จุดอันตราย "โครงการ TH AI Passport" "ไชยชนก ชิดชอบ" จะยอมถอยแค่ไหน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

จุดอันตราย "โครงการ TH AI Passport" "ไชยชนก ชิดชอบ" จะยอมถอยแค่ไหน

Date Time: 15 มิ.ย. 2569 05:00 น.

Summary

กระทรวงดีอีลุยต่อโครงการ TH AI Passport งบ 1.6 พันล้าน แจก AI พรีเมียมให้คนไทย 5 ล้านคน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์หนักจากฝ่ายค้านและผู้เชี่ยวชาญ ปมความคุ้มค่าและโปร่งใส จับตาก้าวต่อไปของรัฐบาล

Latest

ธอส.ลุยปล่อยสินเชื่อประหยัดพลังงาน สานฝันคนไทยอยากมีบ้าน

ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดความร้อนแรง สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์โครงการ TH AI Passport ซึ่งใช้งบประมาณของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มูลค่า 1,621 ล้านบาท แจกสิทธิการใช้งานโมเดลปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ระดับโปรหรือพรีเมียมขึ้นไป ให้กับกลุ่มเป้าหมายคนไทยอายุมากกว่า 15 ปี จำนวน 5 ล้านคน เป็นระยะเวลา 1 ปี

หลังพรรคฝ่ายค้านหยิบทีโออาร์ของการประกวดราคาโครงการ ดังกล่าวขึ้นมาตรวจสอบ เกิดคำถามหลากหลายประเด็น กระตุกต่อม “เอ๊ะ” ของคนทั่วบ้านทั่วเมือง ตั้งแต่เทคกูรู สื่อมวลชน ไปจนถึงผู้สงสัยใคร่รู้

ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาตั้งข้อสังเกต ครอบคลุมความคุ้มค่าของโครงการ ความโปร่งใส การเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนพวกพ้อง กระบวนการรวบรัดในขั้นตอนประกวดราคา จึงขอให้กระทรวงดีอียกเลิกสัญญาเสีย

ระหว่างที่ถูกรุมสกรัมจากทั่วสารทิศ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เจ้าไอเดียโครงการ TH AI Passport ยังส่งสัญญาณเดินหน้าต่อ แต่พยายามลดแรงเสียดทานลง สั่งการให้ต่อรองกับเอกชนผู้ชนะการประกวดราคา เพิ่มเงื่อนไขให้ดีขึ้น เอกชนต้องให้มากกว่าที่ทีโออาร์ระบุ มีการระดมความเห็นจากหน่วยงานในสังกัด นำไปสู่สัญญาณ “ถอย” ก๊อกล่าสุด ข้อเสนอปรับโครงการเป็นลักษณะ “จ่ายตามที่ใช้” หรือ Pay per Use ไม่ใช่การเหมาจ่ายทั้งโครงการเหมือนเดิม

ไชยชนกเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า “การปรับโครงการเป็น “จ่ายตามที่ใช้” เป็นทางออกที่ดี ต้องถามเอกชนว่ามีความจริงใจที่จะยอมรับข้อเสนอนี้หรือไม่ โดยสามารถกำหนดเป็นเงื่อนไขต่อท้ายสัญญาได้”

แม้จะพยายามสักเท่าไร แต่การเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป จะเป็นเส้นทางวิบากสำหรับนายไชยชนก เมื่อพรรคฝ่ายค้านประกาศเจตนารมณ์ต้องยกเลิกโครงการเท่านั้น หากไปต่อ เปิดลงทะเบียนโครงการเมื่อไร จะถูกยื่นเรื่องเข้าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทันที รวมทั้งถูกจองกฐินเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในการประชุมสภาฯสมัยหน้าไว้แล้ว

จุดกำเนิดโครงการ TH AI Passport

เดือน ก.ย.2568 ทันทีที่ ไชยชนก ชิดชอบ เข้ารับตำแหน่ง รมว.ดีอีครั้งแรก สมัยรัฐบาลอนุทิน 1 ได้ผลักดันโครงการเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารกองทุนดีอี ซึ่งมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคมขณะนั้นเป็นประธาน ไฟเขียวโครงการมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งหนึ่งเมื่อ 12 พ.ย.2568 และประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้างในวันที่ 17 พ.ย.2568

โครงการเดินหน้าต่อได้อย่างฉิวเฉียด เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาวันที่ 12 ธ.ค.2569 รัฐบาลอยู่ในช่วงรักษาการ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (สดช.) ออกประกาศเชิญชวนเข้าร่วมประกวดราคาในวันที่ 24 ธ.ค.2568 ประกาศชื่อผู้ชนะวันที่ 27 ก.พ.2569 ลงนามในสัญญาเมื่อ 7 เม.ย.2569 หลังรัฐบาลอนุทิน 2 เข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการในวันที่ 6 เม.ย.2569

ย่างเข้าเดือน พ.ค.2569 เริ่มมีข่าวโครงการ TH AI Passport หลุดรอดออกมา เพราะใกล้จะต้องเปิดตัวโครงการเต็มที เท่านั้นแหละขุนพลสายเทคจากพรรคฝ่ายค้านก็รุมตั้งคำถาม ประกอบด้วย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้งตลาดดอทคอม อีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยรายแรกๆ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาชน ในฐานะ รมว.ดีอีเงา, ธีระชาติ ก่อตระกูล ผู้ร่วมก่อตั้งแอปพลิเคชัน StockRadars ในฐานะที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน พรรคประชาชน รวมไปถึง รักชนก ศรีนอก สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร

มีการตั้งกระทู้ถาม รมว.ดีอีผ่านที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จนนายไชยชนกต้องชี้แจงเป็นครั้งแรก เขาให้เหตุผลว่า โครงการ TH AI Passport จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศ ยกระดับอัตราการใช้ AI (AI Adoption Rate) สู่ระดับ 20% ภายในปี 2570 จาก 10.7% ในปี 2568 ซึ่งต่ำกว่าสิงคโปร์ 60.9% เวียดนาม 23.5% และค่าเฉลี่ยโลกที่ 19% ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสเข้าถึง AI ให้กับคนไทยเพื่อให้ก้าวทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของกระทรวงดีอี ในการเดินหน้าสร้างฐานข้อมูลภาษาไทยขนาดใหญ่ (LLM)

ต่อมาด้วยการตั้งโต๊ะแถลงข่าวครั้งแรกของนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ร่วมกับนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการ สดช. นอกจากยืนยันยกเลิกทีโออาร์ไม่ได้ ยังประกาศเดินหน้าโครงการเฟส 2 ซึ่งงบถูกบรรจุในงบประมาณปี 2570 ของกระทรวงดีอี มูลค่า 900 ล้านบาท ไล่ไปถึงการเปิดเวทีรับฟังความเห็นโครงการ TH AI Passport เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2569

กิจการร่วมค้าทีเอช–ไมโครซอฟท์มาเปิดหน้า

เวทีดังกล่าว เป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของ น.ส.พาขวัญ วงศ์พลทวี กรรมการ บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด ตัวแทนกิจการรวมค้าทีเอช ซึ่งประกอบด้วย บริษัทฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด และบริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ชนะการประมูลในมูลค่า 1,621 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 29 ล้านบาท และนายเชาวลิตรัตน กรไกรศรี รองกรรมการผู้จัดการ สายงานโซลูชันองค์กร บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะเจ้าของ 2 โมเดล AI ระดับโปร GPT 5.5 และ GPT Image 2 ที่ถูกเลือกใช้ภายใต้โครงการ TH AI Passport

ส่วนอีก 3 คนบนเวทีที่เหลือ ประกอบด้วยนายพชร, นายเวทางค์ และนายปรเมษฐ์ ภู่โต พิธีกรรายการแนวหน้าข่าวเที่ยง ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ส่วนนายไชยชนกและ น.ส.แนน บุญย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี นั่งฟังอยู่ด้านล่างเวที พร้อมผู้ร่วมงานกว่า 300 คน โดยพบว่ามีการซื้อสื่อและอินฟลูเอนเซอร์บางส่วน รวมทั้งประชาชนกลุ่มจัดตั้ง

น.ส.พาขวัญ ให้ข้อมูลว่า AI ฟรีมีข้อจำกัด แต่ AI ระดับโปรจะสามารถสรุปรายงาน วิเคราะห์ข้อมูล วางแผนการตลาด ส่งเสริมทักษะการขาย รวมทั้งให้บริการลูกค้าได้ แต่ต้องฝึกเขียนคำสั่ง (Prompt) โครงการนี้ไม่ได้แค่แจก AI ฟรี แต่ต้องมีการเรียนรู้ คนที่เรียนรู้ต่อเนื่องจะได้ระดับคะแนนเพิ่ม เข้าถึง AI โมเดลได้หลากหลายกว่า รองรับการใช้งานได้พร้อมกัน (Concurrent) ไม่ต่ำกว่า 500,000 คนต่อชั่วโมง (10% ของจำนวนกลุ่มเป้าหมาย 5 ล้านคน) จากการคำนวณเบื้องต้นคร่าวๆ แต่ละผู้ใช้จะได้โทเคน (Token) ประมาณ 11 ล้านโทเคนต่อคนต่อเดือน ใช้ซื้อ AI โปรเพื่อใช้งาน

โมเดล AI โปรที่มีให้เลือกใช้ มาจาก 14 ค่าย ได้แก่ Open AI, ไมโครซอฟท์, กูเกิล, Anthropic, Perplexity และ BytePlus เป็นต้น จำนวน 30 โมเดล เช่น GPT 5.5, GPT Image 2, Open AI o3, Gemini 3.1 Pro, Nano Banana Pro, Veo 3.1 Fast, Lyria 3 Pro, Claude Opus 4.8, Sonar Reasoning Pro และ Sonar Deep Research เป็นต้น

ขณะที่นายเชาวลิต ตัวแทนจากไมโครซอฟท์ ตอบประเด็นข้อสงสัย ระบุไมโครซอฟท์ไม่มีนโยบายขายสินค้าตรงให้กับภาครัฐ เพราะทีโออาร์กำหนดการปรับที่ไม่มีเพดานสูงสุด เป็นเหตุให้ไม่สามารถทำสัญญาตรงได้ ส่วนเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลนั้น ไมโครซอฟท์อยู่ในฐานะผู้ประมวลผล รับข้อมูลจากผู้ใช้ ส่งออกไปเพื่อประมวลผลแล้วส่งข้อมูลกลับ ประมวลผลข้อมูลเสร็จจะไม่นำข้อมูลไปใช้ต่อ ไม่นำไปฝึก AI ของไมโครซอฟท์เอง สิ่งนี้เป็นมาตรฐานปกติ โดยหลังชี้แจงจบนายเชาวลิตได้เดินทางกลับทันที ก่อนการเปิดเวทีให้มีการซักถามและเสนอความคิดเห็นต่อ

ประมวลผล AI นอกประเทศ–ใช้งานจำกัด

การเปิดเผยรายละเอียดของโครงการบางส่วน จากเอกชนผู้ชนะการประมูลและเจ้าของโมเดล AI แม้สร้างความกระจ่างได้ในระดับหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันก็เผยถึงอาการ “ล่ก” ของกระทรวงดีอี โดยเฉพาะการโชว์ต่อรองกับเอกชนเพิ่มสเปกให้เหนือกว่าที่กำหนดในทีโออาร์ เพื่อพิสูจน์ว่ารัฐและประชาชนจะได้ประโยชน์สูงสุด

แม้จะเป็นเรื่องราวดีๆ แต่ในอีกแง่มุมสามารถถูกมองได้ว่าเป็นการตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับเอกชนผู้ชนะการประกวดราคา จนสามารถเรียกร้องอะไรก็ได้ กระเตงกันไปเพื่อให้โครงการได้เดินหน้าต่อ รอไปเจอกันโครงการหน้า ตลอดจนอาจถูกมองว่าเอกชนมีส่วนต่างเหลือเฟือ จึงสามารถเพิ่มสเปกได้แบบไม่ต้องคิดเยอะ

รายละเอียดที่ถูกเปิดเผยเพิ่มเติมยังนำไปสู่ข้อพิสูจน์ถึงความคลาดเคลื่อนของข้อมูลที่กระทรวงดีอี รวมทั้งตัวนายไชยชนกเองเคยชี้แจงเอาไว้ ทั้งกรณีที่เปิดเผยว่าโครงการนี้มีการประมวลผลในประเทศไทย แต่ในความเป็นจริง เมื่อประเมินจากคำตอบของกิจการร่วมค้าทีเอชและไมโครซอฟท์ เป็นการส่งข้อมูลไปประมวลผลนอกประเทศ หรือกรณีที่เคยบอกว่าการใช้ AI ภายใต้โครงการนี้เป็นการใช้งานแบบไม่จำกัด (Unlimited) ทำให้เทคกูรูฝ่ายค้าน อย่างนายธีระชาติต้องออกมายืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ จนมีการเปิดเผยรายละเอียดจากกิจการร่วมค้าทีเอช ว่าจะแจกโทเคน 11 ล้านโทเคนต่อเดือนต่อคน

นอกจากนั้น ความหวังที่จะนำข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลจาก AI โปรที่แสนชาญฉลาดจากต่างประเทศ มาต่อยอดเพื่อสร้างและพัฒนาฐานข้อมูลภาษาไทยขนาดใหญ่ (LLM) ของไทยนั้น ยังอาจไม่เป็นไปอย่างที่ฝันไว้ เพราะเงื่อนไข

และข้อกำหนดของทุกโมเดล AI ไม่ยินยอมให้มีการส่งข้อมูลประมวลผลออกสู่ภายนอก ไม่สามารถแชร์ข้อมูลกับใครได้

แต่ใช่ว่าจะไม่มีข้อยกเว้น เพราะโครงการแจก AI ฟรีของรัฐบาลสิงคโปร์ ซึ่งเป็นการทำร่วมกับกูเกิลเพียงรายเดียว ต่างจากโครงการของไทยที่แจก AI โปรจาก 14 ค่าย ทำให้สิงคโปร์และกูเกิลสามารถบรรลุข้อตกลงในการฝึก (Train) AI ร่วมกัน แต่สำหรับโครงการ TH AI Passport ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดส่วนนี้

ขณะที่การตั้งคำถามเรื่องการล็อกสเปก การเอื้อประโยชน์ต่อเอกชนเฉพาะราย ซึ่งนายธีระชาติ ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านจากพรรคประชาชน ลุกขึ้นถามนายไชยชนกระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นว่า รู้จักผู้ชนะการประมูลหรือไม่นั้น นายไชยชนกยอมรับว่ารู้จัก แต่ไม่ได้เข้าไปยุ่งกับขั้นตอนการประกวดราคา เพราะเป็นเรื่องของกระทรวงดีอีและ สดช. อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเส้นทางของกลุ่มกิจการร่วมค้าทีเอช ต้องยอมรับว่าคร่ำหวอด คอนเนกชันแน่น ยืนหนึ่งด้านโครงการภาครัฐ

ขณะที่ น.ส.รักชนกการันตีกัดไม่ปล่อย โพสต์เฟซบุ๊กต้องยกเลิกโครงการ เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องความคุ้มค่า ไม่ใช่เรื่องประโยชน์ที่คนไทยจะได้เข้าถึง AI แต่มันคือการกระทำอย่างเป็นระบบเพื่อให้ได้มาซึ่งโครงการภาครัฐ

ตัดปัจจัยด้านการเมืองออกไปทั้งหมด รวมทั้งการเปิดศึกแย่งชิงคะแนนนิยมกลุ่มคนรุ่นใหม่พลเมือง AI ซึ่งน่าจะเป็นฐานเสียงกล่องดวงใจของพรรคประชาชนโดยตรงแล้ว

โครงการ TH AI Passport ซึ่งถูกริเริ่มขึ้นจากการความพยายามในการยกระดับทักษะ AI ของคนไทยให้ทัดเทียมสากลโลก ซึ่งเป็นความรับผิดชอบตรงของ รมต.ไชยชนก เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับกลุ่มทำงาน ข้าราชการที่มีภาระค่าใช้จ่าย ซื้อ AI โปรใช้ทุกเดือน

แต่เมื่อดูเหมือนขาดความรอบคอบ ไม่รู้จริง ตอบไม่ตรงคำถาม และวัดผลลำบาก โครงการ TH AI Passport คือการประเดิมขวบปีแรกบนเก้าอี้เจ้ากระทรวงของ รมต.ไชยชนก เจ้าของฉายา “ลูกเทพ” แห่ง ครม.พรรคภูมิใจไทย ที่เจือปนไปด้วยข้อกังขา

เพราะกระดุมที่ติดผิดตั้งแต่เม็ดแรก ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเกือบทั้งวงการ จึงเทไปที่ความกังวลต่อความรอบคอบในการร่างทีโออาร์ การใช้เงินที่ส่อเค้าไม่คุ้มค่า ข้อสะกิดใจในสายสัมพันธ์ของพรรคภูมิใจไทยกับผู้ชนะการประมูล และอีกนานัปการ ยกตัวอย่างความเห็นของ รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี นักวิชาการด้านดิจิทัลของไทย ซึ่งระบุว่า จากข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ด้วยหลักวิชาการ ตรวจสอบความถูกต้องได้ ชี้ให้เห็นจุดด้อยของทีโออาร์บางข้อ โครงการนี้น่าจะมีปัญหาในการตรวจรับ เพราะความสับสนของทีโออาร์ที่อาจขาดหลักวิชาการ

กระบวนท่าถอยร่นเพื่อที่จะได้ไปต่อของ รมต.ไชยชนก จึงอาจยังไม่เพียงพอที่จะนำพาเขาออกจากเส้นทางวิบากนี้.

ทีมเศรษฐกิจ

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ