พาณิชย์เกาะติดสหรัฐฯ งัดข้อคู่ค้า จับตาขั้นตอน-กรอบเวลา หลังมาตรการภาษีตอบโต้เป็นโมฆะ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

พาณิชย์เกาะติดสหรัฐฯ งัดข้อคู่ค้า จับตาขั้นตอน-กรอบเวลา หลังมาตรการภาษีตอบโต้เป็นโมฆะ

Date Time: 21 ก.พ. 2569 16:54 น.

Video

ถอดโมเดล SpaceX เบื้องหลังเกมการเงิน Elon Musk เดิมพันใหญ่กว่าที่คิด | Digital Frontiers EP.53

Summary

พาณิชย์ เกาะติดสหรัฐฯ ใช้มาตรการใดกับคู่ค้า รวมถึงไทยต่อ หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสิน “ทรัมป์” ใช้อำนาจเกินขอบเขตกฎหมาย มีผลให้มาตรการภาษีตอบโต้ เป็นโมฆะและต้องยกเลิกไป ชี้เก็บภาษี 10% ตามมาตรา 122 ใช้ได้แค่ชั่วคราว ไม่เกิน 150 วัน เว้นแต่รัฐสภาพิจารณาต่ออายุ ส่วน 301 ใช้ได้ทันที แต่ต้องพิจารณาเป็นรายสินค้า และประเทศ ที่เลือกปฏิบัติทางการค้ากับสหรัฐฯ พร้อมเดินหน้าสานต่อเจรจากับสหรัฐฯ ขยายความสัมพันธ์การค้า-ลงทุน

Latest


รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า หลังจากที่ ศาลสูงสุดสหรัฐฯได้ตัดสินกรณีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้อำนาจตามกฎหมาย (International Emergency Economic Powers Act : IEEPA) เพื่อเก็บภาษีตอบโต้ เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตของกฎหมาย มีผลให้การเก็บภาษีตอบโต้เป็นโมฆะ และต้องคืนเงินภาษีที่เก็บไปแล้วให้กับภาคเอกชนนั้น 

ขณะนี้ ไทยจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะท่าทีและแนวทางดำเนินการของรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะอาจมีการกำหนดมาตรการอื่นใดมาใช้ทดแทน และยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่ให้อำนาจฝ่ายบริหารในการกำหนดภาษีเพื่อใช้ในกรณีที่แตกต่างกันไป

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามขั้นตอนและกรอบเวลาที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะใช้ดำเนินการให้สอดคล้องกับคำสั่งศาลสูงสุด ซึ่งโดยหลักการ การเก็บภาษีตอบโต้จะกลายเป็นโมฆะ และต้องยกเลิกทันที แต่ยังต้องรอดูว่า ฝ่ายบริหารสหรัฐฯจะยกเลิกการเก็บเมื่อไร และการขอคืนเงินภาษีที่เสียไปแล้วนั้น จะมีแนวทางดำเนินการอย่างไร

อย่างไรก็ดี ล่าสุด ประธานาธิบดีทรัมป์ เพิ่งลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารใช้อำนาจตามมาตรา 122 กฎหมายการค้าค.ศ.1974 (Trade Act of 1974) ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากคู่ค้าทั่วโลกเพิ่มอีก 10% ซึ่งไทยอยู่ระหว่างการพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น รวมถึงแนวทางการดำเนินการต่อไปของสหรัฐฯ เพราะการใช้มาตรา 122 จะเป็นการเก็บภาษีชั่วคราวในระยะเวลา 150 วันเว้นแต่ได้รับการขยายระยะเวลาจากรัฐสภาสหรัฐฯ หากพ้นกำหนดแล้ว สหรัฐฯจะนำมาตรการอื่นใดมาใช้อีก

ทั้งนี้ ในเบื้องต้น คาดว่า จะนำมาตรา 301 กฎหมายการค้ามาใช้ เพื่อกำหนดภาษีนำเข้าเพิ่มเติมกับประเทศที่เลือกปฏิบัติต่อการค้าของสหรัฐฯ เพราะจะสามารถใช้ได้แบบถาวร และใช้ได้ทันที แต่การใช้มาตรานี้ จะต้องพิจารณาเป็นรายประเทศ และรายสินค้า ไม่ใช่ใช้ได้กับทุกสินค้าเหมือนภาษีตอบโต้ อีกทั้งยังมีขั้นตอน และกระบวนการในการพิจารณา

นอกจากนี้ ยังมีมาตราอื่นๆ อีก ทั้งมาตรา 232 ภายใต้ Trade Expansion Act 1962 ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ โดยสหรัฐฯ ได้ประกาศการเก็บภาษีกับสินค้าบางกลุ่มไปก่อนหน้านี้แล้ว เช่น เหล็ก อลูมิเนียม 50% ทองแดง 50% ยานยนต์และชิ้นส่วน 25% เซมิคอนดักเตอร์ 25% รวมถึงมาตรา 338 ภายใต้ Trade Act 1930 เพื่อกำหนดภาษีนำเข้าเพิ่มเติมต่อประเทศที่เลือกปฏิบัติต่อการค้าของสหรัฐฯ ที่สามารถใช้ได้ทันทีเช่นเดียวกับมาตรา 301

ส่วนกรณีที่ไทยอยู่ระหว่างการเจรจาจัดทำความตกลงว่าด้วยภาษีตอบโต้ไทย-สหรัฐฯ (ART Text) โดยตั้งเป้าหมายให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค.นี้นั้น ฝ่ายไทยเห็นความจำเป็นในการสานต่อการเจรจา เพื่อขยายความสัมพันธ์ทางการค้าการลงทุนระหว่างกันให้ยั่งยืน สร้างเสถียรภาพให้กับภาคการส่งออกของไทย ลดความเสี่ยงจากความผันผวนจากมาตรการทางการค้า 

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลาด้วย เนื่องจากเชื่อมั่นว่า ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ยังมีกลไกที่จะใช้ขับเคลื่อนเรื่องมาตรการภาษีด้วยกฎหมายอื่นที่มีอยู่ เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความมั่นคงของประเทศ

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://  www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ