ธปท. เปิดโมเดล "Bangkok Blueprint ต้นแบบสู้สแกมเมอร์" นำวิถีและกรณีศึกษาของไทยต่อยอดสู่ระดับสากล

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ธปท. เปิดโมเดล "Bangkok Blueprint ต้นแบบสู้สแกมเมอร์" นำวิถีและกรณีศึกษาของไทยต่อยอดสู่ระดับสากล

Date Time: 14 ต.ค. 2569 15:55 น.

Video

ปี 2570 โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่ “ขายอะไร” แต่คือ “ทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมา” | Money Issue EP.77

“Summary“

Bangkok Blueprint ประกอบด้วย 5 เสาหลักและ 12 แนวทางปฏิบัติ เพื่อให้แต่ละประเทศนำไปปรับใช้ในการวางโครงสร้างพื้นฐานและระบบตรวจจับภัยการเงิน

  • ความเสียหายจากภัยฉ้อโกงทางการเงินทั่วโลกประเมินไว้ที่ 442,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ส่วนประเทศไทยสามารถลดความเสียหายลงเหลือ 32,000 ล้านบาทในปี 2568
  • ผู้เชี่ยวชาญจาก IMF และ World Bank เน้นย้ำว่าการแก้ปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการเงิน และบริษัทเทคโนโลยี เพื่อสกัดกั้นเส้นทางการเงินแบบเรียลไทม์
  • โมเดลการรับมือของไทยผ่านสายด่วน 1441 ที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างตำรวจและธนาคาร ถูกยกเป็นกรณีศึกษาที่ช่วยลดความเสียหายได้อย่างเป็นรูปธรรม
  • อุปสรรคสำคัญในการปราบปรามสแกมเมอร์คือความแตกต่างของกฎหมายระหว่างประเทศและการแยกเก็บข้อมูล ซึ่งกรอบความร่วมมือนี้จะเข้ามาช่วยเชื่อมโยงข้อมูลข้ามพรมแดน

Latest


การหลอกลวงออนไลน์เป็นเรื่องใกล้ตัว ที่ไม่ว่าประเทศไหนก็เจอความเสียหายหลักหมื่นล้านบาท ดังนั้นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) World Bank และ IMF จึงร่วมมือกันออกแนวทางในการสู้ภัยสแกมเมอร์เหล่านี้เป็น Bangkok Blueprint ที่จะเปิดกรณีศึกษาและกรอบปฏิบัติให้ทุกประเทศสามารถปรับใช้รับมือภัยหลอกลวงที่สร้างผลกระทบต่อประชาชน

โลกและไทยเจ็บจากภัยสแกมเมอร์แค่ไหน

เริ่มกันที่ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ฉายภาพการหลอกลวงออนไลน์ในยุคปัจจุบันที่กลายเป็นระบบข้ามชาติ ตัวผู้ก่อความเสียหายอยู่ในประเทศหนึ่งแต่มาหลอกลวงคนที่อยู่ในอีกประเทศหนึ่ง ยิ่งสะท้อนว่า การแก้ปัญหา Fraud หรือการฉ้อโกงจะทำแค่ประเทศเดียวไม่ได้ แต่ต้องยกระดับความร่วมมือให้เป็นระดับนานาชาติ ผ่านการ Connect the Dot เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลในแต่ละจุดเข้าด้วยกันทั้งในและต่างประเทศ

ขณะที่ฝั่ง วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในปี 2568 มีการประเมินมูลค่าความเสียหายจาก Fraud ทั่วโลกอยู่ที่ 442,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในส่วนของไทยในปี 2567 พบว่าความสูญเสียทางการเงินจากกรณี Fraud อยู่ที่ 43,000 ล้านบาท แต่ในปี 2568 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 32,000 ล้านบาท เรื่องนี้สะท้อนถึงการรับมือกับภัยสแกมเมอร์ที่ทำมาได้ผลลัพธ์ที่ดี 

Bangkok Blueprint ต้นแบบสู้สแกมเมอร์

ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนไป และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว เรายิ่งต้องสร้างความไว้วางใจ และความเข้มแข็งเชิงระบบที่จะลด Fraud ลงซึ่งต้องทำร่วมกันทั้งระบบนิเวศไม่ใช่แค่ภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง และการเป็นความร่วมมือระหว่าง ธปท. ธนาคารโลก และ IMF จนเกิดเป็น Bangkok Blueprint กรอบยุทธศาสตร์ที่ทำให้ทุกประเทศสามารถออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน ระบบตรวจจับภัย Fraud และสร้างระบบการเงินที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น 

เบื้องต้นจะมี 5 เสาหลักสำคัญ (12 KC - Key Considerations) คือ 

  • วางยุทธศาสตร์และรากฐานทางกฎหมาย โดยต้องมีทั้ง 
    (KC1) การกำหนดยุทธศาสตร์ระดับชาติเพื่อให้เครือข่ายในการจัดการการฉ้อโกงทางการเงินที่ชัดเจน และ
    (KC2) มีหลักกฎหมาย การกำกับดูแล และ Framework เพื่อจัดการปัญหาการฉ้อโกง
  • รับมือภัยการเงินทั้งวงจร ผ่าน
    (KC3) ออกแบบบริการให้ปลอดภัยและสามารถบริหารความเสี่ยงจากการฉ้อโกงได้อย่างยืดหยุ่น
    (KC4) สร้างความร่วมมือ และป้องกันเชิงรุก 
    (KC5) สร้างระบบการตรวจจับ Fraud ร่วมกันทั้งระบบ เพื่อดักจับสถานการณ์ให้ได้ไวที่สุด 
    (KC6) สร้างกลไกการรับมือตอบสนองและให้พร้อมกู้คืนความเสียหายที่เกิดขึ้น
  • กรอบความร่วมมือที่ช่วยลดความเสี่ยงและนำสู่การปฏิบัติจริง ได้แก่ 
    (KC7) การยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้ยืดหยุ่นพร้อมรับมือ Fraud 
    (KC8) เพิ่มแนวทางหรือระบบต่อต้านฟอกเงิน 
    (KC9) การบังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษ
  • ขยายความร่วมมือทั้งในและระหว่างประเทศ 
    (KC10) ประสานหน่วยงานภาครัฐ–เอกชน 
    (KC11) การแลกเปลี่ยนข้อมูลและดำเนินการข้ามพรมแดน
  • ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค 
    (KC12) ยกระดับการดูแลและปกป้องผู้เสียหายจาก Fraud ทั้งการให้ความรู้เพื่อเท่าทันภัยการเงิน การเยียวยา รวมถึงการชดเชยความเดือดร้อน

โลกจะปรับใช้ Bangkok Blueprint อย่างไร

ภายในงานเสวนาช่วง The Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services ในวันนี้ (14 ต.ค. 2569) ยังมีมุมมองจาก IMF และผู้ว่าการธนาคารกลาง มาร่วมให้ความคิดเห็น

ทาง Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มองว่า ปัญหาการฉ้อโกงออนไลน์บั่นทอนความเชื่อมั่นและกระทบต่อความมั่นคงของเศรษฐกิจมหภาค หากประชาชนขาดความเชื่อใจอาจจะเลือกที่จะไม่ใช่ช่องทางดิจิทัลทั้งที่เป็นช่องทางที่สร้างการเข้าถึงบริการทางการเงินได้ดี

แต่มองว่าการจะลดปัญหา Fraud ลงได้ต้องอาศัย 3 ส่วนหลัก คือ 
1. การสื่อสารยุทธศาสตร์ระดับชาติที่จะทำให้หน่วยงานและคนทุกระดับมีส่วนร่วม 
2. การป้องกันความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นผ่านการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความตระหนักรู้ต่อภัยนี้ และ 
3. การลดความเสียหาย Fraud ที่เกิดขึ้น ต้องมาจากการสร้างระบบนิเวศร่วมกันในทุกภาคส่วน 
สำหรับบทบาทของ Bangkok Blueprint นี้จะเป็นองค์ความรู้สำคัญในการรับมือปัญหา ช่วยให้แต่ละประเทศสามารถพัฒนาระบบและนำกรอบแนวทางไปปรับใช้ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงทางไซเบอร์และอาชญากรรมทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

ขณะที่ Anshula Kant กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายการเงินของกลุ่มธนาคารโลก (World Bank) เล่าว่า การสูญเสียจากสแกมเมอร์ส่งผลกระทบต่อครอบครัวและเศรษฐกิจ ดังนั้นการป้องกันต้องเริ่มตั้งแต่วันแรกที่ระบบธนาคารผ่านการประเมินความเปราะบางภายใน เช่น กระบวนการยืนยันตัวตนลูกค้าอย่างเข้มงวด และติดตามธุรกรรมที่ผิดปกติ สิ่งสำคัญคือการประสานงานและการรายงานผลแบบเรียลไทม์เพื่อสกัดกั้นเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ

ทั้งนี้มองว่า โมเดลของไทยที่มี สายด่วน 1441 ซึ่งเชื่อมโยงและประสานงานทั้งตำรวจ ธนาคาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกันจะสามารถลดความเสียหายได้จริง ขณะที่การนำ Bangkok Blueprint มาใช้จะช่วยเป็นกรอบสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล ธนาคาร และภาครัฐ เพื่อลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทางอย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน Andrew Bailey ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ มองว่า ท่ามกลางเทคโนโลยีและ AI ที่พัฒนาขึ้นต่อเนื่อง ทำให้มิจฉาชีพใช้พัฒนาการหลอกลวงขึ้นด้วย ดังนั้นมองว่าการแก้ปัญหานี้ ต้องผสานความร่วมมือทั้ง ภาครัฐ ภาคการเงิน บริษัทเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย ฯลฯ และมองว่า Bangkok Blueprint จะเป็นกุญแจสำคัญในการออกแบบระบบที่ต่อต้านการโกงออนไลน์ผ่านระบบการเงินที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

สุดท้ายทาง Soraya Munyana Hakuziyaremye ผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติรวันดา แชร์กรณีศึกษาในประเทศรวันดาที่ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินดิจิทัลในระดับสูง (92%) แต่คนมีความรู้ทางการเงินประเมินว่ายังมีเพียง 30% ทำให้ตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ที่ผ่านมาจึงเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รวมข้อมูลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว พร้อมใช้ AI ตรวจจับธุรกรรมผิดปกติเพื่อเชื่อมต่อกับศูนย์ปฏิบัติการให้ตอบสนองได้แบบเรียลไทม์

แต่ยังมองว่าอุปสรรคสำคัญในการต่อสู้กับ Fraud คือ พรมแดนประเทศที่มีกฎต่างกัน และระบบแยกเก็บข้อมูล จึงมองว่าการสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน รวมถึง Bangkok Blueprint จะเข้ามามีบทบาทช่วยลดอุปสรรคเหล่านี้พร้อมๆ กับการสร้างความเชื่อมั่นทางการเงินให้ประชาชนได้ดียิ่งขึ้น



ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ