
MINISO รีโพซิชันแบรนด์ในไทย เพิ่มสัดส่วน IP เป็น 70% ปั้นแฟลกชิปคอนเซปต์ใหม่ เร่งเครื่อง 3 ปี เปิด 100 สาขา ขยายฐานรายได้ระยะยาว
มิสเตอร์จุน หวัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MINISO Thailand กล่าวว่า MINISO ได้นำคาแรคเตอร์ยอดนิยมอย่าง YOYO, Gift Bear และ DUNDUN มาร่วมสร้างสีสันในอีเวนต์เฉลิมฉลองยาว 10 วัน เติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขให้กับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลสู่สยามสแควร์ในช่วงวันหยุดปลายปีที่ผ่านมา
โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ Christmas Promenade เส้นทางตกแต่งธีมคริสต์มาสความยาวกว่า 60 เมตร พร้อมจุดถ่ายภาพ 5 โซน ซึ่งเชื่อมพื้นที่ถนนคนเดินสยามสแควร์สู่ MINISO LAND พื้นที่ประสบการณ์ของแบรนด์ที่กลายเป็นจุดหมายหลักของกิจกรรมช่วงเทศกาล
ในช่วงเทศกาลปลายปี MINISO LAND ณ สยามสแควร์ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางกิจกรรมและประสบการณ์ของแบรนด์อย่างชัดเจน พื้นที่ร้านถูกออกแบบให้รองรับทั้งการจัดแสดงสินค้า กิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟ และการตกแต่งธีมเทศกาล เพื่อสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่มากกว่าการซื้อสินค้า
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ MINISO ที่มุ่ง ยกระดับคุณค่าแบรนด์ (Brand Value) และสร้างความแตกต่างในตลาด Lifestyle Retail ที่มีการแข่งขันสูง โดยผู้บริหาร MINISO ระบุว่า เป้าหมายหลักของแบรนด์ในประเทศไทย คือการพัฒนาแบรนด์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างแท้จริง สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ท่ามกลางการแข่งขันจากแบรนด์รีเทลไลฟ์สไตล์รายอื่น MINISO เลือกใช้กลยุทธ์ Character-driven Retail โดยเพิ่มสัดส่วนสินค้าลิขสิทธิ์ (IP) อย่างต่อเนื่อง จากเดิมประมาณ 30% เป็นมากกว่า 70% ในปัจจุบัน เพื่อสร้างเอกลักษณ์และความแตกต่างของสินค้า ขณะเดียวกันยังคงรักษาจุดแข็งด้าน Value for Money ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่าย เมื่อเทียบกับร้าน IP ทางการหรือร้านของสะสมระดับพรีเมียม
มิสเตอร์จุน หวัง กล่าวอีกว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยโครงสร้างประชากรวัยหนุ่มสาวที่เปิดรับแฟชั่น คาแรคเตอร์ลิขสิทธิ์ และประสบการณ์ใหม่ ๆ ทำให้ MINISO สามารถต่อยอดแนวคิดร้านเชิงประสบการณ์ อาทิ การออกแบบหน้าร้านด้วยเทคโนโลยี 3D แบบไม่ต้องใช้แว่น โซน IP Experience และบรรยากาศแบบสวนสนุกในเมือง เพื่อสร้างความแตกต่างและการจดจำแบรนด์
ตลอดปี 2025 MINISO เดินหน้าขยายเครือข่ายร้านค้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับรูปแบบร้านและแคมเปญการตลาด เริ่มตั้งแต่แฟลกชิปสโตร์ ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ไปจนถึงสาขาในทำเลศักยภาพทั่วกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่
ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังวางแผนการเติบโตในระยะ 3 ปีข้างหน้าอย่างรอบคอบ โดยตั้งเป้าขยายสาขาในประเทศไทยอย่างค่อยเป็นค่อยไป เน้น คุณภาพ ประสบการณ์ และภาพลักษณ์แบรนด์ มากกว่าปริมาณ พร้อมนำรูปแบบร้านและดีไซน์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลเข้ามาใช้มากขึ้น
สำหรับกลยุทธ์ช่องทางจำหน่าย MINISO ยังคงให้ความสำคัญกับ ประสบการณ์จริงที่หน้าร้าน เป็นหลัก ขณะที่ช่องทางออนไลน์และ O2O ทำหน้าที่เสริมการเข้าถึงผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 15–45 ปี ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของแบรนด์ในไทยอีกด้วย
CP AXTRA ตอกย้ำผู้นำค้าส่งค้าปลีกยั่งยืนไทย : บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP AXTRA ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโคร–โลตัส ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทย จากผลการดำเนินงานความด้านยั่งยืน ปี 2568 ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
โดยบริษัทฯ ได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ควบคู่กับ MSCI ESG Rating ระดับ A และคะแนน S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) 88/100 คะแนน สูงเป็น อันดับ 2 ของโลก ในกลุ่มอุตสาหกรรม Food & Staples Retailing สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนที่เห็นผลเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2569 : พลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย รับมอบผ้าห่มรักษ์โลกซึ่งผลิตจากขวดพลาสติกใช้แล้วในโครงการ Upcycling ทิ้งได้บุญ จำนวน 1,000 ผืน จากนางสาววราภรณ์ ลีกุลนิมิต ผู้อำนวยการสายงาน สายงานความยั่งยืนองค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
โดยนำไปมอบให้กับผู้ประสบภัยหนาว ในจังหวัดชัยภูมิ ภายใต้โครงการ หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2569 ครั้งที่ 24 ตอกย้ำพันธกิจของไทยประกันชีวิต ในฐานะองค์กรที่พร้อมดูแลเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ