
ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 75% ในปีนี้ ใกล้เคียงสถิติเดิม และมีวันดัชนีบวกเกิน 5% ถึง 8 ครั้ง
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กลายเป็นดาวเด่นของโลกการเงินอีกครั้งในปีนี้ หลังดัชนี Kospi (Korea Composite Stock Price Index) พุ่งขึ้นแล้วถึง 75% ตั้งแต่ต้นปี ทั้งที่ยังผ่านมาไม่ถึง 5 เดือน และกำลังเข้าใกล้สถิติผลตอบแทน 76% ที่เคยถูกยกให้เป็นตลาดหุ้นที่ร้อนแรงที่สุดในโลกเมื่อปีที่ผ่านมา
ล่าสุด ดัชนี Kospi พุ่งขึ้นอีก 6.5% ในวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้ปีนี้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้มีวันที่ดัชนีปรับขึ้นมากกว่า 5% แล้วถึง 8 ครั้ง เทียบกับเพียงครั้งเดียวตลอดทั้งปี 2025 ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังเดินหน้าซื้อหุ้นเกาหลีใต้ต่อเนื่อง โดยมีเม็ดเงินไหลเข้ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในวันเดียว ซึ่งใกล้เคียงระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ทั้งนี้แรงขับเคลื่อนทั้งหมดมาจากปัจจัยหลักของแรงซื้อหุ้นในภาคเทคโนโลยีอย่าง AI และ เซมิคอนดักเตอร์
บริษัทเกาหลีใต้ที่เคยถูกนักลงทุนทั่วโลกมองข้ามได้รับการประเมินมูลค่าใหม่ (Re-rating) หลังตลาดเริ่มตระหนักว่า เกาหลีใต้ คือ หนึ่งในประเทศที่มีความได้เปรียบมากที่สุดในห่วงโซ่อุปทาน AI โลก โดยเฉพาะในธุรกิจ “Memory Chips” หรือชิปหน่วยความจำ นำโดยหุ้นของ Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมชิป AI ต่างปรับตัวขึ้นมากกว่า 2 เท่าในปีนี้ พร้อมสร้างสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด Samsung Electronics มีมูลค่าบริษัททะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก ขณะที่รายได้จากธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในไตรมาสเดียว จากความต้องการชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลทั่วโลก
ไม่เพียงเท่านั้น ความต้องการชิป AI ยังดันราคาชิปประเภทอื่นให้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะภาวะอุปทานตึงตัว ทำให้ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจที่นักลงทุนต้องการมากที่สุดในโลกเวลานี้
อ่านเพิ่มเติม Samsung มูลค่าทะลุล้านล้าน ชิปความจำเป็นที่ต้องการ ทำหุ้นโต 4 เท่า กำไรไตรมาสเดียวมากกว่าทั้งปี 68
Chan H. Lee Managing Partner ของ Petra Capital Management ในกรุงโซล ระบุว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเกาหลีใต้ แต่คือวัฏจักร AI Memory ระดับโลก และตอนนี้มูลค่าที่แท้จริงของ Samsung Electronics กำลังได้รับการยอมรับเสียที
แม้หลายฝ่ายเริ่มเปรียบเทียบความร้อนแรงของตลาดหุ้นเกาหลีใต้กับยุคฟองสบู่ดอทคอม แต่ข้อมูลจาก FactSet ชี้ให้เห็นว่า การพุ่งขึ้นของตลาดรอบนี้ต่างออกไปเพราะแรงขับเคลื่อนสำคัญไม่ได้มาจากความคาดหวังหรือการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “กำไรบริษัทที่เพิ่มขึ้นจริง” โดยนักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า P/E หรืออัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรของตลาดเกาหลีใต้กลับลดลงในปีนี้ แม้ดัชนีจะพุ่งแรง สะท้อนว่าราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นนั้นถูกสนับสนุนด้วยผลประกอบการที่เติบโตจริง โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์
ทั้งนี้กระแส AI Boom ยังผลักดันให้มูลค่าตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (Market Capitalization) แซงหน้ามูลค่าของตลาดหุ้นแคนาดา กลายเป็นตลาดหุ้นใหญ่อันดับ 7 ของโลก โดยข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า มูลค่ารวมของบริษัทจดทะเบียนเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 71% ในปีนี้ แตะระดับ 4.59 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นแคนาดาเพิ่มขึ้นเพียง 7%
ปัจจัยสำคัญ คือ โครงสร้างตลาดหุ้นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพราะหุ้นกลุ่มชิปอย่าง Samsung และ SK Hynix มีน้ำหนักรวมกันถึง 45% ของดัชนี Kospi ทำให้ตลาดเกาหลีใต้ได้รับอานิสงส์เต็ม ๆ จากวัฏจักร AI ซึ่งต่างจากตลาดหุ้นแคนาดาที่พึ่งพาหุ้นพลังงานและการเงินเป็นหลัก ซึ่งเติบโตได้ช้ากว่าในยุคที่ AI กำลังกลายเป็น “เครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่” ของโลก
Ha SeokKeun ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Eugene Asset Management ระบุว่า การเติบโตที่แซงหน้าตลาดยุโรปสำคัญอย่างสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสได้อย่างรวดเร็วสะท้อนให้เห็นว่า “โครงสร้างของตลาดหุ้นที่ขับเคลื่อนด้วยหุ้นเทคโนโลยีและชิป AI เป็นแกนหลักได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและตลาดทุนของแต่ละประเทศ ”
ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเกาหลีใต้เท่านั้น เพราะช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไต้หวัน Taiex ซึ่งขับเคลื่อนโดย Taiwan Semiconductor Manufacturing Company หรือ TSMC ก็ปรับตัวขึ้นแล้วกว่า 42% ในปีนี้ ขณะที่ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ อย่าง PHLX Semiconductor Index (SOX) ก็พุ่งขึ้นถึง 55%
“ทั้งหมดสะท้อนภาพเดียวกันว่า AI กำลังกลายเป็นวัฏจักรเศรษฐกิจใหม่ที่ผลักดันตลาดทุนทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่มีอุตสาหกรรมชิปและโครงสร้างเทคโนโลยีแข็งแกร่งที่สุดในโลก”
อ่านเพิ่มเติม TSMC โตแรง ดันตลาดหุ้นไต้หวันแซงอังกฤษ กำไรพุ่ง 58% ทำสถิติสูงสุดใหม่ ดีมานด์ AI หนุนอุตสาหกรรมชิป
ข้อมูลระบุว่า การเติบโตที่ร้อนแรงของตลาดหุ้นยังได้แรงสนับสนุนสำคัญมาจากนโยบายของประธานาธิบดี Lee Jae-myung ที่ต้องการผลักดันตลาดหุ้นให้เป็นหนึ่งในเสาหลักของความมั่งคั่งภาคครัวเรือน
โดยรัฐบาลเกาหลีใต้จึงเดินหน้าปฏิรูปธรรมาภิบาลบริษัท เพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้น และผลักดันให้ตลาดทุนกลายเป็นช่องทางสะสมความมั่งคั่งระยะยาวของประชาชน ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางและสงครามในอิหร่านที่แม้จะเพิ่มความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน แต่ก็ทำให้นักลงทุนกลับมาสนใจอุตสาหกรรมต่อเรือและการป้องกันประเทศของเกาหลีใต้ ซึ่งสะสมความแข็งแกร่งมาอย่างเงียบ ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์บางส่วนเตือนถึงสัญญาณของตลาดที่อาจร้อนแรงเกินไป แม้ภาพรวมจะยังแข็งแกร่ง แต่เริ่มมีความกังวลว่าตลาดอาจเข้าสู่ภาวะร้อนแรงเกินพื้นฐานในบางจุด โดยดัชนี Kospi ล่าสุดปิดที่ระดับ 7,384 จุด สูงกว่าระดับเป้าหมาย 5,000 จุด ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่า “เป็นไปไม่ได้” และกำลังเข้าใกล้เป้าหมาย 8,000 จุด ที่ Goldman Sachs เคยคาดการณ์ไว้สำหรับสิ้นปีนี้
การปรับขึ้นของตลาดยังค่อนข้างกระจุกตัว เพราะแม้ดัชนีจะพุ่งแรง แต่หุ้นกว่า 600 บริษัท จากทั้งหมด 835 บริษัทในดัชนี Kospi กลับปรับตัวลดลงในวันเดียวกัน สะท้อนว่าตลาดยังถูกขับเคลื่อนโดยหุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์เพียงไม่กี่ตัวเป็นหลัก อย่างไรก็ตามสำหรับนักลงทุนทั่วโลก เวลานี้เกาหลีใต้กำลังกลายเป็นภาพสะท้อนสำคัญของยุคใหม่ที่ AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ตลาดทุน และความมั่งคั่งของทั้งประเทศอย่างแท้จริง
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -