หุ้นการบินไทย ทิ้งดิ่ง -11% เมื่อเจ้าหนี้แห่ขายหุ้นได้ ล็อตแรก 6.6 พันล้านหุ้น นี่อาจแค่เริ่มต้น?

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

หุ้นการบินไทย ทิ้งดิ่ง -11% เมื่อเจ้าหนี้แห่ขายหุ้นได้ ล็อตแรก 6.6 พันล้านหุ้น นี่อาจแค่เริ่มต้น?

Date Time: 4 ก.พ. 2569 11:42 น.

Video

เทรนด์รถไทย 2026 ไฮบริด vs EV เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ? | Money Issue EP.42

Summary

หุ้น THAI ร่วงหนักหลังครบกำหนด Silent Period ของเจ้าหนี้เป็นวันแรกซึ่งจะทำให้หุ้นกว่า 25% ที่มาจากการแปลงหนี้เป็นทุนสามารถถูกนำออกมาเทขายในกระดานได้ซึ่งนอกจากหุ้นล็อตแรกในเดือนกุมภาพันธ์นี้แล้วนักลงทุนยังต้องเตรียมรับมือที่สามารถนำออกมาขายได้ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 ด้วย

Latest


บรรยากาศการลงทุนหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI วันนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่นักลงทุนจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังครบกำหนดระยะเวลาห้ามขายหุ้น หรือ Silent Period เป็นวันแรกของ "เจ้าหนี้"

ซึ่งจะทำให้หุ้นจำนวนมหาศาลกว่า 6,600 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 25% ของหุ้นที่มาจากการแปลงหนี้เป็นทุนและหุ้นเพิ่มทุนของผู้ถือหุ้นเดิม สามารถถูกนำออกมาเทขายในกระดานได้

ทันทีที่เปิดตลาดพบว่าแรงเทขายอย่างหนัก ส่งผลให้ราคาหุ้น THAI ดิ่งลงชั่วคราวที่ระดับ 5.25 บาทต่อหุ้น ก่อนเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาพยุงราคา โดย ณ เวลา 11.05 น. ราคาฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 6.20 บาท แต่ยังลดลง 0.80 บาท (-11.43%) จากราคาปิดวันก่อนหน้า ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นกว่า 1.77 พันล้านบาท

อย่างไรก็ดี นี่อาจยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของแรงกดดัน เพราะนอกจากหุ้นล็อตแรกในเดือนกุมภาพันธ์นี้แล้ว ตลาดยังต้องเตรียมรับมือกับคลื่นระลอกสอง เนื่องจากยังมีหุ้น THAI อีกกว่า 19,000 ล้านหุ้น ที่กำลังจ่อคิวปลดล็อก Silent Period และสามารถนำออกมาขายได้ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องวางแผนรับมือต่อไป


เจาะลึกหุ้นการบินไทย เกิดอะไรขึ้น?

เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจภาพรวม ต้องย้อนความไปถึงกระบวนการออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งหัวใจสำคัญคือ “การแปลงหนี้เป็นทุน” เพื่อให้ส่วนของผู้ถือหุ้นกลับมาเป็นบวก ตามเงื่อนไขของตลาดหลักทรัพย์ฯ

โดยในกระบวนการนี้ บรรดาเจ้าหนี้สถาบันการเงินรายใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย รวมถึงสหกรณ์ออมทรัพย์ต่างๆ ได้เปลี่ยนสถานะจาก "เจ้าหนี้" มาเป็น "ผู้ถือหุ้นใหญ่" ของการบินไทย

ปัจจุบันผู้ถือหุ้นใหญ่ 10 อันดับแรก ได้แก่

  • กระทรวงการคลัง จำนวน 11,010,143,112 หุ้น หรือ 38.90%
  • ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จำนวน 2,403,379,062 หุ้น หรือ 8.49%
  • สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำกัด จำนวน 1,538,121,854 หุ้น หรือ 5.43%
  • ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,317,461,447 หุ้น หรือ 4.65%
  • ธนาคาร ทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) จำนวน 579,955,895 หุ้น หรือ 2.05%
  • สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำกัด จำนวน 475,572,922 หุ้น หรือ 1.68%
  • ธนาคาร ออมสิน จำนวน 447,995,117 หุ้น หรือ 1.58%
  • สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำกัด จำนวน 414,359,908 หุ้น หรือ 1.46%
  • ธนาคาร อิสลามแห่งประเทศไทย จำนวน 397,330,248 หุ้น หรือ 1.40%
  • สหกรณ์ออมทรัพย์ปตท. จำกัด จำนวน 380,088,815 หุ้น หรือ 1.34%

เพื่อให้เกิดเสถียรภาพของราคาหุ้นในช่วงแรกของการกลับมาซื้อขาย ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงกำหนดเกณฑ์ Silent Period ห้ามไม่ให้กลุ่มเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นเดิมที่ได้รับการจัดสรรหุ้นราคาต่ำ นำหุ้นทั้งหมดออกมาขายพร้อมกัน โดยกำหนดให้

  • ระยะที่ 1 (ก.พ. 2569) สามารถขายได้ 25% ของจำนวนหุ้นที่ติดเงื่อนไข ซึ่งคือ 6,600 ล้านหุ้นที่ออกมาในวันนี้
  • ระยะที่ 2 (ส.ค. 2569) หลังจากผ่านไปอีก 6 เดือน จะสามารถขายหุ้นส่วนที่เหลืออีก 75% ได้ทั้งหมด หรืออีกประมาณ 19,000 ล้านหุ้น

ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้คือ ปรากฏการณ์ที่เจ้าหนี้บางส่วนขายทำกำไรหรือปรับพอร์ตการลงทุนหลังจากถือครองมาครบ 1 ปีตามเกณฑ์ ทำให้มีหุ้นจำนวนมากไหลเข้าสู่ตลาดนั่นเอง


โบรกเกอร์ มองผันผวนระยะสั้น โอกาสสะสมเพื่อรอปันผล

นักเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้ความเห็นกับ Thairath Money ว่า ปรากฏการณ์ราคาหุ้นที่ร่วงแรงในช่วงเช้า มองว่าเป็นแรงขายที่ออกมามาจากกลุ่มเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นเดิมบางส่วน แต่การที่ราคาดีดกลับจาก 5.25 บาท ขึ้นมายืนเหนือ 6 บาทได้ แสดงให้เห็นว่าในแง่ของมูลค่าพื้นฐาน (Valuation) ระดับราคาดังกล่าวเริ่มจูงใจนักลงทุน

ประเด็นบวกที่น่าสนใจคือเรื่อง “เงินปันผล” หากการบินไทยสามารถประกาศจ่ายปันผลได้ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ การที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมา จะยิ่งทำให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนให้ไหลกลับเข้ามาเก็บหุ้นได้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังเตือนให้ระมัดระวังผลกระทบในระยะถัดไป เพราะรอบนี้เป็นการปลดล็อกเพียงแค่ 25% เท่านั้น และช่วงเดือนสิงหาคมที่จะมีหุ้นอีก 75% เข้ามา

แต่ในระหว่างนี้ หากการบินไทยสามารถทำผลประกอบการที่แข็งแกร่ง พร้อมความคืบหน้าโครงการต่างๆ ตามแผนการดำเนินงาน เช่น การขยายศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน หรือความชัดเจนในการจัดหาเครื่องบินลำตัวกว้างเพื่อรองรับดีมานด์การท่องเที่ยว ก็จะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ชะลอแรงขาย และจำกัด Downside ของราคาหุ้นได้

นอกจากนี้ มองว่าเป็นเพียง "ความผันผวนระยะสั้น" เท่านั้น ดังนั้น สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ แนะนำให้ทยอยสะสมในจังหวะที่ราคาย่อตัว เพื่อคาดหวังผลตอบแทนจากปันผล ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ แนะนำให้รอให้แรงขายสะเด็ดน้ำ หรือรอสัญญาณราคาเริ่มสร้างฐานได้นิ่งเสียก่อน จึงค่อยพิจารณาเข้าลงทุน


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ