3 กูรู ประสานเสียง เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุด ค่อยฟื้น แต่ยังต้องใช้เวลา

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

3 กูรู ประสานเสียง เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุด ค่อยฟื้น แต่ยังต้องใช้เวลา

Date Time: 11 พ.ย. 2563 21:18 น.

Video

หุ้นไทยกำลังฟื้น vs หุ้นนอกกำลังลง เลือกอะไรดี? | Money Issue EP.47

Summary

วงเสวนา เศรษฐกิจหลังโควิด-19 "รมว.คลัง-ผู้ว่าธปท.-เลขาฯสภาพัฒน์ฯ" ประสานเสียง เศรษฐกิจไทย วิกฤติโควิด-19 ยังดีกว่าวิกฤติต้มยำกุ้ง ปี 40 ตอนนี้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ค่อยๆ ฟื้นแต่ยังต้องใช้เวลา

Latest


วงเสวนา เศรษฐกิจหลังโควิด-19 "รมว.คลัง-ผู้ว่าธปท.-เลขาฯสภาพัฒน์ฯ" ประสานเสียง เศรษฐกิจไทย วิกฤติโควิด-19 ยังดีกว่าวิกฤติต้มยำกุ้ง ปี 40 ตอนนี้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ค่อยๆ ฟื้นแต่ยังต้องใช้เวลา แต่ต้องแก้ถูกจุด ไม่เหวี่ยงแห 

วันที่ 11 พ.ย. ที่โรงแรม แมนดาริน โอเรียนเต็ล ไทยรัฐกรุ๊ป ประกอบไปด้วย หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ไทยรัฐออนไลน์ และ ไทยรัฐทีวี จัดงาน Dinner Talk มองอนาคตประเทศ “SHARING OUR COMMON FUTURE ร่วมแรง เปลี่ยนแปลง แบ่งปัน” เป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี ในการเสวนา ช่วง “เศรษฐกิจหลังโควิด-19 : จุดยืนของไทยในเวทีโลก”

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในอุโมงค์ที่มืด ในอุโมงค์ย่อมมีแสงสว่าง เมื่อเศรษฐกิจไทยไถลลงไปแล้ว ก็ต้องลุกขึ้นให้ได้ หากเทียบกับวิกฤติปี 40 เกิดจากข้างบนลงไปข้างล่าง แต่วันนี้วิกฤติโควิด-19 เกิดจากข้างล่างฐานรากกระทบขึ้นมาเรื่อยๆ คนออกจากบ้านไม่ได้ เจอเคอร์ฟิว กิจกรรมทางเศรษฐกิจเลยหยุดชะงักไป ไม่เหมือนวิกฤติปี 2540 ที่ไม่ดีมากกว่า วันนี้ก็ต้องยอมรับว่าโควิด-19 ที่เกิดขึ้น เศรษฐกิจของไทยเราดีกว่าตอนวิกฤติ ปี 2540 เรามองไปในทางที่ดีขึ้น ดัชนีเศรษฐกิจดีขึ้น ปีนี้ราคายางพาราก็ดี กำลังรอดูราคาข้าว กำลังซื้อจากการเกษตรมีแน่ คนมีบัตรสวัสดิการ 500 บาท แต่ก็เป็นมาตรการช่วงระยะสั้นๆ และยังมีโครงการ "ชิมช้อปใช้" โครงการ "คนละครึ่ง" เรียกว่าแกรนด์เซลส์ รัฐบาลออกตังค์ให้ อย่างเศรษฐกิจใหญ่อย่างไทยเบฟฯ และเอสเอ็มอี ฉะนั้นธุรกิจระดับกลางยังไปได้อยู่ แต่เศรษฐกิจระดับชาวบ้านฐานรากไปไม่ได้ ต้องไปช่วยให้มีกำลังซื้อ ที่ผ่านมาก็เจอล็อกดาวน์ก็หงอยครับ ตอนนี้กิจการเล็กๆ เจอโครงการ "คนละครึ่ง" ก็เริ่มดีขึ้น ดังนั้นเราต้องไม่ลืมเศรษฐกิจข้างล่าง

ส่วนในเรื่องการท่องเที่ยว จู่ๆ นักท่องเที่ยวหายไปเลย 40 ล้านคน โรงแรมปิดเต็มเลย ตอนนี้โครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ช่วยธุรกิจโรงแรม เรื่องตั๋วเครื่องบินรัฐบาลก็ช่วยจ่ายให้ 40% ฉะนั้นตัวเลขดัชนีเศรษฐกิจทั้งหลายเริ่มดีขึ้น ตอนนี้รัฐบาลต้องกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ เราต้องรอให้กำลังซื้อต่างประเทศเข้ามา

ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เทียบกับวิกฤติต้มยำกุ้งที่ผ่านมา ไทยเจอวิกฤติมาแล้ว 3 ครั้ง คือ ปี 40 ซึ่งเศรษฐกิจติดลบ 8% ตามด้วยวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ปี 2008 แต่ติดลบไม่เยอะ ไม่ถึง 1% แล้วก็รอบนี้ โควิด-19 ปี 2020 น่าจะติดลบประมาณ 8%

เมื่อดูต้นตอจะเห็นการถดถอยที่ต่างกันเยอะ ดังนั้นแนวทางการแก้ไขจะแตกต่างกันไป โดยปี 2540 หลักๆ ตัวที่หายไป คือ การลงทุนที่ติดลบ 50% การบริโภคติดลบ 10%

รอบนี้ถ้าดูการบริโภคติดลบ 3% การลงทุนติดลบ 10% ก็ไม่ได้หนักมากนัก ถ้าดูปี 2009 หลังวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ มีปัญหาส่งออกติดลบ 15% รอบนี้ส่งออกน่าจะติดลบ 11%

ถามว่า ปี 2008 หรือ 2009 ไทยไม่ได้เจอวิกฤติมากนัก แม้การส่งออกจะติดลบ มันเป็นเพราะว่าโครงสร้างส่งออกของไทยที่เป็นพระเอก เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เป็นครึ่งหนึ่งการส่งออก แต่การจ้างงานไม่ถึง 4% ในแง่ตัวเลขเลยไม่ดี แต่ความรู้สึกไม่ได้กระทบคนส่วนมาก

วิกฤติโควิด-19 ตัวเลขการส่งออกติดลบ แต่ยังไม่หนักเท่ารอบนี้ แต่เรามาเจอ "กล่องในดวงใจ" คือ เรื่องการท่องเที่ยว รวมธุรกิจอื่นๆ โรงแรม ร้านอาหาร มันหนักมาก แล้วยังโดนซ้ำเติม ปัญหาเรื่องหนี้สิน เรื่องหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงมาก แรงงานส่วนใหญ่ถูกกระทบ รายได้ก็ไม่ค่อยมี การจ้างงานก็ลดลง ชั่วโมงการทำงานก็ลดลง ปัญหาอยู่ในวงกว้าง รายได้ดร็อป หนี้มันก็เยอะ

สิ่งที่อยากสื่อก็คือในหลายด้านเราเคยเจอหนักกว่านี้มาแล้ว ทั้งปี 40 และปี 2009 ยันเสถียรภาพของประเทศไทยรอบนี้เราดีกว่า อย่างทุนสำรองต่างประเทศก็ยังเยอะ ตอนปี 2540 ทุนสำรองน้อย อันที่ 2 วิกฤติธนาคาร รอบนี้สภาพคล่องสูง เสถียรภาพดีกว่ามาก ค่อนข้างเข้มแข็ง เอ็นพีเอลก็ยังน้อยกว่า

ขณะที่ สภาพการคลัง ยังเข้มแข็งไม่มีปัญหาอะไร ตอนนี้หนี้จีดีพีเราก็ยังต่ำกว่าปี 40 เรื่องสภาพคล่องทางการเงิน ดอกเบี้ยก็ดีกว่า พอไล่ไปแต่ละมิติไปแล้ว แม้อาการหนักแต่เสถียรภาพเรายังดีกว่า แต่มันต้องใช้เวลานาน การจ้างงาน ยืนยันแก้ปัญหาได้แต่ใช้เวลานาน และต้องแก้อย่างถูกจุด ถ้าไปแก้แบบเหวี่ยงแหไม่ได้ เราต้องแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง ไม่ใช่เอาถูกใจ ทั้งมาตรการฝั่งการเงิน และฝั่งการคลังด้วย 

"ตอนนี้เราแก้ถูกใจหรือถูกต้อง ผมยกตัวอย่าง เราช่วยเอสเอ็มอี และเรามีการพักชำระหนี้ เพิ่งสิ้นสุดเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา แก้แบบเหมาเข่ง จะเป็นการซ้ำปัญหา พักชำระหนี้ มันก็ดูดี แต่ดอกเบี้ยมันไม่หยุดตาม ตอนนั้นแก้แบบปูพรมถูกแล้ว เพราะมันมาเร็ว แต่ตอนนี้คงไม่ได้ ตอนนี้ต้องแยกคนที่จ่ายได้ จ่ายไม่ได้ เพื่อปัญหาจะได้ไม่ถูกซ้ำเติม หากปูพรมไปเรื่อยๆ อาจจะไม่ดี" ดร.เศรษฐพุฒิ กล่าว

ด้าน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตอบคำถาม ตอนนี้ประเทศไทยเราอยู่จุดไหน ว่า ตั้งแต่เกิดโควิด-19 มา เราพยายามดูอยู่ จุดต่ำสุดอยู่ที่ Q2 ปี 2563 ตอนนั้นทุกอย่างถูกแช่แข็งหมด ขณะเดียวกันต่างประเทศก็ล็อกดาวน์ด้วย

เลขาฯสภาพัฒน์ฯ กล่าวต่อว่า แต่ดูมาตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา แนวโน้มเริ่มดีขึ้น แต่ดีขึ้นเท่าไร ขอให้รอตัวเลขวันจันทร์นี้ ยืนยันเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ ยังติดลบอยู่ แต่ก็ติดลบน้อยลงๆ กำลังการผลิตอยู่ที่ 60% เริ่มใกล้เคียงก่อนล็อกดาวน์ ตัวที่ทำให้ดีขึ้นมา เพราะราคาสินค้าเกษตรกรดี ก็ทำให้เกษตรกรมีเงินใช้จ่าย พอเริ่มออก พ.ร.ก.เงินกู้ การจ่ายเงินเยียวยา 5 พัน ตอนนี้เราดีขึ้นอย่างช้าๆ ถึงสิ้นปีถ้าไม่มีเหตุการณ์โควิด-19 ระบาดรอบ 2 ขึ้นมาก็คงจะค่อยๆ ดีขึ้น แต่ต้องอย่าลืมว่าครั้งนี้ความแน่นอนยังสูง เพราะยังไม่รู้จะได้วัคซีนเมื่อไร

"ภาคการท่องเที่ยว ตอนนี้กระทบมาก และมันรู้สึกรุนแรง เพราะการท่องเที่ยวมีคนได้รับผลกระทบเยอะ เราคงต้องมาดูอีกทีหนึ่ง สิ้นปีนี้จับตาสถานการณ์การเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกา เป็นปัจจัยอีกอย่างในปีหน้า เพราะนโยบายเขาก็เปลี่ยนไป" นายดนุชา กล่าว.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ