"ดิจิทัล วอลเล็ต" พระเอกตัวจริง ปี 67 ส่งออก "พระรอง" ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

"ดิจิทัล วอลเล็ต" พระเอกตัวจริง ปี 67 ส่งออก "พระรอง" ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

Date Time: 18 ต.ค. 2566 07:37 น.

Summary

ปี 67 ส่งออกเป็น “พระรอง” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่วนดิจิทัล วอลเล็ต เป็น “พระเอก” ช่วยดันเศรษฐกิจไทยปีหน้าโตได้แน่ 4.5–5% ขณะที่ไตรมาส 4 ปีนี้ ประเมินส่งออกบวกได้ 6.8% แต่ไม่มีแรงพอดันทั้งปีโตบวก คาดปี 66 ส่งออกติดลบ 2%

Latest

ผ่านปี 68 "งูร้าย" สู่ปี 69 "ม้าเหนื่อย" เฟ้นหา "แสงสว่าง" ท่ามกลางปัจจัยลบ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ส่งออกสินค้าไทยไตรมาส 4 ปี 66 และคาดการณ์ปี 67 ว่า การส่งออกไทยมีโอกาสพลิกกลับมาบวกได้สูงถึง 6.8% ในไตรมาส 4 ปีนี้ ด้วยมูลค่า 70,502 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากไตรมาส 3 ที่คาดติดลบ 3.2% มูลค่า 69,920 ล้านเหรียญ และช่วง 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) ปี 66 ติดลบแล้ว 4.52% มูลค่า 187,593 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ยังไม่มีแรงส่งเพียงพอให้ทั้งปี 66 กลับมาบวกได้ คาดว่าทั้งปี 66 จะมีมูลค่า 281,593 ล้านเหรียญ ติดลบ 2% เทียบกับปี 65 ที่ขยายตัว 5.5% มูลค่า 287,067.9 ล้านเหรียญ ส่วนปี 67 คาดจะบวกได้ 3.6% เมื่อเทียบปี 66 ด้วยมูลค่า 291,773 ล้านเหรียญ

“ปีหน้าจะเห็นภาพเศรษฐกิจโลกจะค่อยๆดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลัง และภาคการส่งออกจะเป็นพระรองช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยมีพระเอกคือ เงินที่เข้าสู่ระบบจากนโยบายดิจิทัล วอลเล็ต ของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยปีหน้าขยายตัวได้ 4.5-5% ได้”

ด้านนายพูนทวี ชัยวิจิตมลากูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวว่า สาเหตุที่ส่งออกไทยไตรมาส 4 ขยายตัว 6.8% มาจากปัจจัยสนับสนุนคือเงินเฟ้อไทยต่ำกว่าคู่แข่ง และค่าเงินบาทอ่อนค่ากว่าคู่แข่ง สะท้อนถึงความสามารถแข่งขันด้านราคา, ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในตลาดสำคัญ ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลดีต่อคำสั่งซื้อสินค้าไทย, นโยบายเร่งผลักดันส่งออกของไทย แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากดอกเบี้ยทั่วโลกยังอยู่ในระดับสูง ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอ, ราคาสินค้าส่งออกของไทยสูงกว่าคู่แข่ง จากต้นทุนการผลิตไทยสูง, เอลนีโญ ที่กระทบต่อผลผลิตสินค้าเกษตร

“ประเมินว่า ปี 66 ถ้าปริมาณน้ำฝนของไทยลดลง 10-40% ของปริมาณน้ำฝนในปี 65 จะทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรของไทยติดลบ 6% ถึงติดลบ 2% มูลค่าหายไป 14,276-57,106 ล้านบาท แม้คิดเป็นสัดส่วนต่อการส่งออกภาพรวมของไทยไม่มากเพียง 0.1-0.5% แต่มีความสำคัญกับภาค เกษตร และความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทยมาก และอาจทำให้ภาคเกษตรได้รับผลกระทบมาก”

ขณะที่ปี 67 คาดส่งออกไทยจะกลับมาบวกได้ 3.6% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากเงินเฟ้อ และดอกเบี้ยทั่วโลกชะลอลง รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกเพิ่มฟื้นตัวดีขึ้น ทั้งในตลาดสำคัญอย่างสหรัฐฯ ยุโรป จีน ญี่ปุ่น อาเซียน ส่งผลให้ความต้องการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น และนโยบายผลักดันการส่งออกของไทย แต่ยังต้องระวังปัจจัยเสี่ยงคือ ดอกเบี้ยโลกที่แม้ลดลง แต่ยังอยู่ในระดับสูงกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เอลนีโญทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรลดลง ราคาส่งออกสูงขึ้น ค่าเงินบาทคาดจะแข็งค่าขึ้นจากการลดดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯในปี 67 ราคาน้ำมันสูง ผลักดันให้ต้นทุนผลิตสินค้า และราคาสินค้าส่งออกไทยสูงขึ้น รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

“การสู้รบของอิสราเอลและฮามาส กระทบต่อการส่งออกของไทยน้อยมาก ประเมินว่า กรณีการสู้รบยืดเยื้อ ส่งออกไทยลดลงเพียง 0.1% มูลค่าหายไป 369 ล้านเหรียญ แต่ถ้ายืดเยื้อ และปิดเส้นทางขนส่งสินค้า ส่งออกไทยลดลง 0.3% มูลค่า 850 ล้านเหรียญ และหากขยายวงกว้างไปทั่วตะวันออกกลาง ส่งออกไทยลดลง 1.7% มูลค่า 4,769 ล้านเหรียญ แต่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยกว่า 5%”.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ