
การประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ครั้งถัดไป วันที่ 16-17 มิถุนายน 2569 นี้ ถือเป็นการประชุมฯนัดแรกอย่างเป็นทางการของ “เควิน วอร์ช” Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางความคาดหวังที่แตกต่างกันไปของตลาด
โดยเฉพาะความคาดหวังของ ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ซึ่งออกมาย้ำล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า “การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้หมายความถึงเงินเฟ้อเสมอไป! แล้วประเทศหนึ่งจะก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้อย่างไร หากไม่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ” แสดงความคาดหวังชัดเจนว่า “เควิน วอร์ช” ผู้เติบโตมากับตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการใช้นโยบายการเงินอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
และในช่วงก่อนหน้า “วอร์ช” ก็มีมุมมองในลักษณะที่ “สามารถมองข้ามการเร่งตัวของเงินเฟ้อ” หากมาจากการเพิ่มของประสิทธิภาพการผลิตที่มาจากการใช้ความก้าวหน้าของ AI ในการมาช่วยเพิ่มผลิตภาพ นอกจากนั้น “วอร์ช” ยังมีมุมมอง และความเข้าใจที่ดีต่อสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งทำให้มีการคาดหมายว่า เขาเป็นพวก Dovish หรือสายพิราบ สามารถยืดหยุ่นนโยบายการเงินได้มากกว่านักเศรษฐศาสตร์สาย Hawkish หรือสายเหยี่ยว ที่มุ่งมั่นสกัดเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ ซึ่งเดือนล่าสุด เม.ย.ที่ผ่านมา เงินเฟ้อสหรัฐฯอยู่ที่ 3.8% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงกว่าเป้าเงินเฟ้อของสหรัฐฯที่ควรจะไม่เกิน 2% ผลจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาแข็งแกร่ง ทำให้ตลาดตั้งข้อสังเกตว่า สถานการณ์ขณะนี้เป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับ “วอร์ช”
เพราะ ณ วันนี้ ตลาดเริ่มเปลี่ยนการคาดการณ์จาก “เฟดจะลดดอกเบี้ยได้เมื่อไหร่” ไปเป็น “เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วแค่ไหน” หรือจะ “คงดอกเบี้ย” ซื้อเวลาต่อไปเรื่อยๆ
ทั้งนี้ การตัดสินใจของ “วอร์ช” และเฟดในช่วงนี้ถือว่า มีอิทธิพลต่อตลาดอย่างยิ่ง โดยหากเฟดมีแนวโน้มเปลี่ยนจากการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ดับฝันยุคดอกเบี้ยขาลงปรับสู่ขาขึ้น ก็น่าจะสร้างความผันผวนรอบใหม่ในสินทรัพย์ทั่วโลก โดยเฉพาะราคาทองคำ และจะสร้างความไม่พอใจให้กับประธานาธิบดีทรัมป์ไม่น้อย
ขณะที่ในส่วนตัวของ “เควิน วอร์ช” ยืนยันว่า การตัดสินใจของเขาจะเป็นตาม “ตัวเลขเศรษฐกิจและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง” เป็นหลัก ซึ่งคงต้องจับตากันต่อไป หลังจากมี “อำนาจเต็ม” ในฐานะประธานเฟดแล้ว โฉมหน้าที่แท้จริงของ “เควิน วอร์ช” จะออกมาหล่อเหลาแค่ไหน
กลับมาที่บ้านเรา ผู้ว่าการแบงก์ชาติ “วิทัย รัตนากร” ยืนยันจะใช้ “นโยบายการเงินผ่อนคลาย” เพื่อลดการเป็นอุปสรรคในการประคับประคองเศรษฐกิจ โดยหากไม่มีเซอร์ไพรส์อื่นใด “ดอกเบี้ยนโยบาย” ของไทยคงอยู่ในระดับนี้จนถึงสิ้นปี 69 โดยคาดว่าแม้เงินเฟ้อบางเดือนจะสูงโดดไปบ้าง แต่ภาพรวมยังไม่ทำให้เสถียรภาพเศรษฐกิจต่ำลง.
มิสเตอร์พี
คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม