
ทำไมคนรายได้มาก ถึงไม่กลัวภาษี ขณะที่มนุษย์เงินเดือนกลับรู้สึกว่า “เสียไปเท่าไรก็ไม่พอ”? คำตอบไม่ใช่การเลี่ยงภาษี แต่คือการวางแผนให้ถูกจุด บทเรียนจาก iTAX เปลี่ยนภาษีให้เป็นกำไร รับปี 2569
1 มกราคม 2569 หลายคนอาจมองว่าวันนี้คือวันเริ่มต้นการเสียเงินให้กับรัฐ ผ่านดีเดย์การเปิดระบบให้คนไทยมีเงินได้ “ยื่นภาษี” แต่สำหรับเหล่านักธุรกิจและคนที่บริหารเงินเป็น นี่คือวันที่พวกเขาเริ่ม "มองหาผลกำไร" จากภาษีคืนกลับเข้ากระเป๋า จนเรามักสงสัยว่า…ทำไมคนที่รวยกว่า มีรายได้มากกว่า ถึงไม่ดูเดือดร้อนกับภาษี ?
คำตอบไม่ใช่เพราะเขาเลี่ยงภาษี แต่เพราะเขา "วางแผน" เป็นอย่างดี Thairath Money ชวนอ่านบทสัมภาษณ์พิเศษ ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ (อาจารย์มิก) ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายภาษีอากรและผู้ก่อตั้ง iTAX ที่จะชวนคนไทยเปิดมุมมองสำคัญ ว่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเรา จะใช้ "ภาษี" เป็นเครื่องมือสร้างความมั่งคั่งได้อย่างไร ในศักราชใหม่นี้
คนส่วนใหญ่ยื่นภาษีเพราะ “ต้องทำ” แต่คนรวยยื่นภาษีเพราะ “รู้สิทธิ์” อาจารย์มิก ชี้ให้เห็นว่า ความลับของการมีเงินเหลือ คือการทำให้ภาษีเป็นเรื่องที่ "ขาวสะอาดและคุ้มค่าที่สุด"
“ คำว่า ยื่นภาษี กับ เสียภาษี 2 คำนี้ไม่เหมือนกันครับ”
อาจารย์มิกเริ่มต้นด้วยการปรับความเข้าใจพื้นฐาน ว่าการยื่นภาษี คือการสำแดงรายการเพื่อให้รัฐรับรู้ แต่ไม่ได้แปลว่าต้องเสียเงินเสมอไป บางคนรายได้ถึงเกณฑ์ยื่นแต่ไม่ถึงเกณฑ์เสีย การยื่นจึงเป็นเรื่องของ “ศักดิ์ศรี” พลเมืองที่ทำถูกต้อง และเป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารความมั่งคั่งที่ยั่งยืน
อย่างไรก็ดี ความกลัวมักเกิดจากความไม่รู้ มนุษย์เงินเดือนและฟรีแลนซ์จำนวนมากมัก "หนี" การยื่นภาษีเพราะกลัวถูกตรวจสอบย้อนหลัง แต่อาจารย์มิกมองว่านี่คือความคิดที่อันตรายที่สุด และนำมาซึ่งการเสียโอกาสหลายๆอย่าง
1. เงินคืนที่หายไป (The Hidden Profit) โดยเฉพาะกลุ่ม Freelance ที่มักถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 3% อาจารย์มิกอธิบายว่านั่นไม่ใช่ภาษีสุดท้าย แต่มันคือ "เงินมัดจำล่วงหน้า"
สมมติคุณต้องจ่ายภาษีจริงแค่ 2,000 บาท แต่โดนหักล่วงหน้าไป 10,000 บาท เท่ากับคุณมีสิทธิ์ได้คืน 8,000 บาท เงินก้อนนี้เยอะมาก และสรรพากรจะไม่มีจดหมายมาเตือนว่า เงินเราเหลือ 8,000 มารับคืนได้ เพราะมันเป็นหน้าที่เราที่ต้องไปทวงคืนเอง
2. บทลงโทษที่กัดกินความมั่งคั่ง หากคุณเลี่ยงภาษี สิ่งที่จะตามมาไม่ใช่แค่ภาษีที่ต้องจ่าย แต่คือ "เบี้ยปรับ" และ "เงินเพิ่ม"
3. อายุความ 2 ปี กับ 10 ปี เลือกแบบไหน? ถ้าไม่ยื่นภาษีเลย อายุความจะยาวถึง 10 ปี แต่ถ้าคุณยอมเข้าระบบและยื่นแบบ อายุความจะหดสั้นลงเหลือเพียง 2 ปี (หรือ 5 ปีในกรณีมีเจตนาหลีกเลี่ยง) การเก็บเอกสารเพียงไม่กี่ปีแล้วจบเรื่อง จึงดีกว่าการอยู่อย่างหวาดระแวงไปเป็นทศวรรษ
อาจารย์มิกแนะนำให้จับตาดู 3 จุดสำคัญที่รัฐบาลใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในแต่ละปี ซึ่งนี่คือโอกาสทองในการเปลี่ยนรายจ่ายให้เป็นแต้มต่อทางภาษี
ตัวอย่าง
1. Smart Travel (เที่ยวดีมีคืน): จังหวัดรอง กลายเป็นโอกาส เพื่อใช้ในการวางแผนพักผ่อนให้ฉลาด (ปีภาษี 2568)
2. Investment in Art (ทัศนศิลป์): เมื่อความสุนทรีย์ลดภาษีได้ 1 แสน ถึงปีภาษี 2570
นี่คือมาตรการที่ส่งต่อมาจากนโยบาย Soft Power สามารถซื้อภาพวาด งานปั้น หรือศิลปะทัศนศิลป์จากศิลปินแห่งชาติ หรือศิลปินที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงวัฒนธรรม โดยลดหย่อนได้ตามจริงสูงสุดถึง 100,000 บาท
"หลายคนกังวลเรื่องการฟอกเงินผ่านงานศิลปะ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีอยู่จริงในตลาด แต่ในมุมของผู้เสียภาษีที่ซื้องานถูกต้องตามกฎหมาย นี่คือการเปลี่ยนเงินออมให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มพร้อมๆ กับการลดหย่อนภาษี"
3. e-Donation: "ทำบุญยุคใหม่ต้องไร้กระดาษ"
ตั้งแต่ปี 2569 การบริจาคให้วัดต้องผ่านระบบ e-Donation (QR Code) เท่านั้น เพื่อปิดช่องโหว่การกรอกตัวเลขเกินจริงในใบอนุโมทนา
ทั้งนี้ หากเราอยากให้ปี 2569 เป็นปีที่การเงินสตรอง อาจารย์มิกสรุปสูตรสำเร็จไว้ดังนี้
ในบทสัมภาษณ์ อาจารย์มิกทิ้งท้ายด้วยบทเรียนที่น่าสนใจจากต่างประเทศ ในขณะที่คนไทยมัก "หนีภาษี" แต่คนอเมริกันยื่นภาษีเกือบทุกคน ผลลัพธ์คือเมื่อเกิดวิกฤตอย่างโควิด-19 รัฐบาลอเมริกา (ผ่านหน่วยงาน IRS) สามารถส่งเช็คเงินช่วยเหลือตรงถึงบ้านประชาชนได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่
“บ้านเราเป็นประเทศแห่งการลงทะเบียน เพราะรัฐไม่มีข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน การที่คุณเข้าระบบภาษีอย่างถูกต้อง ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่มันคือการยืนยันตัวตนและความมั่งคั่ง เพื่อให้ในอนาคต รัฐสามารถส่งสวัสดิการ ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยผู้สูงอายุ หรือเงินช่วยเหลือเยียวยา เข้าถึงมือคุณได้โดยตรงผ่านระบบพร้อมเพย์ที่เชื่อมกับฐานข้อมูลภาษี”
เริ่มศักราชใหม่ 1 มกราคม 2569 นี้ ลองถามตัวเองดูว่า คุณจะปล่อยให้เงินในกระเป๋าไหลออกไปเฉยๆ หรือจะเริ่มวางแผนเพื่อ "คืนกำไร" ให้กับตัวเอง และสร้างความมั่นคงให้สวัสดิการชีวิตตั้งแต่วันนี้?
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney