
เสียโอกาส 300 ล้าน ต่อวัน! เทียบ 20 กองทุนบำนาญโลก ชิงความมั่งคั่งจากหุ้นอนาคต และแม้แต่ Formula 1 แต่กองทุนประกันสังคมไทย ยังติดกับดัก“ราชการ” เปิดสูตรผ่าตัดพอร์ตลงทุนก่อนล้มจริงใน 25 ปี
การลงทุน คือ “ขาหนึ่ง” ที่สำคัญที่สุดของกองทุนประกันสังคม และในเวลานี้ ขานี้กำลังถูกตั้งคำถามจากสังคมดังที่สุดในรอบหลายสิบปี จากดราม่าการนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ถูกมองว่าสร้างโอกาสผลตอบแทนต่ำ ไม่ว่าจะเป็น อาคารSKYY9 Centre ตึกเก่า ที่ซื้อมาแพงเกินจริง หรือ TU DOME ที่ไร้ผู้เช่า
คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า “ลงทุนผิดหรือถูก”แต่คือ กองทุนระดับ 2.8 ล้านล้านบาท กำลังถูกบริหารด้วยกรอบความคิดแบบไหนกันแน่ ? ยิ่งเมื่อเปิดพอร์ตการลงทุนของกองทุนประกันสังคมตลอด 35 ปีที่ผ่านมา พบแม้ตัวเลขจะดูเติบโตถึง +65% แต่เมื่อแปลงเป็นผลตอบแทนรายปี กลับเฉลี่ยเพียง 1.44% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าเงินเฟ้อของไทยในหลายช่วงเวลา
นี่คือจุดเริ่มต้นของคำถามใหญ่ ที่ว่า “ หากกองทุนยังเดินด้วยอัตราผลตอบแทนระดับนี้ เงินบำนาญของผู้ประกันตน จะพอใช้ไปถึงปลายชีวิตจริงหรือไม่ ? “
จากเวทีเสวนา "มองอนาคตลงทุน ประกันสังคม" โดยกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า บรรยากาศเต็มไปด้วยความเข้มข้นจากเหล่านักเศรษฐศาสตร์และกูรูการเงินที่มาล้อมวงวิเคราะห์ "ชะตากรรม" เงินสมทบของเราทุกคน เพื่อตอบคำถามร่วมกัน ว่า เงินที่เราส่งไปทุกเดือน กำลังงอกเงยเพื่อวัยเกษียณ หรือกำลังถดถอยจนเสี่ยงล้มละลายในอีก 25 ปีข้างหน้า อย่างที่เหล่านักเศรษฐศาสตร์ต่างๆ เคยพยากรณ์ไว้หรือไม่ ?
หนึ่งใน "ปม" ใหญ่ที่ทำให้กองทุนประกันสังคมไทยขยับตัวยาก คือโครงสร้างที่ยังยึดติดกับระบบราชการ 100% ปัจจุบันสถานะของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) มีศักดิ์เป็นเพียง "กรม" หนึ่งภายใต้กระทรวงแรงงาน
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี บอร์ดประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน ชี้ให้เห็นความลักลั่นว่า การตัดสินใจลงทุนที่ผ่านมา ทำโดยข้าราชการที่หมุนเวียนตามตำแหน่ง ไม่ได้ใช้ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนระดับสากลมาบริหารโดยตรง ผลที่ตามมา คือความล่าช้าในระบบจัดซื้อจัดจ้าง ที่ทำให้กองทุนไม่สามารถจ้างบริษัทจัดการสินทรัพย์ระดับโลก หรือทำสัญญากับกองทุนต่างประเทศ (GP/LP) ได้อย่างคล่องตัว
นี่ยังไม่นับรวมงบประมาณบริหารจัดการที่ถูกใช้ไปกับการ "ตัดสูท-ทำปฏิทิน-ปรับปรุงโรงอาหาร” ซึ่งถ้าประหยัดได้ เงินเหล่านี้ควรจะกลับเข้าสู่พอร์ตลงทุนเพื่อสร้างดอกผลให้ผู้ประกันตนมากกว่านี้
“ในแต่ละปี กองทุนมีเงินเข้าประมาณ 2 แสนกว่าล้านบาท มาจาก เงินลูกจ้าง คนละ 5% (ฐาน 15,000) เงินนายจ้างจ่ายสมทบให้ลูกจ้างคนละ 5% และเงินรัฐบาล จ่ายให้ อีก 2.75% ของทุกคน ซึ่งจะถูกหักออกมาเป็นสิทธิประโยนชน์ 7 ด้าน และเป็นเงินบำนาญ ราว 2 หมื่นกว่าล้าน ซึ่งที่เหลือจะไหลเข้าเป็นส่วนของการลงทุน สะท้อนว่า มันไม่เหมือนงบประมาณของหน่วยงานอื่นๆของรัฐ เพราะหากเงินเหลือมากเท่าไหร่ ก็จะไหลเข้าสู่กองกลาง เพื่อนำไปสู่การลงทุนต่อไป ฉะนั้น การนำไปใช้จ่าย ปรับปรุงโรงอาหาร ,ทำปฎิทินแจก หรือ ตัดสูทให้เจ้าหน้าที่ ถ้าประหยัดส่วนนี้ได้ ก็จะเข้าสู่พอร์ตการลงทุน ให้ใหญ่ขึ้นๆ ”
เมื่อกางพอร์ตลงทุนมูลค่า 2.85 ล้านล้านบาท ออกมาดู ข้อมูล ณ สิ้นปี 2568 พบว่ากองทุนไทยมีนิสัยการลงทุนแบบ "เพลย์เซฟ" สุดโต่ง
แม้ตัวเลขกำไรสะสมจะดูสูงถึง 1.1 ล้านล้านบาท แต่เมื่อลองคำนวณผลตอบแทนเฉลี่ย 35 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าเติบโตเพียง 1.44% ต่อปี
ซึ่งกูรูการเงินประสานเสียงกันว่า "ต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ" เสียอีก หากกองทุนยังย่ำอยู่กับสูตรเดิมที่ทำกำไรไม่ถึง 2% จนล่าสุด ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล และนักวิชาการหลายท่านเตือนว่า ท่ามกลางสังคมสูงวัยที่คนจ่ายเงินสมทบน้อยลงแต่คนเบิกบำนาญมากขึ้น กองทุนอาจถังแตกได้ภายในปี 2594 หรืออีกเพียง 25 ปีข้างหน้าเท่านั้น
ในขณะที่ไทยยังกระจุกตัวอยู่ในหุ้นในประเทศ กองทุนบำนาญชั้นนำของโลกกลับเดินเกมต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ในประเด็นนี้ “ภัณฑิรา เวอร์การา” ที่ปรึกษาการลงทุนสินทรัพย์นอกตลาด ระบุว่า "ค่าเสียโอกาส" ของการถกเถียงกันโดยไม่ปรับพอร์ต สูงถึง 300 ล้านบาทต่อวัน! กองทุนระดับโลกมักใช้สูตร SAA 5-2 (ลดตราสารหนี้ เพิ่มหุ้นโลก) เข้าไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก พลังงานสะอาด หรือแม้แต่ Formula 1 เพื่อสร้างผลตอบแทนมหาศาล ขณะที่ไทยยังติดกับดักรายได้ต่ำจากการลงทุนในประเทศที่โอกาสเติบโตจำกัด
จะเห็นได้ว่า สูตรลับความมั่งคั่ง มากกว่าแค่หุ้น แต่คือการลงทุนใน "นวัตกรรม" กองทุนแนวหน้าอย่างนอร์เวย์ (GPF) หรือเกาหลีใต้ (NPS) ไม่ได้มองแค่ปันผลรายปี แต่เขามองหา "Capital Gain" จากเมกะเทรนด์โลก
ข้อเสนอจากการเสวนาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนหุ้นที่ถือ แต่คือการ "เปลี่ยนระบบ" เพื่อให้กองทุนเดินหน้าต่อได้ เช่น
บทสรุปจากเวทีนี้ชัดเจนว่า หากเรายังปล่อยให้กองทุนประกันสังคมเดินแบบสโลว์โมชันภายใต้วิสัยทัศน์แบบราชการเดิมๆ เส้นชัยแห่งความมั่นคงยามเกษียณของคนไทยอาจไม่มีอยู่จริง ถึงเวลาแล้วที่ต้อง "ปฏิรูป" ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้
อ่านข่าวหุ้น ข่าวทองคำ และ ข่าวการลงทุน และ การเงิน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney