“วราวุธ” ชี้ “แลนด์บริดจ์”ต้องรอบคอบ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“วราวุธ” ชี้ “แลนด์บริดจ์”ต้องรอบคอบ

Date Time: 1 พ.ค. 2569 06:45 น.

Summary

รมว.อุตสาหกรรมชี้แลนด์บริดจ์ ต้องรอบคอบหากจะมีการลงทุน กนอ พับแผนตั้งนิคมฯเอสเอ็มอี แต่เอาพื้นที่นิคมเดิมหรือนิคมใหม่ๆ มาจัดสรรทำเป็นนิคมเอสเอ็มอีแทน

Latest

“ศุภจี” อ้อนสหรัฐเว้นเก็บภาษีข้าวหอมมะลิ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ว่าโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) แม้จะยังไม่ได้หารือกันอย่างเป็นทางการในคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ตนมองว่าหัวใจสำคัญคือการบริหารจัดการท่าเรือน้ำลึกที่จังหวัดชุมพรและระนองให้มีประสิทธิภาพ ทั้งการขนถ่ายสินค้าและการเชื่อมต่อระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นทางรถไฟ ทางถนน หรือระบบท่อส่ง ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าควรอยู่บนพื้นราบหรือทางยกระดับ    

“เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความอุดมสมบูรณ์มาก การดำเนินการจะต้องประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเปรียบเทียบต้นทุนกับเวลาที่ประหยัด และเมื่อเทียบกับการผ่านช่องแคบมะละกา ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนไป เราต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่าประเทศไทยจะยืนอยู่ตรงไหนในระบบเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ และที่สำคัญที่สุดคือต้องฟังเสียงของประชาชนจังหวัดชุมพรและระนองในฐานะเจ้าของพื้นที่ด้วย ในฐานะที่เคยเป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทุกคนคงทราบดีว่าตนให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์มากแค่ไหน”    

นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องการจะขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในบริเวณดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะมีเขตอุทยานแห่งชาติอยู่มาก แต่การพัฒนาประเทศต้องอาศัยความสมดุลเปรียบเหมือนรถยนต์ที่กระทรวงอุตสาหกรรมคือคันเร่ง ถ้าเหยียบอย่างเดียวโดยไม่แตะเบรกเลยก็จะเกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้าเหยียบแต่เบรกประเทศก็ไม่พัฒนา จึงต้องมาชั่งน้ำหนักว่าสิ่งที่ได้กับสิ่งที่ต้องเสียไปนั้นคุ้มค่าหรือไม่    

นายวราวุธ กล่าวว่าได้มอบโจทย์สำคัญให้กับ กนอ. ว่าจะต้องยกระดับมาตรฐานโรงงานในนิคมฯ ให้เป็นต้นแบบแก่โรงงานทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการของเสีย น้ำเสีย หรือมลพิษทางอากาศ กนอ. ต้องทำให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่า เมื่อเข้ามาอยู่ในนิคมฯ แล้ว 1. นักลงทุนจะได้รับการบริการที่ดี และ 2. จะต้องมีมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสากลที่นำไปอวดชาวโลกได้ว่า โรงงานทุกแห่งต้องอยู่ในระบบนิเวศที่ไม่ก่อปัญหากับชุมชน นอกจากนี้ การที่โรงงานมาอยู่รวมกันในนิคมฯ แทนที่จะกระจายตัวอยู่ด้านนอก จะช่วยให้ควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ทั้งเรื่องโลจิสติกส์และการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลดีต่อประชาชนที่อยู่โดยรอบ    

สำหรับประเด็นความซ้ำซ้อนระหว่างพ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกับ พ.ร.บ.โรงงานอุตสาหกรรม ตนมองว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการให้ชัดเจนครับ ในส่วนนี้ได้มอบนโยบายให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมไปเร่งดำเนินการตรวจสอบและทบทวนดูว่ามีกฎระเบียบหรือขั้นตอนไหนที่มันทับซ้อนกันอยู่บ้าง เพื่อที่จะทำการปรับปรุงหรือแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกัน เป้าหมายหลักคือการลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงานและเอื้อต่อการจัดตั้งโรงงานให้รวดเร็วที่สุด    

นอกจากนี้ยังเร่งรัด กนอ. ถึงนโยบาย One Stop Service เพราะการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทรวงอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประสานกับทั้งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงมหาดไทยด้วย จึงขอให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมไปทบทวนขั้นตอนภายในกระทรวงฯ ก่อน ว่าจะปรับปรุงระเบียบหรือแก้ไขกฎหมายอย่างไรให้การจัดตั้งโรงงานทำได้เร็วที่สุด เพื่อเป็นต้นแบบให้กระทรวงอื่นๆ เห็นแนวทางที่ชัดเจน โดยเฉพาะการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ