
กนง. เตรียมตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยนโยบายในวันที่ 28 ต.ค. 2569 โดยยึดหลัก Data Dependent พิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด
หลายฝ่ายจับตามองว่าปลายเดือนนี้ (28 ต.ค. 2569) คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. จะตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยนโยบายไปทางไหน ล่าสุดในงานการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 มีคำถามสำคัญถึง “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะมาเล่าถึงนโยบายการเงินของไทยให้ฟัง
วิทัย อธิบายว่า การตัดสินใจของ กนง. ในแต่ละครั้งยึดหลัก Data Dependent หรือการพิจารณาจากข้อมูลทางเศรษฐกิจล่าสุด ณ วันประชุม พร้อมกับวิเคราะห์ปัจจัยเฉพาะของไทย รวมถึงแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นในระยะข้างหน้า
ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2569 ที่เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ตัวเลขเงินเฟ้อติดลบจากขาความต้องการในประเทศและเศรษฐกิจที่ยังไม่แข็งแรง ซึ่งปัญหานี้ต่างจากประเทศอื่นๆ ที่มักจะมีเงินเฟ้อฝั่งอุปสงค์ราว 2-3% เมื่อเจอราคาน้ำมันที่สูงขึ้นก็ทำให้เงินเฟ้อโดยรวมสูงกว่ากรอบเป้าหมายเลยต้องรีบขึ้นดอกเบี้ย
ในส่วนของไทย ล่าสุดเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.5% โดยคาดการณ์ทั้งปีที่ระดับ 2.2% ซึ่งถือว่ายังบริหารจัดการได้ และเชื่อว่าจะลดลงในปี 2570
ทั้งนี้ เรื่องการรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย (Policy Space) เป็นเรื่องสำคัญทั้งภาคการเงินและการคลังเพื่อรองรับวิกฤตหรือช็อกที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หากจำเป็นแบงก์ชาติยังมีช่องว่างให้ลดดอกเบี้ยได้ ในอดีตเคยมีดอกเบี้ยนโยบายต่ำสุดที่ 0.5% นอกจากนี้ยังมีเครื่องมืออื่นๆ เช่น การลดเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF)
“ยังไม่อยู่ในภาวะที่ควรจะลดดอกเบี้ย เป็นเรื่อง Data Dependent เพราะฉะนั้นก็ต้องดูว่าตัวเลขข้อมูลที่จะมาในสัปดาห์หน้าที่ กนง. จะตัดสินใจสัปดาห์ถัดไปเป็นอย่างไร” วิทัย กล่าว
ขณะเดียวกัน ธปท. ให้ความสำคัญการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 4 ด้านอย่างเร่งด่วน ได้แก่
ภายในงานประชุมครั้งนี้ ธปท. จะเปิด Showcase ให้ทั่วโลกได้เห็นสิ่งที่เราได้ทำในช่วงที่ผ่านมา แบงก์ชาติได้เป็นแกนหลักร่วมกับ ธนาคารโลก, IMF ผลักดัน Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services จะเริ่มทำรายงานที่เป็นเหมือนคู่มือในการจัดการปัญหา Scam ซึ่งเชื่อว่าหลังจากนี้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกสามารถใช้เป็นมาตรฐานอ้างอิงในการแก้ปัญหาเหล่านี้
ในช่วงที่ผ่านมา ธปท. ยังเดินหน้าอุดรูรั่วในจุดต่างๆ อย่างการดูแลควบคุมการซื้อทองคำ หลังจากนี้จะซื้อทองคำด้วยเงินสดเกิน 10 ล้านบาทจะทำไม่ได้ ขณะที่การถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาทต้องตามที่มาของธุรกรรมให้ได้ และยังมีความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ในการจัดการทุนเทา หรือการทำธุรกรรมที่ผิดปกติผ่าน USDT อีกด้วย
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney