
สนธิรัตน์ ยอมรับ ติดตั้งเครื่องรูดบัตรคนจน ในร้านธงฟ้าประชารัฐ ได้แค่ 2,000 แห่ง จากเป้าหมาย 8,000 แห่ง หันแก้ปัญหา ผุดรถโมบายธงฟ้าประชารัฐ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทดแทน ส่วนร้านค้าที่เหลือ ทยอยติดเครื่องรูดบัตรให้แล้วเสร็จต่อไป..
วันที่ 14 ก.ย.60 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับกรมบัญชีกลาง ธนาคารกรุงไทย กรมการค้าภายใน และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ถึงความคืบหน้าการจัดทำโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ เพื่อรองรับการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยว่า การติดตั้งเครื่องรูดบัตร (อีดีซี) ภายในร้านธงฟ้าประชารัฐ อาจติดตั้งได้เพียง 2,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งน้อยกว่าเป้าหมายที่ต้องการติดตั้งให้ครอบคลุมร้านธงฟ้าประชารัฐในทุกตำบลทั่วประเทศ 8,000 แห่ง ภายในวันที่ 1 ต.ค.60 ที่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะสามารถใช้ได้อย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ ในที่ประชุมแจ้งว่า จะติดตั้งเครื่องรูดบัตรตามร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้เพียง 2,000 แห่งเท่านั้น เพราะมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา เพราะกระบวนการติดตั้งมีหลายขั้นตอน ทั้งการเปิดบัญชีของร้านค้า ตรวจสอบกระบวนการทางการเงิน จึงต้องใช้เวลาดำเนินการ ส่วนร้านค้าธงฟ้าประชารัฐอีก 6,000 แห่ง ซึ่งกระทรวงฯ ได้ส่งรายชื่อให้กระทรวงการคลังแล้วนั้น ทั้งกระทรวงการคลัง และธนาคารกรุงไทยจะเร่งติดตั้งเครื่องรูดบัตรในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐไม่ได้ตามเป้าหมาย 8,000 แห่งภายในวันที่ 1 ต.ค.นี้ กระทรวงฯ จะนำรถขายสินค้าธงฟ้าเคลื่อนที่ (โมบาย ยูนิต) มาจัดทำเป็นรถธงฟ้าประชารัฐ โมบาย ยูนิต โดยติดตั้งเครื่องรูดบัตรภายในรถ และจำหน่ายสินค้าธงฟ้าประชารัฐเท่านั้น เพื่อให้มีครอบคลุมทั่วประเทศ ส่วนจะมีจำนวนเท่าไร และแนวทางการดำเนินการอย่างไรนั้น จะจัดประชุมใหญ่วันที่ 16 ก.ย.นี้ เพื่อหารือกับสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ และตัวแทนจาก 920 อำเภอทั่วประเทศ จึงจะได้ข้อสรุป
สำหรับผู้ผลิตสินค้า ที่เสนอตัวเข้าร่วมโครงการธงฟ้าประชารัฐนั้น ขณะนี้มีจำนวน 50 ราย มีสินค้าร่วมรายการ 252 รายการ ครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก คือ สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกี่ยวข้องกับการศึกษา และสินค้าที่เกี่ยวกับปัจจัยการเกษตร โดยยังเปิดรับผู้ผลิตที่สนใจเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มสินค้าของผู้ผลิตขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) และโอทอปด้วย คาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบจากการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการเดือนละ 3,200 ล้านบาท รวมทั้งปีประมาณ 38,000 ล้านบาท จากผู้มีบัตรสวัสดิการ 11.67 ล้านคน ทำให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้เพิ่มขึ้น.