
Bangkok Blueprint ประกอบด้วย 5 เสาหลักและ 12 แนวทางปฏิบัติ เพื่อให้แต่ละประเทศนำไปปรับใช้ในการวางโครงสร้างพื้นฐานและระบบตรวจจับภัยการเงิน
การหลอกลวงออนไลน์เป็นเรื่องใกล้ตัว ที่ไม่ว่าประเทศไหนก็เจอความเสียหายหลักหมื่นล้านบาท ดังนั้นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) World Bank และ IMF จึงร่วมมือกันออกแนวทางในการสู้ภัยสแกมเมอร์เหล่านี้เป็น Bangkok Blueprint ที่จะเปิดกรณีศึกษาและกรอบปฏิบัติให้ทุกประเทศสามารถปรับใช้รับมือภัยหลอกลวงที่สร้างผลกระทบต่อประชาชน
เริ่มกันที่ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ฉายภาพการหลอกลวงออนไลน์ในยุคปัจจุบันที่กลายเป็นระบบข้ามชาติ ตัวผู้ก่อความเสียหายอยู่ในประเทศหนึ่งแต่มาหลอกลวงคนที่อยู่ในอีกประเทศหนึ่ง ยิ่งสะท้อนว่า การแก้ปัญหา Fraud หรือการฉ้อโกงจะทำแค่ประเทศเดียวไม่ได้ แต่ต้องยกระดับความร่วมมือให้เป็นระดับนานาชาติ ผ่านการ Connect the Dot เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลในแต่ละจุดเข้าด้วยกันทั้งในและต่างประเทศ
ขณะที่ฝั่ง วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในปี 2568 มีการประเมินมูลค่าความเสียหายจาก Fraud ทั่วโลกอยู่ที่ 442,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในส่วนของไทยในปี 2567 พบว่าความสูญเสียทางการเงินจากกรณี Fraud อยู่ที่ 43,000 ล้านบาท แต่ในปี 2568 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 32,000 ล้านบาท เรื่องนี้สะท้อนถึงการรับมือกับภัยสแกมเมอร์ที่ทำมาได้ผลลัพธ์ที่ดี
ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนไป และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว เรายิ่งต้องสร้างความไว้วางใจ และความเข้มแข็งเชิงระบบที่จะลด Fraud ลงซึ่งต้องทำร่วมกันทั้งระบบนิเวศไม่ใช่แค่ภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง และการเป็นความร่วมมือระหว่าง ธปท. ธนาคารโลก และ IMF จนเกิดเป็น Bangkok Blueprint กรอบยุทธศาสตร์ที่ทำให้ทุกประเทศสามารถออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน ระบบตรวจจับภัย Fraud และสร้างระบบการเงินที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
เบื้องต้นจะมี 5 เสาหลักสำคัญ (12 KC - Key Considerations) คือ
ภายในงานเสวนาช่วง The Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services ในวันนี้ (14 ต.ค. 2569) ยังมีมุมมองจาก IMF และผู้ว่าการธนาคารกลาง มาร่วมให้ความคิดเห็น
ทาง Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มองว่า ปัญหาการฉ้อโกงออนไลน์บั่นทอนความเชื่อมั่นและกระทบต่อความมั่นคงของเศรษฐกิจมหภาค หากประชาชนขาดความเชื่อใจอาจจะเลือกที่จะไม่ใช่ช่องทางดิจิทัลทั้งที่เป็นช่องทางที่สร้างการเข้าถึงบริการทางการเงินได้ดี
แต่มองว่าการจะลดปัญหา Fraud ลงได้ต้องอาศัย 3 ส่วนหลัก คือ
1. การสื่อสารยุทธศาสตร์ระดับชาติที่จะทำให้หน่วยงานและคนทุกระดับมีส่วนร่วม
2. การป้องกันความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นผ่านการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความตระหนักรู้ต่อภัยนี้ และ
3. การลดความเสียหาย Fraud ที่เกิดขึ้น ต้องมาจากการสร้างระบบนิเวศร่วมกันในทุกภาคส่วน
สำหรับบทบาทของ Bangkok Blueprint นี้จะเป็นองค์ความรู้สำคัญในการรับมือปัญหา ช่วยให้แต่ละประเทศสามารถพัฒนาระบบและนำกรอบแนวทางไปปรับใช้ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงทางไซเบอร์และอาชญากรรมทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที
ขณะที่ Anshula Kant กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายการเงินของกลุ่มธนาคารโลก (World Bank) เล่าว่า การสูญเสียจากสแกมเมอร์ส่งผลกระทบต่อครอบครัวและเศรษฐกิจ ดังนั้นการป้องกันต้องเริ่มตั้งแต่วันแรกที่ระบบธนาคารผ่านการประเมินความเปราะบางภายใน เช่น กระบวนการยืนยันตัวตนลูกค้าอย่างเข้มงวด และติดตามธุรกรรมที่ผิดปกติ สิ่งสำคัญคือการประสานงานและการรายงานผลแบบเรียลไทม์เพื่อสกัดกั้นเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ
ทั้งนี้มองว่า โมเดลของไทยที่มี สายด่วน 1441 ซึ่งเชื่อมโยงและประสานงานทั้งตำรวจ ธนาคาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกันจะสามารถลดความเสียหายได้จริง ขณะที่การนำ Bangkok Blueprint มาใช้จะช่วยเป็นกรอบสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล ธนาคาร และภาครัฐ เพื่อลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทางอย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน Andrew Bailey ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ มองว่า ท่ามกลางเทคโนโลยีและ AI ที่พัฒนาขึ้นต่อเนื่อง ทำให้มิจฉาชีพใช้พัฒนาการหลอกลวงขึ้นด้วย ดังนั้นมองว่าการแก้ปัญหานี้ ต้องผสานความร่วมมือทั้ง ภาครัฐ ภาคการเงิน บริษัทเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย ฯลฯ และมองว่า Bangkok Blueprint จะเป็นกุญแจสำคัญในการออกแบบระบบที่ต่อต้านการโกงออนไลน์ผ่านระบบการเงินที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
สุดท้ายทาง Soraya Munyana Hakuziyaremye ผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติรวันดา แชร์กรณีศึกษาในประเทศรวันดาที่ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินดิจิทัลในระดับสูง (92%) แต่คนมีความรู้ทางการเงินประเมินว่ายังมีเพียง 30% ทำให้ตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ที่ผ่านมาจึงเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รวมข้อมูลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว พร้อมใช้ AI ตรวจจับธุรกรรมผิดปกติเพื่อเชื่อมต่อกับศูนย์ปฏิบัติการให้ตอบสนองได้แบบเรียลไทม์
แต่ยังมองว่าอุปสรรคสำคัญในการต่อสู้กับ Fraud คือ พรมแดนประเทศที่มีกฎต่างกัน และระบบแยกเก็บข้อมูล จึงมองว่าการสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน รวมถึง Bangkok Blueprint จะเข้ามามีบทบาทช่วยลดอุปสรรคเหล่านี้พร้อมๆ กับการสร้างความเชื่อมั่นทางการเงินให้ประชาชนได้ดียิ่งขึ้น
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney