MALEE กางแผนสู้ศึก “กำไรวูบ-ราคาหุ้นร่วง” ส่ง “MAS” เจาะตลาดนวัตกรรมสุขภาพ หวังรายได้โต 9-12%

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

MALEE กางแผนสู้ศึก “กำไรวูบ-ราคาหุ้นร่วง” ส่ง “MAS” เจาะตลาดนวัตกรรมสุขภาพ หวังรายได้โต 9-12%

Date Time: 2 เม.ย. 2569 15:08 น.

Video

Claude AI ปลอดภัยสุดในโลก ? อ่านเกม Anthropic จริยธรรม หรือกลยุทธ์ธุรกิจ | Digital Frontiers EP.60

Summary

MALEE กางแผนธุรกิจส่ง Malee Applied Sciences (MAS) ลุย Food Tech เจาะเทรนด์สุขภาพ ตั้งเป้ารายได้โต 9-12% สู้ศึกกำไรวูบ-ราคาหุ้นตกต่ำ

Latest


ท่ามกลางแรงกดดันจากผลประกอบการและราคาหุ้นที่ปรับตัวลง บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำผลไม้ ผลไม้กระป๋อง และเครื่องดื่มแบรนด์ "มาลี" (Malee) ชั้นนำของไทย กำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ในการกู้ความเชื่อมั่นนักลงทุน

หลังปี 2568 กำไรสุทธิหดตัวแรงเกือบ 36% จากปัจจัยลบทั้งยอดขายที่ชะลอลงและรายการพิเศษ ขณะที่ราคาหุ้นในรอบ 1 ปียังติดลบกว่า 30% สะท้อนแรงกดดันทั้งเชิงพื้นฐา นและมุมมองตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

อย่างไรก็ตาม MALEE เริ่มขยับเกมธุรกิจครั้งสำคัญ ด้วยการส่ง “Malee Applied Sciences (MAS)” เข้ามาเป็นหัวหอกในการสร้างนวัตกรรม เจาะเทรนด์สุขภาพและความงามระดับโลก

พร้อมวางเป้าหมายพลิกโครงสร้างรายได้และดันการเติบโตกลับมาอยู่ในช่วง 9-12% ในปี 2569 ท่ามกลางความหวังในการยกระดับสู่การเป็น Global Well-being Company และเปิดเกมรุกตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง


มรสุมกำไรวูบ - ราคาหุ้นร่วง

ทั้งนี้ MALEE กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ หลังผลประกอบการในปี 2568 ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกและรายการพิเศษ จนส่งผลให้กำไรสุทธิทรุดตัวลงอย่างหนัก และสะท้อนภาพมายังราคาหุ้นบนกระดานที่นักลงทุนซึ่งถือครองหุ้นมาในรอบ 1 ปี ต้องเผชิญกับผลขาดทุนที่ทะลุ 30% 

หากย้อนดูผลประกอบการย้อนหลัง 5 ปี (ปี 2564 - 2568) ของ MALEE พบว่ามีรายละเอียดดังนี้

  • ปี 2564 มีรายได้รวม 3,488.69 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 114.02 ล้านบาท
  • ปี 2565 มีรายได้รวม 6,569.86 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 209.95 ล้านบาท
  • ปี 2566 มีรายได้รวม 7,943.90 ล้านบาท กำไรสุทธิ 80.13 ล้านบาท
  • ปี 2567 มีรายได้รวม 8,496.22 ล้านบาท กำไรสุทธิ 308.15 ล้านบาท
  • ปี 2568 มีรายได้รวม 7,875.82 ล้านบาท กำไรสุทธิ 197.42 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 MALEE มีรายได้รวมจากการขายและการให้บริการ 7,848.3 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 7.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ อยู่ที่ 197.4 ล้านบาท ลดลงถึง 35.9% จากปีก่อน

สาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงในกลุ่มสินค้ารับจ้างผลิต (OEM) และกลุ่มผลิตภัณฑ์นมทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางด้านชายแดนไทย-กัมพูชา และการชะลอตัวของยอดขายน้ำผลไม้ในเวียดนาม

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งสำรองค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-off) สูงถึง 128.4 ล้านบาท โดยหากไม่รวมรายการดังกล่าว บริษัทจะมีกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 325.8 ล้านบาท

จากผลประกอบการที่อ่อนแอลงนี้ ได้กดดันให้ราคาหุ้นของ MALEE ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลราคาหุ้นย้อนหลัง ณ ราคาปิด วันที่ 1 เมษายน 2569 พบว่า

  • จากต้นปี 2569 เพิ่มขึ้น 0.95%
  • ย้อนหลัง 1 ปี ลดลง 31.06%
  • ย้อนหลัง 3 ปี ลดลง 39.86%

เอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MALEE กล่าวว่า ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเกิดจากผลกระทบความไม่แน่นอนและความผันผวนของตลาดหุ้นไทยโดยรวม ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวขึ้นลงตามสภาวะตลาดด้วยเช่นกัน

บริษัทเชื่อมั่นว่าหากสามารถสร้างความแข็งแกร่งและมีแผนงานที่ชัดเจนในอนาคต ราคาหุ้นก็จะสามารถสะท้อนปัจจัยพื้นฐานและปรับตัวไปได้ โดย บริษัท มาลี แอพพลายด์ ไซเอ็นซ์ จำกัด หรือ Malee Applied Sciences (MAS) จะเป็น "อาวุธลับ" ที่จะเข้ามาช่วยสร้างความแข็งแกร่งและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้

ซึ่งจะเป็นการปรับพอร์ตโฟลิโอสินค้าให้สอดรับกับเทรนด์โลกในอนาคต ที่มุ่งเน้นเรื่องการมีอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี จากการนำนวัตกรรมจาก MAS เข้ามาเสริม ทำให้ภาพรวมธุรกิจของบริษัทกลับมาเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต


ส่ง MAS พลิกเกมธุรกิจ หวังดันรายได้ปี 69 โต 10-15%

เอกรินทร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงสร้างรายได้ของบริษัท พึ่งพาธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) อยู่ที่ 66% ขณะที่ธุรกิจแบรนด์ของบริษัทเอง (Own Brand) มีสัดส่วน 33% โดยมีรายได้ในประเทศ 66% และต่างประเทศ 34%

ดังนั้น บริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายตลาดต่างประเทศอีกมาก โดยมุ่งเน้นไปที่ตลาดศักยภาพสูง และเพิ่มสัดส่วนรายได้จาก Own Brand ภายในปี 2571 ให้เพิ่มขึ้นเป็น 55% พร้อมตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไว้ที่ 9-12% ในปี 2569

ด้วยแผนยุทธศาสตร์ใหม่ที่กำลังปรับเปลี่ยนตัวเองจากการเป็นเพียงผู้ผลิตน้ำผลไม้ที่เน้นความอร่อยสดชื่น ไปสู่เป้าหมายการเป็น "Global Well-being Company" เพื่อให้สอดรับกับเมกะเทรนด์ระดับโลกอย่างเรื่องสุขภาพและการมีอายุยืนยาว

ในปีนี้บริษัทเตรียมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่เฉลี่ยปีละ 2-3 รายการ ซึ่งครึ่งหลังของปี 2569 นี้ก็จะมีสินค้าใหม่ออกมาต่อเนื่อง ซึ่ง MAS จะเข้ามาเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ของกลุ่มบริษัท 

ดร.ศุภเกียรติ คำบุทอง กรรมการผู้จัดการ MAS ระบุว่า MAS จะเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมเชิงลึกด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ และนาโนเทคโนโลยี นวัตกรรมการห่อหุ้มและระบบนำส่งสารสำคัญที่ช่วยส่งสารสำคัญให้ทำงานได้อย่างแม่นยำตรงจุดในระดับเซลล์

ปัจจุบัน MAS ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีนำส่งสารสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมสกินแคร์และความงาม จนสามารถจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้แล้วถึง 12 รายการ และจะมีการพัฒนาสินค้าอื่นๆ ต่อเนื่องในอนาคต

เรืองรัตน์ ว่องสุวรรณเลิศ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส MALEE เปิดเผยว่า MAS จะเน้นทำตลาดแบบ B2B เพื่อเสิร์ฟนวัตกรรมให้แก่ผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม และเจ้าของแบรนด์ โดยมีบริการไฮไลต์คือการรับออกแบบและพัฒนาระบบนำส่งสารเฉพาะแบรนด์ เพื่อสร้างความแตกต่างให้คู่ค้า

สำหรับกลยุทธ์การตลาด จะเดินหน้าขยายตลาดในประเทศผ่านเครือข่ายตัวแทนจัดจำหน่ายวัตถุดิบนวัตกรรม เพื่อส่งต่อโซลูชันขั้นสูงให้แก่ผู้ประกอบการและโรงงานผลิตในกลุ่มสกินแคร์และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั่วประเทศ (B2B) ควบคู่ไปกับการขยายฐานลูกค้าในระดับอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังเปิดตัวบริการใหม่ในการออกแบบและพัฒนาระบบนำส่งสารสำคัญเฉพาะแบรนด์ โดยอาศัยเทคโนโลยีการห่อหุ้มสารขั้นสูงของบริษัท เพื่อสนับสนุนให้คู่ค้าสามารถสร้างนวัตกรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว 

พร้อมรุกตลาดต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้และขยายฐานการส่งออกไปยังตลาดเชิงยุทธศาสตร์อย่าง ยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นต้น


ราคาหุ้นปรับฐานมากแล้ว แผนธุรกิจระยะยาวน่าสนใจ

ด้าน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อ MALEE ว่าแม้กำไรไตรมาส 4/2568 จะยังอยู่ในระดับต่ำจากการตั้งสำรองพิเศษ แต่รายได้หลักเริ่มประคองตัวได้จากการฟื้นตัวในประเทศ

พร้อมประเมินกำไรปกติในปี 2569 จะอยู่ที่ 308 ล้านบาท เติบโต 4% จากปีก่อน ซึ่งโดยคาดว่ารายได้และอัตรากำไรขั้นต้นจะดีขึ้นจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการเปิดตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นก็ตาม

ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 5.60 บาทต่อหุ้น (อิง P/E 10 เท่า)  ซึ่งยังมีอัปไซด์จากราคาปัจจุบันถึง 30% โดยมองว่าราคาหุ้นได้ผ่านการปรับฐานลงมามากแล้ว

ขณะที่แผนธุรกิจระยะยาวที่มุ่งเน้นพอร์ตสินค้าสุขภาพ และความพยายามในการเปิดตลาดแบรนด์น้ำมะพร้าวในต่างประเทศ ถือเป็นประเด็นที่น่าติดตามและมีแนวโน้มเติบโตที่ดีในอนาคต


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ