกเบี้ยที่จ่ายอยู่ในกรอบที่ ก.ล.ต. กำหนด คือ ห้ามจ่ายเกินอัตราที่ได้รับจากธนาคาร ส่วนที่โบรกเกอร์อื่นไม่จ่ายดอกเบี้ยนั้นเป็นเรื่องนโยบายธุรกิจของแต่ละบริษัท ไม่ใช่ข้อห้ามของกฎหมาย

มองมาตรการใหม่ควรยกระดับทั้งอุตสาหกรรม

ในเรื่องของผลกระทบต่อลูกค้า ชลเดช ยอมรับว่าข่าวที่ออกไปทำให้นักลงทุนบางส่วนเข้าใจผิด รวมถึงเข้าใจว่าการที่ กมธ. เชิญมาพบเป็นการกล่าวโทษ ทั้งที่จริงแล้วเป็นเพียงการเชิญมาชี้แจง อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงแผนการดำเนินการในระยะต่อไป ชลเดช ระบุว่า หลังจากนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. สำนักงาน ปปง. สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ และผู้ประกอบการในตลาดทุน กำลังหารือร่วมกันเพื่อยกระดับมาตรฐานการป้องกันบัญชีม้าในอุตสาหกรรมโดยมีประเด็นสำคัญที่จะครอบคลุมตั้งแต่การเปิดบัญชี การฝากเงิน และการถอนเงิน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและพฤติกรรมลูกค้า

นอกจากนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. ยังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะอนุญาตให้บริษัทหลักทรัพย์ถอนเงินแบบเรียลไทม์ต่อไปหรือไม่ ซึ่งหากมีการกำหนดมาตรการใหม่หลังจากนี้ก็จะกระทบโบรกเกอร์ทุกรายเท่าเทียมกัน ซึ่งเกณฑ์ใหม่อาจต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ลงทุนทั่วไปที่มีพฤติกรรมปกติด้วย โดยทางบริษัทได้มีการเสนอแนวทางแบ่งกลุ่มลูกค้า โดยลูกค้าที่มีประวัติพฤติกรรมการลงทุนปกติต่อเนื่องยาวนานอาจได้รับสิทธิถอนเรียลไทม์ต่อไป ส่วนลูกค้าใหม่หรือผู้ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยอาจถูกชะลอการถอน 1-2 ชั่วโมงหรือดำเนินการวันละ 2-3 ครั้ง 

อย่างไรก็ตามการห้ามถอนแบบเรียลไทม์อาจไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด เพราะรากของบัญชีม้ามาจากธนาคาร ไม่ใช่บริษัทหลักทรัพย์ พร้อมระบุว่า กฎหมายหลักทรัพย์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปด้วย ชลเดช กล่าว 

โดย Webull Thailand ยินดีแบ่งปันแนวทางและประสบการณ์ในการแก้ปัญหาให้กับหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงพร้อมขยายมาตรฐานนี้ไปยังผู้ประกอบการรายอื่น เช่น e-Wallet และกระดานซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าความเสียหายจากมิจฉาชีพสูงเพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมร่วมกัน

ทั้งนี้การประชุมในวันดังกล่าวมีหน่วยงานเข้าร่วมครบถ้วน ทั้งสำนักงาน ก.ล.ต. สำนักงาน ปปง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ และโบรกเกอร์รายอื่น ซึ่งชลเดชยืนยันว่ากรณีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับ Webull Thailand เพียงรายเดียว

ในส่วนของคดีหมิ่นประมาทที่บริษัทฟ้องร้องสื่อที่เสนอข่าวเท็จไปก่อนหน้านี้ ชลเดชยืนยันจะไม่มีการยอมความและจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อปกป้องชื่อเสียงขององค์กรและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนขณะเดียวกัน บริษัทยังคงรอผลการตรวจสอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. และสำนักงาน ปปง. ซึ่งมีกำหนดเข้าตรวจสอบบริษัทเพิ่มเติมในช่วงสิ้นเดือนนี้ เพื่อสรุปข้อเท็จจริงและแนวทางกำกับดูแลในระยะต่อไป


อ่านเพิ่มเติม 


ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -   

https://www.facebook.com/ThairathMoney 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ