
ผู้ว่า ธปท.กังวลเศรษฐกิจไทยโตไม่ทั่วถึง คนรายได้ต่ำรายได้ไม่พอรายจ่ายและหนี้สิน เอสเอ็มอีซมพิษเศรษฐกิจ เร่งทุกฝ่ายช่วยดูแล ขณะที่ธปท.เตรียมออก 3 มาตรการช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อ
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนา Thailand Economic Outlook 2027: New Horizon Beyond the Trap ว่า แม้เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะโตได้ 2.3% มากกว่าที่คาดไว้ในช่วงเกิดสงครามอิรักใหม่ๆ ในช่วงต้นปี แต่การเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังกระจุกตัวในลักษณะ K-shaped การส่งออกที่ครึ่งปีแรกเติบโตได้ 17-18% จากระยะเดียวกันปีก่อน และการลงทุนที่จะเติบโตประมาณ 12% เมื่อหักด้วยการนำเข้าเพื่อการส่งออกและลงทุนแล้ว กลายเป็นตัวติดลบที่ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมเติบโต เศรษฐกิจไทยยังคงเติบโตด้วยการใช้จ่ายในประเทศ ซึ่งมีสัดส่วน 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) แต่เติบโตเพียง 3%
ที่เป็นห่วงมากคือ ครัวเรือน กลุ่มเปราะบางรายได้น้อย และเอสเอ็มอี โดยค่าเฉลี่ยในปี 2568 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้มีรายได้ต่ำมีรายได้ 8,969 บาทต่อเดือน และมีรายจ่าย 7,729 บาทต่อเดือน ยังไม่รวมภาระผ่อนจ่ายหนี้รายเดือน ขณะที่กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางมีรายได้เฉลี่ย 15,673 บาทต่อเดือน และมีรายจ่าย 11,509 บาทต่อเดือน และรายจ่ายในขณะนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ 30% ครัวเรือนรายได้ต่ำมีปัญหาในการชำระหนี้
ขณะที่รายได้ของเอสเอ็มอีที่มีส่วนผลักดันให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวมลดลงจาก 1.9% เหลือ 1% ของจีดีพี โดยเอสเอ็มอีมากกว่า 60% มีปัญหา ดังนั้น ธปท.ได้เร่งดำเนินการใน 3 มาตรการ คือ 1.การสร้างกลไกการค้ำประกันสินเชื่อใหม่ และลดค่าใช้จ่ายในการเช็คสถานะหนี้ของเอสเอ็มอีจากเครดิต บูโร 2. การสร้างตลาดกลางการให้สินเชื่อเอสเอ็มอี เป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อของเอสเอ็มอี 3.สร้างถังข้อมูลกลางสำหรับการปล่อยสินเชื่อ ช่วยเพิ่มโอกาสการได้รับสินเชื่อ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ไม่ได้มีรายได้ประจำ
สำหรับผลกระทบต่อน้ำท่วม ยอมรับว่ามีผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ และส่งผลต่อภาระหนี้ของประชาชนให้เพิ่มขึ้นได้