ทำไมคนรวยถึงรักการวางแผนภาษี? ถอดบทเรียนจาก iTAX ถึงมนุษย์เงินเดือน

Business & Marketing

Executive Interviews

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ทำไมคนรวยถึงรักการวางแผนภาษี? ถอดบทเรียนจาก iTAX ถึงมนุษย์เงินเดือน

Date Time: 1 ม.ค. 2569 08:00 น.

Video

บุกโรงงานญี่ปุ่น ทัวร์ Glico ยักษ์ใหญ่อาหาร 3 แสนล้านเยน | BrandStory EP.27

Summary

ทำไมคนรายได้มาก ถึงไม่กลัวภาษี ขณะที่มนุษย์เงินเดือนกลับรู้สึกว่า “เสียไปเท่าไรก็ไม่พอ”? คำตอบไม่ใช่การเลี่ยงภาษี แต่คือการวางแผนให้ถูกจุด บทเรียนจาก iTAX เปลี่ยนภาษีให้เป็นกำไร รับปี 2569

Latest


1 มกราคม 2569 หลายคนอาจมองว่าวันนี้คือวันเริ่มต้นการเสียเงินให้กับรัฐ ผ่านดีเดย์การเปิดระบบให้คนไทยมีเงินได้ “ยื่นภาษี” แต่สำหรับเหล่านักธุรกิจและคนที่บริหารเงินเป็น นี่คือวันที่พวกเขาเริ่ม "มองหาผลกำไร" จากภาษีคืนกลับเข้ากระเป๋า จนเรามักสงสัยว่า…ทำไมคนที่รวยกว่า มีรายได้มากกว่า ถึงไม่ดูเดือดร้อนกับภาษี ?

คำตอบไม่ใช่เพราะเขาเลี่ยงภาษี แต่เพราะเขา "วางแผน" เป็นอย่างดี Thairath Money ชวนอ่านบทสัมภาษณ์พิเศษ ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ (อาจารย์มิก) ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายภาษีอากรและผู้ก่อตั้ง iTAX ที่จะชวนคนไทยเปิดมุมมองสำคัญ ว่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเรา จะใช้ "ภาษี" เป็นเครื่องมือสร้างความมั่งคั่งได้อย่างไร ในศักราชใหม่นี้

เปลี่ยน Mindset ภาษีคือ “เกมบริหารเงิน” ไม่ใช่แค่หน้าที่

คนส่วนใหญ่ยื่นภาษีเพราะ “ต้องทำ” แต่คนรวยยื่นภาษีเพราะ “รู้สิทธิ์” อาจารย์มิก ชี้ให้เห็นว่า ความลับของการมีเงินเหลือ คือการทำให้ภาษีเป็นเรื่องที่ "ขาวสะอาดและคุ้มค่าที่สุด"

“ คำว่า ยื่นภาษี กับ เสียภาษี 2 คำนี้ไม่เหมือนกันครับ” 

อาจารย์มิกเริ่มต้นด้วยการปรับความเข้าใจพื้นฐาน ว่าการยื่นภาษี คือการสำแดงรายการเพื่อให้รัฐรับรู้ แต่ไม่ได้แปลว่าต้องเสียเงินเสมอไป บางคนรายได้ถึงเกณฑ์ยื่นแต่ไม่ถึงเกณฑ์เสีย การยื่นจึงเป็นเรื่องของ “ศักดิ์ศรี” พลเมืองที่ทำถูกต้อง และเป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารความมั่งคั่งที่ยั่งยืน


อย่างไรก็ดี ความกลัวมักเกิดจากความไม่รู้ มนุษย์เงินเดือนและฟรีแลนซ์จำนวนมากมัก "หนี" การยื่นภาษีเพราะกลัวถูกตรวจสอบย้อนหลัง แต่อาจารย์มิกมองว่านี่คือความคิดที่อันตรายที่สุด และนำมาซึ่งการเสียโอกาสหลายๆอย่าง 

1. เงินคืนที่หายไป (The Hidden Profit) โดยเฉพาะกลุ่ม Freelance ที่มักถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 3% อาจารย์มิกอธิบายว่านั่นไม่ใช่ภาษีสุดท้าย แต่มันคือ "เงินมัดจำล่วงหน้า" 

สมมติคุณต้องจ่ายภาษีจริงแค่ 2,000 บาท แต่โดนหักล่วงหน้าไป 10,000 บาท เท่ากับคุณมีสิทธิ์ได้คืน 8,000 บาท เงินก้อนนี้เยอะมาก และสรรพากรจะไม่มีจดหมายมาเตือนว่า เงินเราเหลือ 8,000 มารับคืนได้ เพราะมันเป็นหน้าที่เราที่ต้องไปทวงคืนเอง 

2. บทลงโทษที่กัดกินความมั่งคั่ง หากคุณเลี่ยงภาษี สิ่งที่จะตามมาไม่ใช่แค่ภาษีที่ต้องจ่าย แต่คือ "เบี้ยปรับ" และ "เงินเพิ่ม"

  • เบี้ยปรับ: ถ้าไม่เคยยื่นเลยแล้วโดนจับได้ จะโดนปรับ 2 เท่าของเนื้อภาษี แต่ถ้าเคยยื่นไว้บ้างแม้จะไม่ครบ ค่าปรับจะเหลือเพียง 1 เท่า การยื่นจึงเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่สุด
  • เงินเพิ่ม: เปรียบเสมือนดอกเบี้ยจอดรถ ที่คิดในอัตรา 1.5% ต่อเดือน หรือ 18% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยธนาคารไหนๆ ในโลก

3. อายุความ 2 ปี กับ 10 ปี เลือกแบบไหน? ถ้าไม่ยื่นภาษีเลย อายุความจะยาวถึง 10 ปี แต่ถ้าคุณยอมเข้าระบบและยื่นแบบ อายุความจะหดสั้นลงเหลือเพียง 2 ปี (หรือ 5 ปีในกรณีมีเจตนาหลีกเลี่ยง) การเก็บเอกสารเพียงไม่กี่ปีแล้วจบเรื่อง จึงดีกว่าการอยู่อย่างหวาดระแวงไปเป็นทศวรรษ 

กลยุทธ์การคืนกำไร เค้นค่าลดหย่อนปี 2569 ให้ถึงหยดสุดท้าย

อาจารย์มิกแนะนำให้จับตาดู 3 จุดสำคัญที่รัฐบาลใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในแต่ละปี ซึ่งนี่คือโอกาสทองในการเปลี่ยนรายจ่ายให้เป็นแต้มต่อทางภาษี 

ตัวอย่าง 

1. Smart Travel (เที่ยวดีมีคืน): จังหวัดรอง กลายเป็นโอกาส เพื่อใช้ในการวางแผนพักผ่อนให้ฉลาด (ปีภาษี 2568)

  • Double Bonus: การไปจังหวัดรองรัฐให้สิทธิ์ลดหย่อน 1.5 เท่า (จ่าย 1,000 หักได้ 1,500)
  • Digital Advantage: เน้นขอ e-Tax Invoice เพื่อรับสิทธิ์ลดหย่อนสูงสุด 20,000 บาท หากใช้ใบกำกับแบบกระดาษ สิทธิ์จะถูกหั่นครึ่งเหลือเพียง 10,000 บาททันที

2. Investment in Art (ทัศนศิลป์): เมื่อความสุนทรีย์ลดภาษีได้ 1 แสน ถึงปีภาษี 2570 

นี่คือมาตรการที่ส่งต่อมาจากนโยบาย Soft Power สามารถซื้อภาพวาด งานปั้น หรือศิลปะทัศนศิลป์จากศิลปินแห่งชาติ หรือศิลปินที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงวัฒนธรรม โดยลดหย่อนได้ตามจริงสูงสุดถึง 100,000 บาท

"หลายคนกังวลเรื่องการฟอกเงินผ่านงานศิลปะ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีอยู่จริงในตลาด แต่ในมุมของผู้เสียภาษีที่ซื้องานถูกต้องตามกฎหมาย นี่คือการเปลี่ยนเงินออมให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มพร้อมๆ กับการลดหย่อนภาษี"

3. e-Donation: "ทำบุญยุคใหม่ต้องไร้กระดาษ"

ตั้งแต่ปี 2569 การบริจาคให้วัดต้องผ่านระบบ e-Donation (QR Code) เท่านั้น เพื่อปิดช่องโหว่การกรอกตัวเลขเกินจริงในใบอนุโมทนา

  • สายบุญ 1 เท่า: องค์กรการกุศลทั่วไป
  • สายบุญ 2 เท่า: โรงพยาบาลรัฐ หรือสถานศึกษา (จ่าย 1,000 ลดหย่อนได้ 2,000) ข้อมูลจะเด้งเข้าสู่ระบบ My Tax Account ทันทีโดยไม่ต้องเก็บกระดาษให้หาย


3 สเต็ป วางแผนภาษีแบบ “มือโปร” เริ่มได้ทันทีวันนี้

ทั้งนี้ หากเราอยากให้ปี 2569 เป็นปีที่การเงินสตรอง อาจารย์มิกสรุปสูตรสำเร็จไว้ดังนี้ 

  • Step 1: คำนวณให้เป็น (Know Your Net) รู้พิกัดรายได้และ "เงินได้สุทธิ" ของตัวเอง เครื่องมืออย่าง Excel หรือแอป iTAX จะช่วยให้คุณเห็นภาพว่าปัจจุบันคุณอยู่ในอัตราภาษีกี่เปอร์เซ็นต์ (5% จนถึง 35%) ยิ่งฐานภาษีสูง สิทธิลดหย่อนยิ่งมีค่ามากขึ้น
  • Step 2: เค้นสิทธิ์ที่ซ่อนอยู่ อย่ามองข้ามเรื่องพื้นฐาน เช่น ดอกเบี้ยบ้าน, ประกันสังคม, หรือค่าอุปการะพ่อแม่ รวมถึง "เครดิตภาษีเงินปันผล" จากหุ้นที่หลายคนทิ้งเงินก้อนนี้ไปอย่างน่าเสียดาย
  • Step 3: ปิดดีลก่อนเส้นตาย อาจารย์มิกเล่าว่า เคยเจอเคสที่อยากซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีวันที่ 31 ธันวาคม แต่ธนาคารปิด หรือแอปตัดยอดไปแล้ว จึงอยากเตือนเรื่องวันทำการสุดท้าย (มักเป็นวันที่ 30 ธ.ค. ช่วงบ่าย) การวางแผนดีแต่ลงมือช้าเท่ากับศูนย์

บทสรุป ภาษีคือ "ถังข้อมูล" ที่จะเปลี่ยนสวัสดิการประเทศ

ในบทสัมภาษณ์ อาจารย์มิกทิ้งท้ายด้วยบทเรียนที่น่าสนใจจากต่างประเทศ ในขณะที่คนไทยมัก "หนีภาษี" แต่คนอเมริกันยื่นภาษีเกือบทุกคน ผลลัพธ์คือเมื่อเกิดวิกฤตอย่างโควิด-19 รัฐบาลอเมริกา (ผ่านหน่วยงาน IRS) สามารถส่งเช็คเงินช่วยเหลือตรงถึงบ้านประชาชนได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

“บ้านเราเป็นประเทศแห่งการลงทะเบียน เพราะรัฐไม่มีข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน การที่คุณเข้าระบบภาษีอย่างถูกต้อง ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่มันคือการยืนยันตัวตนและความมั่งคั่ง เพื่อให้ในอนาคต รัฐสามารถส่งสวัสดิการ ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยผู้สูงอายุ หรือเงินช่วยเหลือเยียวยา เข้าถึงมือคุณได้โดยตรงผ่านระบบพร้อมเพย์ที่เชื่อมกับฐานข้อมูลภาษี”

เริ่มศักราชใหม่ 1 มกราคม 2569 นี้ ลองถามตัวเองดูว่า คุณจะปล่อยให้เงินในกระเป๋าไหลออกไปเฉยๆ หรือจะเริ่มวางแผนเพื่อ "คืนกำไร" ให้กับตัวเอง และสร้างความมั่นคงให้สวัสดิการชีวิตตั้งแต่วันนี้?



อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ