
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับคณะมนตรีขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกว่า รายงานความก้าวหน้าการแก้ไขการปลดธงแดงในโครงการตรวจสอบการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยสากล (ยูโซฟ) โดยได้ปฏิรูปองค์กรที่เกี่ยวข้องใหม่ ทั้งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กรมท่าอากาศยาน (ทย.) และหน่วยค้นหา และหน่วยสอบสวน นอกจากนี้ ได้ยกร่าง พ.ร.บ.การบินพลเรือน คาดจะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติเดือน ส.ค.นี้ ขณะเดียวกัน เร่งออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (เอโอซี) ให้ 28 สายการบินระหว่างประเทศ โดยออกเอโอซีให้แล้ว 6 สายการบิน เหลืออีก 23 สายการบิน วันที่ 20 ก.ค.นี้ จะออกเอโอซีให้ไทยสมายล์ และไทยไลออนส์แอร์ พร้อมกันนั้น ยังแจ้งแผนพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน โดยเน้นการเป็นศูนย์กลางการบินในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจะพัฒนา 3 สนามบิน คือ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และอู่ตะเภา โดยปี 73 สุวรรณภูมิ จะรองรับผู้โดยสาร 120 ล้านคนต่อปี ส่วนปี 68 ดอนเมือง จะรองรับได้ 40 ล้านคนต่อปี และปี 80 อู่ตะเภา จะรองรับได้ 60 ล้านคนต่อปี
ด้านนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ กพท. กล่าวว่า 30 มิ.ย.60 ได้ยื่นหนังสือให้ไอเคโอ มาตรวจสอบซ้ำโครงการยูโซฟ เพื่อปลดธงแดง น่าจะมาราวเดือน ก.ย.นี้ คงต้องรอลุ้นผล ส่วนการตรวจสอบโครงการตรวจสอบด้านการรักษาความปลอดภัยด้านการบินพลเรือน (ยูแซฟ) วันที่ 11-21 ก.ค.นี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมืองพร้อมแล้ว ไม่น่ากังวล.