
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 9 ราย ได้แก่ 1.นายยรรยงค์ อินทรสงเคราะห์ 2.นายภาณุรักษ์ แสงอร่าม 3.นายเอกวิชญ์ กมลเทพา 4.นายศิร์วสิษฏ์ สายน้ำผึ้ง 5.นางสาวกรรณิดา ตั้งกิจตรงเจริญ 6.นายภควันต์ วงษ์โอภาสี 7.นายกรวิช อัศวกุล 8.นางสาวกัญจนารัศม์ วงศ์พันธุ์ และ 9.นางมะลิวัลย์ วงศ์ชินศรี กรณีสร้างราคาหุ้น 3 บริษัท โดยเรียกให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 33.68 ล้านบาท และกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร
สำนักงาน ก.ล.ต.ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯและตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าระหว่างเดือน ม.ค.-มี.ค.60 กลุ่มผู้กระทำความผิด 9 ราย ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และ/หรือมีความสัมพันธ์ส่วนบุคคลโดยตรง หรือเชื่อมโยงกันผ่านบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นของ บมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) บมจ. อุตสาหกรรม อีเล็คโทรนิคส์ (EIC) และ บมจ.ตงฮั้ว โฮลดิ้ง (TH) แล้วแต่กรณี โดยส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ที่สอดรับและสนับสนุนกันในลักษณะการผลักดันราคา การจับคู่ซื้อขายระหว่างกัน หรือการส่งคำสั่งซื้อขายในลักษณะขัดขวางการซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลอื่น ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายและส่งคำสั่งซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องกัน โดยมุ่งหมายให้ราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด ดังนี้
1.กรณีสร้างราคาหุ้น NMG ระหว่างวันที่ 30 ม.ค.-2 ก.พ.60 มีผู้กระทำความผิด รวม 8 ราย และกรณีสร้างราคาหุ้น NMG ระหว่างวันที่ 21-24 ก.พ.60 มีผู้กระทำความผิด 7 ราย ได้ร่วมกันกระทำการโดยมีผลทำให้ราคาและปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด 2.กรณีสร้างราคาหุ้น EIC ระหว่างวันที่ 14-15 มี.ค.60 และสร้างราคาหุ้น EIC วันที่ 31 มี.ค.60 ผู้กระทำความผิดรวม 7 ราย 3.กรณีสร้างราคาหุ้น TH วันที่ 24 มี.ค.60 มีผู้กระทำความผิดรวม 6 ราย
การกระทำของบุคคลข้างต้นเป็นความผิดฐานสร้างราคาหุ้น NMG EIC และ TH ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดทั้ง 9 ราย โดยให้ผู้กระทำความผิดชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับและชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิดรวม 33.68 ล้านบาท และห้ามผู้กระทำผิดซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ตามเวลาที่กำหนด
นอกจากนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. ยังได้กล่าวโทษผู้กระทำความผิด รวม 13 ราย ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรณีสร้างราคาและปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ของ FVC โดยพบพยานหลักฐานน่าเชื่อได้ว่ากลุ่มผู้กระทำความผิด 13 ราย ได้แก่ 1.นายสุรพงษ์ เตรียมชาญชัย 2.บมจ.นิปปอน แพ็ค (ประเทศไทย) ปัจจุบันชื่อ บมจ.โกลบอล คอนซูเมอ (NPP) 3.นางสาวทิพรัตน์ สาครสุขศรีฤกษ์ 4.นางสาวรินนภา คุณะวัฒน์สถิตย์ 5.นายวัฒนา สวัสดิ์ทอง 6.นายดนุช บุนนาค 7.นายประพล มิลินทจินดา 8.นางกิ่งกาญจน์ สมิตานนท์ 9.บริษัท พี-แซท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (P-SAT) 10. นายอนุพนธ์ ศรีอาจ 11.นายกิจจพัฒน์ อิทธิฤทธานนท์ 12.นางอนัญญา เรืองศักดิ์วิชิต 13.นายนัฐพล เฉลิมพจน์ ซึ่งพบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างกันได้เข้ามาซื้อขายหุ้น FVC และมีพฤติกรรมการซื้อขายในลักษณะรู้เห็นหรือตกลงกัน โดยแบ่งหน้าที่กันส่งคำสั่งซื้อขายหุ้น FVC สอดรับและสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ราคาและปริมาณการซื้อขายของหุ้น FVC ผิดไปจากสภาพปกติ ระหว่างวันที่ 25-31 ส.ค.58 และวันที่ 19-21 ต.ค.58 ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดว่าขณะนั้นมีความต้องการซื้อขายหุ้น FVC ในปริมาณมากและเข้ามาซื้อขายตาม เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ
นอกจากนี้ การกระทำของนายอนุพนธ์ในฐานะผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล ที่บริหารโดย บล.เออีซี จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันชื่อ บล.บียอนด์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีอำนาจสั่งซื้อขายในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้ากองทุนส่วนบุคคล ได้ส่งคำสั่งซื้อขายหุ้น FVC ในลักษณะการสร้างราคาในช่วงเวลาดังกล่าว เข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่ซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคล รวมทั้งกรณีของนายประพลที่ไม่รายงานการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งหุ้น FVC ข้ามร้อยละ 5 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด ทั้งนี้ ก.ล.ต.ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติกรรมของกลุ่มผู้กระทำความผิดมีรูปแบบของการกระทำเป็นขบวนการ มีลักษณะแบ่งหน้าที่ในการส่งคำสั่งซื้อขายเพื่อสร้างราคาหุ้น FVC ประกอบกับผู้กระทำความผิดหลายรายในกรณีนี้ ก.ล.ต. ได้ตรวจสอบการกระทำผิดในหลายกรณีต่อเนื่องกัน ทั้งที่เป็นการทุจริตและการกระทำอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่ง ก.ล.ต.ได้ดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลดังกล่าวแล้วในหลายกรณี ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษกลุ่มผู้กระทำความผิดทั้ง 13 ราย ต่อ บก.ปอศ. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป พร้อมกันนี้ ก.ล.ต.ยังได้แจ้งการดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯข้างต้น ต่อ ปปง. เนื่องด้วยเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน.