ตลท. เผยเครื่องมือครบ-ระบบแกร่ง รับมือหุ้นผันผวน ชี้มีเครื่องมือทำกำไรขาลงได้

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ตลท. เผยเครื่องมือครบ-ระบบแกร่ง รับมือหุ้นผันผวน ชี้มีเครื่องมือทำกำไรขาลงได้

Date Time: 9 มี.ค. 2569 15:58 น.

Video

สอนมือใหม่หาเงินล้าน! จับของเก่า VS ล่า Art Toy เริ่มยังไง? | Money Issue EP.44

Summary

ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้น ตลท.ชี้โครงสร้างตลาดและมาตรการดูแลมีความแข็งแกร่งเพียงพอ พร้อมย้ำว่านักลงทุนยังมีเครื่องมืออย่าง Futures, Inverse ETF และ DW ใช้บริหารพอร์ตและสร้างโอกาสทำกำไรในภาวะตลาดขาลงได้

Latest


สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ทำให้ตลาดหุ้นหลายแห่งทั่วโลกปรับตัวลงอย่างรุนแรง ซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย

อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการดูแลเสถียรภาพตลาดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังคงมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานทัดเทียมตลาดสากล ซึ่งเพียงพอสำหรับรองรับความผันผวนที่เกิดขึ้น

โดยกลไกสำคัญอย่างมาตรการ Circuit Breaker รวมถึงกรอบราคา Ceiling & Floor ยังสามารถทำหน้าที่ชะลอความตื่นตระหนกของตลาดและเปิดโอกาสให้นักลงทุนมีเวลาประเมินสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบ

นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังชี้ว่าปัจจุบันมีเครื่องมือการลงทุนที่ช่วยสร้างโอกาสทำกำไรในภาวะตลาดขาลงได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นตลาด Futures, กองทุน Inverse ETF หรือ DW ซึ่งเปิดทางให้นักลงทุนสามารถวางกลยุทธ์และบริหารพอร์ตได้ในทุกสภาวะตลาดด้วย


สงครามไม่จบ กดหุ้นไทยผันผวนหนัก 

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ทิศทางของตลาดหุ้นกลับมีความผันผวนและเปลี่ยนทิศทางในช่วงเดือนมีนาคม เนื่องจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน

ซึ่งผลกระทบหลักที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นไทยคือความผันผวนของ "ราคาน้ำมัน" เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนของหุ้นในเซกเตอร์น้ำมันค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับตลาดอื่น

ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นไปค่อนข้างมากจนทำสถิติปรับขึ้นสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย รองจากเกาหลีและไต้หวัน จึงอาจมีแรงเทขายทำกำไรและทำให้ดัชนีย่อตัวลงมาบ้าง

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความผันผวนจากต่างประเทศ หากปัจจัยในประเทศมีความเข้มแข็ง เช่น การมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ การบริหารเศรษฐกิจโดยทีมงานมืออาชีพ รวมถึงการผ่านงบประมาณเพื่อเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่ได้ตามกำหนด จะเป็นเกราะป้องกันที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยสามารถทนทานต่อแรงกระแทกจากภายนอกได้มากขึ้น


มาตรการรับมือเพียงพอ ชูระบบแข็งแกร่ง-ความเสี่ยงขาลงต่ำ

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)  กล่าวว่า สำหรับการรับมือกับภาวะตลาดหุ้นที่ผันผวนจากปัจจัยภายนอกและเหตุการณ์วิกฤติที่ไม่คาดฝัน หรือ Black Swan Event เช่น ภาวะสงครามในตะวันออกกลางนั้น 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาระบบโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ หรือ Seamless Infrastructure โดยพิสูจน์แล้วว่าในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าปริมาณการซื้อขายจะเหวี่ยงตัวรุนแรงเพียงใด กลไกการซื้อขายของตลาดยังคงเดินหน้าต่อไปได้ตามปกติและมีเสถียรภาพ

ทั้งนี้ ประเมินว่ากลไกสกัดกั้นความผันผวนที่มีอยู่ในปัจจุบันมีความเหมาะสมและเพียงพอต่อการรับมือ โดยเฉพาะมาตรการ Circuit Breaker ที่เพิ่งทำงานในระดับแรก (ดัชนีลดลง 8%) เมื่อวันที่ 4 มี.ค.69 พิสูจน์แล้วว่าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานทัดเทียมตลาดสากล

กลไกนี้ช่วยให้นักลงทุนมีเวลาหยุดพัก ดึงสติ และวิเคราะห์ข้อมูล จนตลาดสามารถฟื้นตัวกลับมาปิดลบเพียงประมาณ 4% ได้ในวันนั้น ประกอบกับการมีกรอบควบคุมราคา (Ceiling & Floor) ที่บวกลบ 30% ก็ยังช่วยรักษาสภาพคล่องได้เป็นอย่างดี 

อย่างไรก็ดี ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงติดตามผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับทิศทางของค่าเงินดอลลาร์ โดยเชื่อมั่นว่าบริษัทจดทะเบียนไทยมีมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และพร้อมชี้แจงข้อมูลที่จำเป็นเพื่อให้นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างครบถ้วน

อัสสเดช เน้นย้ำว่า ตลาดหุ้นไทยมีกันชนที่แข็งแกร่งและมี ความเสี่ยงขาลง (Downside risk) ค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับตลาดอื่นในภูมิภาค ปัจจัยค้ำยันสำคัญมาจากเสถียรภาพทางเศรษฐกิจระดับมหภาคที่มั่นคง การจ่ายเงินปันผล (Dividend yield) ที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงสถิติการทำโครงการซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock) ของบริษัทจดทะเบียนที่ช่วยสร้างความมั่นใจ

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีการกระจายตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ไม่ได้พึ่งพากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากเกินไป และมีความหลากหลายของกลุ่มนักลงทุน ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยรับแรงกระแทกจากวิกฤตได้ดี และยังคงเป็นเป้าหมายที่ดึงดูดกระแสเงินทุนต่างชาติได้เสมอ


ส่องเครื่องมือทำกำไรขาลง

ในการลงทุนบนสภาวะที่ตลาดหุ้นเป็น "ขาลง" นักลงทุนไม่จำเป็นต้องถือเงินสดเพื่อรอให้ตลาดฟื้นตัวเพียงอย่างเดียว แต่สามารถใช้เครื่องมือทางการเงินต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสทำกำไรจากดัชนีหรือราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงได้ โดยเครื่องมือที่เป็นที่นิยมและเข้าถึงได้ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้แก่

  • Futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) เป็นเครื่องมือที่นักลงทุนสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง หากนักลงทุนคาดว่าตลาดจะปรับตัวลง สามารถเปิดสถานะขาย (Short Position) ไว้ล่วงหน้า และเมื่อดัชนีหรือราคาหุ้นลดลงตามคาด ก็สามารถทำกำไรจากส่วนต่างของราคาที่ลดลงได้
  • Inverse ETF (กองทุนรวมดัชนีที่ให้ผลตอบแทนสวนทาง) เป็นกองทุน ETF ที่ออกแบบมาให้สร้างผลตอบแทน "สวนทาง" กับดัชนีอ้างอิง เช่น หากดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 1% ตัว Inverse ETF นี้จะสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้นประมาณ 1% ทำให้นักลงทุนสามารถซื้อกองทุนนี้เพื่อทำกำไรหรือป้องกันความเสี่ยงพอร์ตในช่วงตลาดขาลงได้ง่ายดายเหมือนการซื้อหุ้นทั่วไป
  • DW (Derivative Warrant) เป็นเครื่องมืออนุพันธ์ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนทำกำไรได้ทั้งในภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง นักลงทุนสามารถเลือกซื้อ Put DW เมื่อต้องการทำกำไรจากการปรับตัวลงของราคาสินทรัพย์อ้างอิง อย่างไรก็ตาม DW มีอายุจำกัดและมีความผันผวนสูง จึงเหมาะกับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูง

ดร.ศรพล กล่าวว่า ปัจจุบันทางตลาดฯ มีเครื่องมือทางการเงินเตรียมไว้ให้นักลงทุนอย่างหลากหลายเพื่อช่วยรับมือในช่วงตลาดขาลง ซึ่งการมีเครื่องมือที่ครอบคลุมเหล่านี้ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยให้นักลงทุนสามารถวางกลยุทธ์ของตนเองได้ในทุกสภาวะตลาด

ไม่ว่านักลงทุนจะมองว่าตลาดกำลังเป็นขาขึ้น มองว่าเป็นขาลง หรือแม้แต่ช่วงที่ตลาดแกว่งตัวออกข้าง (Sideways) ก็สามารถเลือกเครื่องมือไปใช้ทำกำไรได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงพยายามผลักดันและสรรหาเครื่องมือการลงทุนรูปแบบใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มทางเลือกให้แก่นักลงทุนในอนาคต


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ