
กนง.มีมติ 5 ต่อ 2 ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหตุเศรษฐกิจไทยแย่ลงเร็ว ชะลอต่ำกว่าประมาณครั้งก่อน ส่งออกลดเริ่มกระทบจ้างงาน และการใช้จ่ายในประเทศ เงินเฟ้อต่ำกรอบเป้าหมาย 2 ปีซ้อน หนุน ธปท.กดค่าบาทอ่อน ด้านธนาคารพาณิชย์ขานรับพร้อมปรับลดดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้
นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวแถลงผลการประชุม กนง. วันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา ว่า กนง.มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ลด อัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี เหลือ 1.25% ต่อปี โดยให้มีผลทันที โดยเหตุผลหลักเนื่องจากประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้และต่ำกว่าศักยภาพมากขึ้น ต่ำกว่าตัวเลข การประมาณการล่าสุดของ ธปท.ที่ได้ประเมินไว้ในการประชุม กนง.ครั้งก่อนหน้า แม้จะรวมผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐแล้ว
ทั้งนี้ การส่งออกที่ลดลงมีผลไปสู่การจ้างงานและการใช้จ่ายในประเทศมากขึ้น ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอลงตามรายได้ของครัวเรือนและการจ้างงานที่ปรับลดลงเร็วโดยเฉพาะในภาคการผลิตเพื่อส่งออก รวมถึงแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อมากขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานต่ำลงจากการใช้จ่ายของประชาชนที่ลดลง โดย ธปท.คาดว่าในปีนี้และปีหน้า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปีจะต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายนโยบายการเงินที่ตั้งไว้ 1% จากเดิม ที่เคยคาดว่าในปีหน้าเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับเข้าสู่ ขอบล่างของเป้าหมาย
ประเด็นดังกล่าวทำให้ กนง.เสียงข้างมาก 5 เสียง เห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจและเอื้อให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับสู่กรอบเป้าหมาย ขณะที่ กนง.อีก 2 เสียง เห็นว่าในภาวะปัจจุบันที่นโยบายการเงินอยู่ในระดับผ่อนคลายอยู่แล้ว การลดอัตราดอกเบี้ยอาจไม่ช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มได้มากนัก เมื่อเทียบกับความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงินที่อาจเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งยังจำเป็นต้องรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (policy space) ที่มีจำกัดเพื่อรองรับความเสี่ยง ที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท.ยอมรับว่า ในการปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้ ทำให้ ธปท.มี policy space จำกัดมากขึ้นในระยะต่อไป แต่ยืนยันได้ยังมี policy space เพียงพอ แต่การปรับลดดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยข้างหน้าเป็นสำคัญ โดยแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูง
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. เป็นไปในทิศทางเดียวกันธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟด และธนาคารกลางของหลายประเทศ ที่ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายไปก่อนหน้านี้ ซึ่งดอกเบี้ยของ กนง.ในรอบนี้ จะช่วยลดการแข็งค่าของค่าเงินบาท และช่วยผู้ประกอบการในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ในรอบนี้ เชื่อว่าจะปรับลดทั้งดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยเงินกู้ ต่างจากการ ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.ในรอบก่อนหน้า ที่ธนาคารพาณิชย์ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม การปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารออมสินจะพิจารณาตามภาวะตลาด
ด้านนางสาวขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารพร้อมที่จะสนองนโยบายของ กนง.การปรับลดดอกเบี้ยของ กนง.ในรอบก่อนหน้า ธนาคารได้ลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี แต่การลดดอกเบี้ยในรอบนี้ จะพิจารณาทางด้านดอกเบี้ยเงินฝากด้วย.