
"วราวุธ"ย้ำประเทศไทยต้องเร่งยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยใช้เอไอ เข้ามาใช้ในงานก่อสร้างเพ่ิมขึ้น ขณะที่"กพร."นำหินฝุ่น-กระจากจากแผงโซล่าร์เซลล์ เพ่ิมมูลค่าทางเศรษฐกิจ
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยในการสัมมนาเรื่อง “พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทย สู่ความยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน” ว่าภาคก่อสร้าง มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจ การลงทุน การจ้างงาน และคุณภาพชีวิต ขณะที่เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ การก่อสร้างอัจฉริยะ และ การสร้างแบบจำลองสารสนเทศอาคาร กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบ การดำเนินงานของอุตสาหกรรม
“ทำให้ภาครัฐ ต้องมี การยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ควบคู่ทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรม การพัฒนาบุคลากร และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และต้องให้ความสำคัญกับ วัสดุก่อสร้างคุณภาพสูง โรงงานอัจฉริยะ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลดก๊าซเรือนกระจก และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ควบคู่กับการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ เพื่อลดของเสียจากกระบวนการผลิต และส่งเสริมการนำวัสดุ กลับมาใช้ประโยชน์เป็นวัตถุดิบทดแทน รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”
นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดี กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่า กพร.ได้นำนวัตกรรม M-Sand หรือทรายทดแทน ซึ่งผลิตจากหินฝุ่น ที่เกิดจากกระบวนการโม่ บด และย่อยหินปูนในพื้นที่ภาคใต้ ช่วยลดการใช้ทรายธรรมชาติและแก้ปัญหาของเสีย จากกระบวนการผลิต โดยหากสามารถนำหินฝุ่น จากกระบวนการผลิตมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด จะสร้างมูลค่าเพิ่มได้ 2,000 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ กระจกจากแผงโซลาร์เซลล์รีไซเคิล ที่นำกระจกจากแผงโซลาร์เซลล์ที่เสื่อมสภาพกลับมา ใช้ประโยชน์ รองรับแนวโน้มปริมาณซากแผง ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ที่คาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ 20 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งยังมี ต้นแบบที่เชื่อมโยงกับภาคก่อสร้าง และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง อาทิ คอนกรีตใช้หินฝุ่นทดแทนทราย ไฟเบอร์ซีเมนต์ จากเศษตะกอนระบบบำบัดน้ำเสีย ปูนเกร้าท์ไม่หดตัวที่ใช้เถ้าลอยทดแทนซีเมนต์ การนำกากคอนกรีต กลับมาเป็นวัตถุดิบทดแทน ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง รวมถึงเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพเตาหลอมอะลูมิเนียม เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และวัสดุโฟมโลหะขั้นสูง.