ข่าวดี! ค่าไฟงวดใหม่จ่อลด 20 สต. เอกชนสวนลดได้มากกว่านี้หลังราคาแอลเอ็นจีดิ่ง

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ข่าวดี! ค่าไฟงวดใหม่จ่อลด 20 สต. เอกชนสวนลดได้มากกว่านี้หลังราคาแอลเอ็นจีดิ่ง

Date Time: 23 มิ.ย. 2566 06:50 น.

Summary

สำนักงาน กกพ. เผยข่าวดี ค่าไฟงวดใหม่เดือน ก.ย.-ธ.ค.นี้ มีแนวโน้มลดลงอย่างน้อย 20 สต.ต่อหน่วย เหตุยังต้องใช้หนี้ กฟผ. หากจะลดมากกว่านี้ ต้องรอบอร์ด กกพ.เคาะขั้นสุดท้ายภายในเดือน ก.ค.นี้ ขณะที่เอกชนสวนลดได้มากกว่า 50 สต.ต่อหน่วย

Latest

พาณิชย์เกาะติดสหรัฐฯ งัดข้อคู่ค้า จับตาขั้นตอน-กรอบเวลา หลังมาตรการภาษีตอบโต้เป็นโมฆะ

สำนักงาน กกพ. เผยข่าวดี ค่าไฟงวดใหม่เดือน ก.ย.-ธ.ค.นี้ มีแนวโน้มลดลงอย่างน้อย 20 สต.ต่อหน่วย เหตุยังต้องใช้หนี้ กฟผ. หากจะลดมากกว่านี้ ต้องรอบอร์ด กกพ.เคาะขั้นสุดท้ายภายในเดือน ก.ค.นี้ ขณะที่เอกชนสวนลดได้มากกว่า 50 สต.ต่อหน่วย

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยว่า จากการพิจารณาค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) งวดใหม่ในเดือน ก.ย.-ธ.ค.นี้ มีแนวโน้มว่าจะลดลงได้ไม่ต่ำกว่า 20 สตางค์ (สต.) ต่อหน่วยจากปัจจุบัน ค่าไฟเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 4.70 บาท ต่อหน่วย แต่จะลดได้มากกว่านี้อีกหรือไม่อย่างไร ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการ (บอร์ด) กกพ.ที่จะสรุปขั้นสุดท้ายภายในเดือน ก.ค.นี้ ก่อนเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนต่อไป

“ปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าไฟฟ้าปรับลดลง มาจากราคาก๊าซธรรมชาติ และก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ที่ลดลง ขณะเดียวกัน ค่าไฟฟ้าดังกล่าวได้ผนวกรวมการใช้หนี้คืนให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รวม 20,000 ล้านบาทต่องวด จากการที่ กฟผ.รับภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าให้แก่ระบบ เพื่อชะลอการกระชากขึ้นของค่าไฟฟ้าในงวดที่ผ่านๆมารวม 130,000 ล้านบาทไปก่อนหน้านี้แล้ว”

สำหรับข้อมูลประมาณการคำนวณค่าเอฟทีงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.66 ที่ กกพ.ได้รับจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยราคาแอลเอ็นจีตลาดจร เฉลี่ยอยู่ที่ 13.295 เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู ทำให้ราคาที่นำมาเป็นราคาคำนวณรวมระหว่างก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย, เมียนมา และราคาแอลเอ็นจีจะอยู่ที่ 343 บาทต่อล้านบีทียู ขณะที่ปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย โดยเฉพาะแหล่งเอราวัณ (จี1/61) มีการผลิตในปริมาณที่เพิ่มขึ้น คาดว่าเดือน ก.ค.นี้ จะมีกำลังผลิตที่ 400 ล้านลูกบาศก์ (ลบ.) ฟุตต่อวัน จากปัจจุบันที่ระดับ 200 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน และในสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 588 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน นอกจากนี้ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทย มีปริมาณหน่วยเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยว และต้องพิจารณาถึงค่าเงินบาทด้วย โดยการอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 34.79 บาท/เหรียญฯ มีผลอาจทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

“ผมกังวลว่า ค่าไฟฟ้างวดเดือน ม.ค.-เม.ย.67 ที่แนวโน้มราคานำเข้าแอลเอ็นจีจะเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มสภาพอากาศของสหภาพยุโรป อาจส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้างวดถัดไป หรืองวดเดือน พ.ค.-ส.ค.67 เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปีหน้าจะต่ำกว่า 4 บาทต่อหน่วยหรือไม่ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับราคาแอลเอ็นจีด้วยว่าจะลดลงหรือไม่ เพราะปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย และเมียนมา หากลดลง ก็จะทำให้ประเทศไทยยังคงต้องพึ่งนำเข้าแอลเอ็นจี”

ขณะเดียวกัน การช่วยเหลือค่าไฟฟ้างวดใหม่เดือน ก.ย.-ธ.ค.นี้ สำหรับกลุ่มเปราะบางจะยังมีส่วนลดสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300-500 หน่วยต่อเดือนอีกหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่อำนาจของ กกพ. เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะต้องพิจารณา และหากยังเป็นช่วงรอยต่อรัฐบาล รอรัฐบาลชุดใหม่ รัฐบาลชุดนี้ก็สามารถเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้

สำหรับกรณีที่พรรคก้าวไกลหาเสียงไว้ว่า อยากเห็นค่าไฟฟ้าลดลงไม่ต่ำกว่า 70 สต.ต่อหน่วยนั้น ตนมองว่า หากจะดำเนินการตามนโยบาย ต้องปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติทั้งระบบ เพราะในอนาคตไทยต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในส่วนนี้มากขึ้น

ด้านนายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากการดูต้นทุนราคาเชื้อเพลิงและการใช้หนี้ กฟผ.แล้ว ค่าไฟฟ้าน่าจะลดลงได้ไม่ต่ำกว่า 50 สต.ต่อหน่วย จากปัจจุบันเฉลี่ย 4.70 บาทต่อหน่วย เพราะราคาแอลเอ็นจีลดลงจากกว่า 20 เหรียญฯต่อล้านบีทียู เหลือ 11 เหรียญฯต่อล้านบียู

ดังนั้น หากจะลดแค่ 20 สต.ต่อหน่วย จะดูน่าเกลียด ส่วนการลดค่าไฟฟ้าตามแนวคิดพรรคก้าวไกล มองว่า พรรคมีแนวคิดจะออกพันธบัตรรัฐบาลมาเสริมสภาพคล่องให้ กฟผ. ซึ่งส่วนตัวสนับสนุน เพื่อทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่ำลง.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ