นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า สำหรับประเด็นความกังวลนโยบายลดค่าไฟจากพรรคก้าวไกล จะกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าหรือไม่นั้น บริษัทมองว่าจากรายละเอียดของนโยบายนโยบายภาครัฐที่มีแนวโน้มในการทบทวนปรับสูตรการคำนวนค่าแก๊สใหม่ จะมีผลกระทบต่ออัตรากำไร (มาร์จิ้น) ไม่มากนัก
เนื่องจากภาครัฐจะมีการกลับไปทบทวนสูตรการคำนวนต้นทุนราคาแก๊สใหม่ จากปัจจุบันส่วนใหญ่โรงงานผลิตแก๊สจะไปส่งให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีก่อน และส่วนที่เหลือค่อยนำมาผลิตไฟฟ้า ทำให้เมื่อปริมาณแก๊สในการผลิตไฟฟ้าไม่พอจะต้องมีการนำเข้าแก๊ส LNG ซึ่งอยู่ในราคาสูง
ทั้งนี้ บริษัทมองว่าความต่างของต้นทุนราคาแก๊สสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้า ไม่ควรจะห่างกันมากนัก อาจมีการปรับเปลี่ยนสูตรคำนวนค่าแก๊สใหม่ และทำให้ค่าแก๊สลดลง นำไปสู่ค่าเอฟที (Ft) มีช่องว่างในการปรับลดลงด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งจะสะท้อนในค่าไฟฟ้าที่ลดลงด้วย
ขณะเดียวกัน เชื่อว่ารายได้ของบริษัทจะสามารถมีการเติบโตได้ในปีนี้ จากแผนการเปิดดำเนินการโรงไฟฟ้าใหม่ขนาดรวมราว 500 เมกะวัตต์ รวมถึงมีลูกค้าอุตสาหกรรมใหม่ที่เข้ามาในระบบราว 50-60 เมกะวัตต์ และรับรู้รายได้จากโครงการ M&A บางส่วน
นอกจากนี้บริษัทมีแผนการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าปี 2573 ให้ถึง 10,000 เมกะวัตต์ จากสิ้นปีก่อนที่ 3,338 เมกะวัตต์ มุ่งเน้นในการขยายโรงไฟฟ้าที่เป็น Green Energy และตั้งเป้าให้มีสัดส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% ของพอร์ต โดยวางงบลงทุนตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทที่ 70,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนเงินลงทุนจากเงินสด (Cash) 10,000 ล้านบาท, เงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cashflow) 45,000 ล้านบาท และการระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ อีกราว 15,000 ล้านบาท