
เจาะลึกเหล็กระบบเตา IF ผสานเทคโนโลยีเตาปรุงน้ำเหล็ก สู่มาตรฐานโครงสร้างที่ปลอดภัยและรักษ์โลก
เจาะลึกเหล็กระบบเตา IF ผสานเทคโนโลยีเตาปรุงน้ำเหล็ก สู่มาตรฐานโครงสร้างที่ปลอดภัยและรักษ์โลก
ดร.ศักดิ์ชัย ธนบดีจิรพงศ์ นายกสมาคมการค้าผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) ระบุว่า ท่ามกลางความกังวลของสังคมและผู้บริโภคเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของวัสดุก่อสร้าง เทคโนโลยีการผลิตเหล็กกำลังถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
โดยเฉพาะเหล็กระบบเตา IF (Induction Furnace) ที่มักถูกพาดพิงถึงข้อจำกัดในอดีตอย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงทางวิศวกรรมโลหการในปัจจุบันได้ก้าวล้ำไปมาก การผลิตเหล็กสะอาดด้วยระบบเตา IF ที่ผสานการทำงานร่วมกับเตาปรุงน้ำเหล็ก (Secondary Refining)ไม่เพียงแต่ทะลวงข้อจำกัดเดิมๆ ในการกำจัดมลทิน แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร ลดมลพิษทางอากาศได้ถึง 6 เท่า และเป็นกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืนของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย
1. นวัตกรรมกวนน้ำเหล็กอัตโนมัติ สู่ความสม่ำเสมอของเนื้อเหล็กความเข้าใจคลาดเคลื่อนประการแรกคือข้อกังวลที่ว่าเตาหลอม IF ไม่สามารถทำให้น้ำเหล็กสะอาดได้ ซึ่งในความเป็นจริง กระบวนการหลอมด้วยเตา IF อาศัยหลักการ
เหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าให้เกิดกระแสไฟฟ้าวน (Eddy Currents) กระบวนการนี้ก่อให้เกิดแรงกวนน้ำเหล็กอัตโนมัติด้วยสนามแม่เหล็ก (Electromagnetic Stirring) โดยน้ำเหล็กจะหมุนวนจากขอบไปสู่แกนกลางและหมุนจากล่างขึ้นบนตลอดเวลา ส่งผลให้ส่วนผสมทางเคมีและอุณหภูมิผสมผสานเนียนเป็นเนื้อเดียวกันทั่วทั้งเตา (Homogeneity)
นอกจากนี้ การกวนของสนามแม่เหล็กยังช่วยดันสารฝัง (Inclusions) หรือสารมลทินที่มีน้ำหนักเบาให้ลอยขึ้นสู่ผิวหน้า ทำให้ผู้ผลิตสามารถเติมสารสร้างตะกรันและกวาดเททิ้งออกจากเตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ยกระดับคุณภาพด้วยเตาปรุง (Ladle Furnace) ทลายข้อจำกัดทางเคมีเพื่อลบภาพจำเรื่องข้อจำกัดในการกำจัดฟอสฟอรัสและกำมะถัน โรงงานผลิตเหล็กระบบเตา IF มาตรฐานสูงในปัจจุบัน ได้นำเทคโนโลยี การปรับปรุงคุณภาพขั้นที่สอง(Secondary Steel Refining) มาใช้ร่วมด้วย เมื่อน้ำเหล็กจากเตา IF ถูกถ่ายลงสู่เตาปรุง (เช่น LF หรือ AOD) จะมีการเป่าก๊าซอาร์กอนและปรุงแต่งค่าเคมีอย่างละเอียดการใช้เทคโนโลยีเตาปรุงร่วมกับวัสดุทนไฟชนิดด่าง สามารถสกัดและลดปริมาณกำมะถัน(S) ลงมาจนเหลือระดับต่ำสุดที่ 0.002% ซึ่งการควบคุมสารมลทินเหล่านี้ให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น (Ductility) และความทนทานต่อการแตกหัก (Toughness) ทำให้เหล็กไม่เปราะร้าว และสามารถใช้กับงานต้านทานแผ่นดินไหวได้เป็นอย่างดี
3. ขจัดปัญหาเหล็กเปราะจากไนโตรเจนหนึ่งในข้อได้เปรียบทางโลหะวิทยาที่สำคัญของเตา IF เมื่อเทียบกับเตาอาร์คไฟฟ้า (EAF) คือเรื่องการปนเปื้อนของไนโตรเจน เตา EAF จำเป็นต้องใช้เปลวอาร์คไฟฟ้าซึ่งมีอุณหภูมิสูงจัด ทำให้โมเลกุลไนโตรเจนในอากาศแตกตัว (Nitrogen Ionization) และถูกดูดซับลงไปในน้ำเหล็กสูงถึง 80-100 ppm ซึ่งปริมาณไนโตรเจนที่สูงนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เนื้อเหล็กแข็งและเปราะบาง ในทางตรงกันข้าม เตา IF ไม่มีการอาร์คที่อุณหภูมิสูงจัดเช่นนั้น จึงเกิดการเติมก๊าซไนโตรเจนน้อยมาก ลดความเสี่ยงเรื่องเหล็กเปราะได้อย่างเด็ดขาด
4. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจในมิติของความยั่งยืน เทคโนโลยีเตา IF ปล่อยมลพิษทางอากาศต่ำกว่ามาก โดยมีปริมาณฝุ่นละอองรวมเพียง 1-2 กิโลกรัมต่อตัน ซึ่งต่ำกว่าเตา EAF ที่ปล่อยสูงถึง 6-12 กิโลกรัมต่อตัน (ต่างกันถึง 6 เท่า) นอกจากนี้ยังมีระดับเสียงที่เงียบกว่า โดยอยู่ที่ 82-86 เดซิเบล ที่สำคัญ ต้นทุนการดำเนินงานที่ประหยัดลงได้ 20-25% ยังเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เกิดสภาวะ ผูกขาดราคาเหล็กโครงสร้างในประเทศ
ดร.ศักดิ์ชัย กล่าวอีกว่า ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ทางวิศวกรรมชี้ให้เห็นว่า การผลิตเหล็กด้วยระบบเตา IF ที่ควบคูกับเตาปรุงน้ำเหล็กเป็นเทคโนโลยีที่สามารถผลิตเหล็กสะอาดที่มีคุณภาพสูง ได้มาตรฐานและมีความสม่ำเสมอในทุกกระบวนการผลิต การยกระดับความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ จึงไม่เพียงแต่ช่วยคืนความมั่นใจให้กับประชาชนและนักลงทุนด้านความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร แต่ยังเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นรากฐานอันมั่นคงสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยในอนาคตต่อไป
G H BANK CROWN : ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. เปิดตัว G H BANK CROWN เอกสิทธิ์ในการใช้ชีวิตเหนือระดับ สำหรับลูกค้าเงินฝากคนสำคัญที่มียอดเงินฝากรวมทุกผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไปและมีสถานะเป็นลูกค้าเงินฝากของธนาคารต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปีให้ได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างผ่านแพลตฟอร์ม G H BANK Reward & Privilegeด้วยสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการเงินและไลฟ์สไตล์ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. Financial Benefits เอกสิทธิ์ด้านผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน สำหรับแคมเปญเงินฝากพิเศษ และบริการยกเว้นค่าธรรมเนียมจากธนาคาร ช่วยเพิ่มความสะดวก ความคุ้มค่า และความคล่องตัวในการทำธุรกรรม
2. Lifestyle Benefits ส่วนลดและสิทธิพิเศษจากร้านค้าและพันธมิตรชั้นนำกว่า 180 แห่ง รับสิทธิ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้คะแนนแลก (0 Point) พร้อม Birthday Privilege ของขวัญและสิทธิพิเศษในเดือนเกิด
3. Exclusive Events กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ งานเสวนา เวิร์กชอป และกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจจากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา
โดยลูกค้า G H BANK CROWN สามารถเข้าสู่แพลตฟอร์ม G H BANKReward & Privilege เพื่อตรวจสอบและกดรับสิทธิประโยชน์ได้จากช่องทาง Application : GHB ALL GEN,LINE OA : GHB Buddy และ www.ghbankbigfamily.com
เพื่อนคู่คิด การเงินยุคดิจิทัล : ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นำโดย นางสาวพจณี คงคาลัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายลูกค้าบุคคล นายชโลธร ตรีรักษ์สกุล เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Assistant Vice President ผู้จัดการภาคตะวันออกเฉียง เหนือ 1 นายไชยพงศ์ เอกจิตรพันธ์ เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President ผู้จัดการภาค 6 สายลูกค้าธุรกิจรายปลีก ต่างจังหวัด และนายผดุง เทพหัสดิน ณ อยุธยา เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Assistant Vice President ผู้จัดการภาค 6 สายลูกค้าธุรกิจรายกลาง ต่างจังหวัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานธนาคารกรุงเทพ ร่วมให้การต้อนรับ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานเปิดงาน นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และนายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงาน
พร้อมด้วยนางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วมมหกรรมการเงิน Money Expo ในโอกาสให้เกียรติ ร่วมพิธีเปิดบูธของธนาคารกรุงเทพ ในงานมหกรรมการเงินโคราช ครั้งที่ 20 (Money Expo Korat 2026) ภายใต้แนวคิด Bangkok Bank: Growing with You ในฐานะเพื่อนคู่คิดที่พร้อมสนับสนุนลูกค้าให้เติบโตอย่างมั่นคงในทุกช่วงของชีวิต โดยในครั้งนี้ธนาคารได้ยกทัพผลิตภัณฑ์ พร้อมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำเพื่อนำเสนอโซลูชันทางการเงินให้ตรงกับความต้องการลูกค้า โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ด้านสินเชื่อบ้าน บัตรเครดิต ประกันชีวิต ประกันวินาศภัย และกองทุนรวม ที่ได้รับความสนใจจากพี่น้องชาวโคราชและพื้นที่ใกล้เคียงมาอย่างต่อเนื่องทุกปี