
“เอ็กโก กรุ๊ป” วางเดิมพัน 3 หมื่นล้านบาท ลุยยุทธศาสตร์ 5 แผนงาน ผ่านการบริหารพอร์ตโฟลิโอเชิงรุก และการหมุนเวียนสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ พร้อมชิงเค้กก้อนใหญ่ PDP 2026
นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป (EGCO Group) เปิดเผยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในครึ่งแรกของปี 2569 สะท้อนถึงความยืดหยุ่นเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Resilience) และการมีวินัยทางการเงินที่เข้มงวด ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยภายนอกและภูมิรัฐศาสตร์โลก จุดแข็งสำคัญของบริษัทมาจากการบริหารพอร์ตโฟลิโอแบบ Diversification หรือการกระจายความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ทั้งในมิติของประเทศที่ลงทุน เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า เทคโนโลยี และธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ส่งผลให้บริษัทรักษาระดับกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคง ตามนโยบายที่วางไว้ จากพื้นฐานธุรกิจที่มั่นคงและผลการดำเนินงานที่เข้มแข็งใน 6 เดือนแรกของปีนี้ ทำให้บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล จากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกนี้ หุ้นละ 3.25 บาท
เท 3 หมื่นล้านบาท ลุย “POWER4”
ทิศทางการดำเนินธุรกิจช่วงครึ่งหลังของปีนี้ บริษัทจะขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีวินัย ผ่านกลยุทธ์ “POWER4” ที่เน้นลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่มีความยืดหยุ่นสูง และสินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนคุณภาพดี ที่สร้างกระแสเงินสดทันที ควบคู่กับการทำ Asset Recycling หรือการเพิ่มความคล่องตัวทางด้านเงินทุน รองรับการขยายการลงทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่เป็นฐานการลงทุนอันดับ 2 ของบริษัท
นายธวัชชัย กล่าวว่า จากจุดแข็งและศักยภาพของบริษัท ได้แก่ การมีพอร์ตลงทุนที่กระจายความเสี่ยงอย่างสมดุล (Diversified Portfolio) สถานะทางการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง (Financial Resilience) ประสบการณ์ในธุรกิจไฟฟ้าและพลังงาน (Proven Expertise) และสินทรัพย์ในทำเลศักยภาพสูง (Strategic Assets & Locations) ที่พร้อมต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP 2026) และ Direct PPA (สัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้าและผู้ใช้ไฟฟ้า) จะเป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับบริษัทใน 5 ด้านสำคัญ ๆ
ประกอบด้วย 1. การขยายกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าเดิม โดยบริษัทมองโอกาสจากการต่อยอดโรงไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่มีพื้นที่รองรับการขยายกำลังผลิต และมีความพร้อมด้านระบบเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า ช่วยลดเวลาและความเสี่ยงในการพัฒนาโครงการใหม่ 2. การพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ บริษัทมีประสบการณ์การลงทุนในพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ จึงมองเห็นโอกาสในการเข้าร่วมประมูล หรือพัฒนาโครงการใหม่ ภายใต้แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP 2026) ได้ทันที เมื่อมีรายละเอียดที่ชัดเจน
รวมทั้งศึกษาแผนลงทุน BESS (ระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ทำหน้าที่เหมือนเพาเวอร์แบงก์) ของระบบไฟฟ้า และ SMR (โรงไฟฟ้าเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก แบบโมดูลาร์ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าไม่เกิน 300 เมกะวัตต์ต่อหน่วย ที่เล็กกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในปัจจุบัน)
นิคมอุตสาหกรรมเอ็กโก ระยอง
3. การพัฒนาระบบ BESS ที่นอกจากพลังงานหมุนเวียนแล้ว บริษัทยังมองเห็นโอกาสในการพัฒนา BESS ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบไฟฟ้าในอนาคต ช่วยเสริมความเสถียรของระบบไฟฟ้า เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าให้ลูกค้า รองรับการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้น และสนับสนุนการผสานพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยบริษัทมีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการ BESS หลายโครงการ ภายใต้บริษัท Apex Clean Energy (APEX) ในสหรัฐฯ
4. เทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต SMR ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าที่เป็นพลังงานสะอาด บริษัทยังคงติดตามพัฒนาการของ SMR โดยมองว่า SMR อาจเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญสำหรับการผลิตไฟฟ้าฐาน ที่มีความน่าเชื่อถือสูง 5. การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง (ERIE) โดยโครงการ ERIE ในจังหวัดระยอง ถูกวางตำแหน่งเป็นโมเดลธุรกิจยุคใหม่ ที่รวมพลังงานและสาธารณูปโภคครบวงจร ขับเคลื่อนผ่าน 4 ด้าน อาทิ Industrial Estate คือการขายและให้เช่าที่ดิน พร้อมระบบสาธารณูปโภค, Power Generation คือการพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่และโรงไฟฟ้าขนาดเล็กในนิคม, Direct PPA คือการจัดส่งไฟฟ้าพลังงานสะอาดให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมโดยตรง และ Data Center Co-investment ที่ร่วมลงทุนและจัดหาพลังงานสะอาดแก่กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์
แผนการลงทุนต่างประเทศ
นายธวัชชัย กล่าวว่า การลงทุนในต่างประเทศ ที่ผ่านมา บริษัทได้ลงทุนผ่าน Asset Recycling หรือการหมุนเวียนสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ เพื่อช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางการเงิน และสนับสนุนการนำเงินไปลงทุน ต่อยอดในโครงการ ที่มีศักยภาพและให้ผลตอบแทน ที่ดียิ่งขึ้นในระยะยาว และการควบรวมและซื้อกิจการ ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุณภาพสูง และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ รวม 6 ประเทศ ที่มีฐานธุรกิจอยู่แล้ว โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่บริษัทมีพอร์ตการลงทุนเป็นอันดับที่ 2 รองจากประเทศไทย ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์
ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดระดับสากลที่ได้มีการทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องจาก Apex Clean Energy (APEX) ในสหรัฐฯ ที่มีโครงการพลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานลมและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 4 โครงการ กำลังผลิตติดตั้งรวม 698 เมกะวัตต์ ที่จะทยอยเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ปี 2569 – 2570 นับเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนการเติบโตของพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดในอนาคต
"สหรัฐฯ เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ผมจะแสวงหาโอกาสลงทุนในโครงการคุณภาพ ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า รวมทั้งต่อยอดจุดแข็งของพันธมิตร เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันในอนาคต”