เมื่อ"การเช่า"ชนะ"การซื้อ"ถอดรหัสแนวคิดธุรกิจ LPN ปั้นโมเดลInvestor Program สำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เมื่อ"การเช่า"ชนะ"การซื้อ"ถอดรหัสแนวคิดธุรกิจ LPN ปั้นโมเดลInvestor Program สำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่

Date Time: 23 มี.ค. 2569 17:44 น.

Video

 ทำไมหาเงินได้มากขึ้นแต่ชีวิตไม่มั่นคง? ถกปัญหาแรงงานโลกใหม่ | Digital Frontiers EP.55 Special Talk

Summary

เจาะลึกกลยุทธ์ LPN เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส รับเทรนด์ Generation Rent เมื่อ "การเช่า" ชนะ "การซื้อ" ปั้นโมเดล Investor Program "เสือนอนกิน" สำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่

Latest


ในวันที่เศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังคงเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูง การเข้มงวดของแบงก์ และความผันผวนของโลก ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ถูกคาดการณ์ว่ายังไม่พ้น “จุดต่ำสุด” สะท้อนถึงการซื้อ-ขาย “ที่อยู่อาศัย” ที่เปราะบาง 

Thairath Money ร่วมสัมภาษณ์พิเศษ ผู้บริหารบริษัทอสังหาฯระดับตำนาน อย่าง LPN เจ้าของแบรนด์ “คอนโดมิเนียม ลุมพินี” ถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจ และโอกาสที่มองเห็น เพื่อให้ธุรกิจ ยังคงมีสามารถในการเติบโตได้ในทุกสภาวะตลาด


LPN ปรับตัว จากผู้สร้างบ้าน สู่ "Integrated Property Services 

ซึ่ง“ ดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ “ ผู้บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัท มองเห็นโอกาสท่ามกลางวิกฤติ แม้ไม่ใช่ปีแห่งการเร่งการเติบโต โดยจะเดินหน้าเปลี่ยนเกมจากการ "สร้างเพื่อขาย" เพียงอย่างเดียว สู่การบุกตลาด "เช่า" และ "นักลงทุนรุ่นใหม่" อย่างเต็มตัวมากขึ้น 

จึงวิเคราะห์ได้ว่า LPN ไม่ได้มองว่า ภาวะคนซื้อน้อยลง คือ ทางตัน แต่คือการ "เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย" ให้ชัดมายิ่งขึ้น โดยในปี 2569 LPN ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 7,600 ล้านบาท (โตขึ้น 13%) ซึ่งสัดส่วนรายได้ไม่ได้มาจากแค่การขายอสังหาฯ (4,060 ล้านบาท) เท่านั้น แต่มาจาก รายได้บริหารงานเช่าและบริการสูงถึง 2,670 ล้านบาท

กลยุทธ์สำคัญ คือ 

  • การเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินเดิม: นำห้องสต็อกมาบริหารการเช่า ปัจจุบันมีพอร์ตในมือกว่า 2,000 ยูนิต ปี 2569 จะเพิ่มเติมเป็น 2,300 ยูนิต 
  • Occupancy Rate เกือบ 100%: นี่คือจุดแข็งที่พิสูจน์ว่าทำเลและระบบการจัดการของ LPN (โดย LPP) แข็งแกร่งมากจนคนแย่งกันเช่า

Investor Program  โมเดล "เสือนอนกิน" สำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่

กลยุทธ์ไฮไลต์ที่น่าจับตาที่สุดคือการรุกตลาด นักลงทุน (Investor) โดยเฉพาะกลุ่ม "First Jobber" ที่เพิ่งเรียนจบ เริ่มทำงาน ก็หันมาลงทุนอสังหาฯ ทันที เพื่อสร้าง Passive Income 

โดยทีมผู้บริหาร เล่าว่า ปัจจุบัน นักลงทุนอสังหาฯ อายุเด็กลงอย่างเห็นได้ชัด บางคนซื้อสะสมเรื่อยๆ รวม 20-30 ยูนิต เพราะมองเห็นผลตอบแทน (Yield) ที่สูงถึง 5-7% 

“ ปัจจุบันพบว่า กลุ่มนักลงทุนอสังหาฯ มีอายุเด็กลงอย่างเห็นได้ชัด เช่นเพิ่งจบปริญญาตรี พอเริ่มมีเงินเดือน กู้ได้ ก็มาซื้ออสังหาฯลงทุน ซึ่งเข้ากับกระแสการสร้าง Passive Income เทรนด์การลงทุนของคนรุ่นใหม่  โดยกลุ่มคนอายุ 20 ปี กว่าๆ เป็นลูกค้าหน้าใหม่ที่น่าจับตามอง ที่หันมาลงทุนมากขึ้น ”


ขณะ LPN ตอบโจทย์นี้ด้วยโมเดลธุรกิจสุดล้ำ 

  • ขายห้องพร้อมผู้เช่า: นักลงทุนโอนปุ๊บ รับค่าเช่าทันที ไม่ต้องหาคนเช่าเอง 
  • Rent-to-Own: สำหรับฝั่งผู้เช่า LPN เปิดโอกาสให้เช่าอยู่ก่อน แล้วนำค่าเช่ามาเปลี่ยนเป็นส่วนลดได้หากต้องการซื้อในอนาคต
  • LPP ดูแลครบวงจร: มีมืออาชีพดูแลตั้งแต่ระบบวิศวกรรม ความปลอดภัย ยันแม่บ้าน ทำให้นักลงทุนไม่ต้องปวดหัวกับการดูแลตึกเอง

สถานการณ์อสังหาฯ 2569 ยุค "Generation Rent" ครองเมือง

ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าว สอดคล้องกับค่านิยมที่เปลี่ยนไปของคนไทยยุคใหม่ ที่การซื้อบ้านน้อยลง โดยคำตอบไม่ใช่แค่เรื่องไม่มีเงิน แต่เป็นเรื่องของ "ไลฟ์สไตล์" ด้วย

ข้อมูลจาก LWS บริษัทวิจัยในเครือ LPN ที่ชี้ชัดว่า ปัจจุบัน คน Gen Z และ Gen Y กว่า 66% เลือกที่จะ "เช่า" มากกว่าซื้อ ด้วย 3 เหตุผลหลัก 

  • Flexibility is King: คนรุ่นใหม่รักอิสระ เปลี่ยนที่ทำงานบ่อย ไม่อยากยึดติดกับทำเลเดียว การเช่าทำให้โยกย้ายง่ายกว่า
  • กลัวหนี้ระยะยาว: สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ทำให้การแบกหนี้ 30 ปีเป็นเรื่องน่ากังวล การเช่าจึงตอบโจทย์สภาพคล่องทางการเงินมากกว่า
  • เน้นลงทุนที่หลากหลาย: แทนที่จะเอาเงินก้อนไปลงกับบ้านอย่างเดียว พวกเขาเลือกกระจายความเสี่ยงไปใน หุ้น, กองทุน หรือคริปโตฯ

ด้านดีดีพร็อพเพอร์ตี้ เว็บไซต์สื่อกลางด้านอสังหาริมทรัพย์ เผยว่า สำหรับ 5 จังหวัดที่มีความต้องการเช่ามากที่สุดในรอบปี 2568 ได้แก่

  • อันดับ 1 กรุงเทพมหานคร
  • อันดัน 2 สมุทรปราการ
  • อันดับ 3 นนทบุรี
  • อันดับ 4 เชียงใหม่
  • อันดับ 5 ชลบุรี

ส่อง ทำเลทอง "ปล่อยเช่าง่าย รายได้นิ่ง" 

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดในโมเดลของ LPN คือโครงการ คือ ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต คลอง 1 ในพื้นที่ เฟส 3 (16 อาคาร) ซึ่งมีอัตราค่าเช่าอยู่ที่ 4,900-5,000 บาท/เดือน โดยมีกลุ่มผู้เช่าเป็น นักศึกษา /คนทำงาน ภายใต้การลงทุนของนักลงทุนเพียง 650,000 - 690,000 ต่อยูนิต 

หรือ กรณี EARN by LPN ใจกลางนิคมอมตะนคร ชลบุรี  

  • ราคาเริ่ม: 999,000 บาท (ผ่อนน้อยกว่าค่าเช่า!)
  • Target: คนทำงานในนิคมกว่า 800 บริษัท
  • Yield: ผลตอบแทนเฉลี่ย 7-9% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าเงินฝากธนาคารหลายเท่า

นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่นๆ อย่าง โครงการ ลุมพินี วิลล์ พระนั่งเกล้า-ริเวอร์วิว  และ ลุมพินี คอนโดทาวน์ เอกชัย 48 เป็นต้น 


อสังหาฯ ยุคใหม่ ไม่ต้องขายคนอยู่เสมอไป

สำหรับทิศทางของ LPN ในปี 2569 คือการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่ง

  1. คนอยากมีบ้าน : ได้บ้านคุณภาพพร้อมบริการหลังการขาย 
  2. นักลงทุน: ได้สินทรัพย์ที่สร้าง Cash Flow ทันที (Investor Program)
  3. คนรุ่นใหม่ : ได้ที่พักอาศัยยืดหยุ่น (Generation Rent)

ซึ่งเป็นก็เป็นเหตุผลที่ LPN เดินหน้าปรับโปรดักส์ ให้ครอบคลุมความต้องการของทุกกลุ่มลูกค้า ยกระดับ Brand Experience เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าตั้งแต่การสื่อสาร จนถึงการส่งมอบที่อยู่อาศัยคุณภาพควบคู่กับความเชี่ยวชาญในระบบบริหารจัดการโครงการครอบคลุมครบทุกด้านแบบ Integrated Property Services Ecosystem ของบริษัทในเครืออย่าง บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) 

ซึ่งมีความได้เปรียบในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการให้บริการหลังการขายมาตลอด ตั้งแต่ระบบวิศวกรรม การซ่อมแซมอาคาร ระบบรักษาความปลอดภัย และแม่บ้าน เป็นต้น จนได้รับการยอมรับจากลูกค้าในด้านคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดี ก่อให้เกิดเป็นความไว้วางใจต่อแบรนด์ LPN ในการเป็นธุรกิจอสังหาฯ ที่ครบวงจร ซึ่งต่อยอดเป็นรายได้ประจำของกลุ่มธุรกิจสะท้อนถึงการปรับตัวเชิงรุกขององค์กร

“ LPN จะเดินหน้าการขยายฐานลูกค้า และเร่งระบายสินค้าคงเหลือผ่านช่องทางการขายที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ตัวแทนขาย หรือการขายผ่านระบบ Investor Program ซึ่งเป็นการนำเสนอขายห้องชุดพร้อมผู้เช่า พร้อมให้ผลตอบแทนแก่นักลงทุนทันทีตั้งแต่วันโอนซึ่งตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้ลงทุนและผู้ที่มองหาการเช่าที่อยู่อาศัย ถือเป็นการสร้างความแตกต่างและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการแข่งขันสูง “ 

เจาะแผนการเปิดโครงการใหม่ในปี 2569 จำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวม 4,500 ล้านบาท ประกอบด้วย 

1) โครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม BAAN 365 เจษฎาราชพฤกษ์ มูลค่าโครงการกว่า 1,350 ล้านบาท 

2) โครงการคอนโดมิเนียม Low Rise บนทำเลถนนเพชรเกษม มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 2/2569 และโครงการคอนโดมิเนียม High Rise พัฒนาภายใต้แนวคิด “Well-being” บนทำเลย่านรามอินทรา มูลค่าโครงการกว่า 1,750 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 3/2569 

นอกจากนั้น ยังมีแผนการขยายเฟส 2 ของโครงการ วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา ในช่วง Q3/2569 หลังจาก Sold out ในเฟสแรกแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทั้งหมดอาจสะท้อนได้ว่า การปรับตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การระบายสต็อก แต่คือการอ่านเกมขาดว่า "กรรมสิทธิ์" อาจไม่ใช่คำตอบเดียวของที่อยู่อาศัยอีกต่อไป แต่ "คุณภาพชีวิตและการบริหารจัดการ" ต่างหากคือมูลค่าที่แท้จริงในระยะยาวอีกด้วย 

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ