“ศุภจี”ชง ครม.ของบพันล้านบาท  จัดขายสินค้าราคาถูกช่วยชาวบ้านถูกน้ำท่วม

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“ศุภจี”ชง ครม.ของบพันล้านบาท จัดขายสินค้าราคาถูกช่วยชาวบ้านถูกน้ำท่วม

Date Time: 9 ต.ค. 2569 06:30 น.

Video

ปี 2570 โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่ “ขายอะไร” แต่คือ “ทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมา” | Money Issue EP.77

“Summary“

“ศุภจี” เตรียมชง ครม. 14 ต.ค. ของบ 1 พันล้านบาท จัด “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” ขายสินค้าจำเป็น ราคาถูก ซับน้ำตาประชาชนถูกน้ำท่วมทั่วประเทศ “กรมการค้าภายใน” ขอผู้ประกอบการ จำหน่ายวัสดุซ่อมแซม เครื่องไฟฟ้า บริการซ่อมแซมรถยนต์ ตรึงราคา และจัดส่วนลด–บริการช่างราคาพิเศษ ฟื้นฟูประชาชนหลังน้ำลด พร้อมติดตามหมูน้ำท่วมใกล้ชิด ดูแลปริมาณ–ราคา

Latest


   นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการนำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 14 ต.ค.69 พิจารณาอนุมัติงบประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อนำมาจัดทำมาตรการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยทั่วประเทศ โดยจะนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงอุปกรณ์ทำความสะอาดและวัสดุซ่อมแซมบ้านเรือน มาจำหน่ายในราคาที่เหมาะสม เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและช่วยให้ประชาชนสามารถฟื้นฟูบ้านเรือนและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว โดยจะพิจารณารูปแบบการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ทั้งจุดจำหน่ายสินค้าและรถจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่

    “พื้นที่ที่น้ำลดแล้ว ภารกิจสำคัญจากนี้ คือ การเร่งฟื้นฟูและทำความสะอาดพื้นที่ ทั้งการเก็บขยะและสิ่งของที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงการซ่อมแซมสิ่งของและบ้านเรือน กระทรวงพาณิชย์จะร่วมสนับสนุนกำลังคนและอุปกรณ์ ขณะที่กระทรวงกลาโหมและกองทัพจะช่วยสนับสนุนกำลังพลและเครื่องมือในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึง เพื่อให้การฟื้นฟูดำเนินไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงจะเร่งจัดทำมาตรการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนอย่างเร่งด่วน และจะทำอย่างต่อเนื่อง”

    ส่วนพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมสูงหรือรถทั่วไปไม่สามารถเข้าถึง จะประสานหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อสนับสนุนยานพาหนะและกำลังพลในการนำสิ่งของเข้าไปช่วยเหลือประชาชน เราเห็นสภาพความเดือดร้อนด้วยตัวเอง จึงจะเร่งนำความช่วยเหลือ สิ่งของอุปโภคบริโภค ไปให้ตรงกับจุดที่มีความเดือดร้อนมากที่สุด และหากพื้นที่ใดต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถประสานเข้ามาได้ กระทรวงพาณิชย์พร้อมทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลประชาชนอย่างเต็มที่

    นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้ขอให้ผู้ประกอบการทุกรายตรึงราคาสินค้าและบริการ กำชับให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการสต๊อกสินค้าและอะไหล่ให้เพียงพอ เร่งเติมสินค้าและกระจายไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการ รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านช่างและบริการซ่อมแซม เพื่อรองรับความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังน้ำลด มีผู้ประกอบการที่ร่วมให้ความร่วมมือ ครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. หมวดวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน เช่น โฮมโปร, ดูโฮม, ไทวัสดุ, เมกาโฮม และโกลบอลเฮ้าส์ 2. หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ทำความสะอาด เช่น ซีพี แอ็กซ์ตร้า, โฮมโปร, เมกาโฮม, โกลบอลเฮ้าส์, เพาเวอร์บาย, เพาเวอร์มอลล์, เซ็นทรัล, โรบินสัน, ดูโฮม, ไทวัสดุ และบิ๊กซี 3. หมวดศูนย์บริการและค่ายรถยนต์ เช่น FIT Auto, Cockpit, Tyre Plus, B-Quik, Autoclik, Autobacs และ MMS รวมถึงค่ายรถยนต์โตโยต้า, ฟอร์ด, อีซูซุ, มิตซูบิชิ และนิสสัน

นอกจากนี้ ยังได้ขอให้ ผู้ประกอบการ จัดโปรโมชันช่วยเหลือประชาชนในช่วงน้ำลด เพื่อลดภาระค่าครองชีพ ซึ่งผู้ประกอบการยินดีให้ความร่วมมือ เช่น ส่วนลดสินค้าจำเป็นสำหรับการฟื้นฟูบ้าน บริการสำรวจ ตรวจเช็ก หรือซ่อมแซมฟรีหรือในราคาพิเศษ แคมเปญเก่าแลกใหม่ โปรแกรมผ่อนชำระ และการตรวจเช็กซ่อมรถยนต์ในราคาพิเศษ รวมถึงมาตรการอื่นๆ ที่สามารถดำเนินการเพิ่มเติมได้ ซึ่งทางผู้ประกอบการจะได้ไปพิจารณาและรีบประสานแจ้งกรมการค้าภายในโดยเร็วต่อไป

ขณะเดียวกัน ยังได้เชิญชวนให้ห้างค้าปลีกค้าส่งสินค้าและวัสดุก่อสร้าง รวมถึงของตกแต่งบ้าน นำสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ และสินค้าที่ตกแต่ง/ซ่อมแซมบ้านมาร่วมเปิดจุดจำหน่าย ซึ่งจะมีแผนจัดทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด และระดับภาค ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” รวมถึงยังได้เชิญชวนภาคเอกชนสนับสนุนสิ่งของจำเป็นเพื่อนำไปช่วยพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาด้านอุทกภัยอีกด้วย

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมฟาร์มสุกรในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้ข้อมูลว่า มีสุกรได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 9,000 ตัว ขณะที่ปกติมีสุกรเข้าสู่ตลาดเกือบ 2 ล้านตัวต่อเดือน หรือ 63,000 ตัวต่อวัน ทำให้ขณะนี้ยังมีหมูออกสู่ตลาดได้ตามปกติ และยังเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน สำหรับราคา ณ วันที่ 7 ต.ค.69 สุกรมีชีวิตเฉลี่ย 68.30 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) และหมูเนื้อแดงไม่ตัดแต่งเฉลี่ย 132.13 บาทต่อกก. โดยราคาลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน

“กรมจะร่วมกับกรมปศุสัตว์ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งปริมาณ และราคา รวมถึงร่วมตรวจสอบการจำหน่ายสุกรและสินค้าเกี่ยวเนื่องของฟาร์ม และผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างๆ ให้เป็นไปตามปกติ เพื่อให้มีสินค้าเพียงพอ ราคาเหมาะสม พร้อมกำกับดูแลการจำหน่ายสินค้าให้เป็นธรรม กรณีฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือเอาเปรียบผู้บริโภค มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ