
“Kalshi” กำลังขึ้นแท่นเป็นธุรกิจที่น่าจับตา ด้วยรูปแบบที่เป็นแพลตฟอร์ม ตลาดคาดการณ์อนาคต หรือ Prediction Market ทำงานบนบล็อกเชน เปิดพื้นที่ให้ผู้คนเข้าไปลงทุน วางเดิมพัน ซื้อขาย ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี กีฬา ไปจนถึงประเด็นระดับโลกอย่างนโยบายรัฐหรือทิศทางตลาดการเงินที่คาดว่าจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ในอนาคต
โมเดลธุรกิจนี้กำลังร้อนแรงในตลาดทั่วโลก ท่ามกลางการแข่งขันที่มีแค่เพียง 2 เจ้าใหญ่ ส่งผลให้ Kalshi ธุรกิจสตาร์ทอัพก่อตั้งโดยศิษย์จาก MIT สองคน ที่ใช้เวลาเพียงแค่ 6 ปีก็ทำให้บริษัทมีมูลค่าทะลุ 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหนึ่งในผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือ “Luana Lopes Lara” ผู้ร่วมก่อตั้ง Kalshi ที่ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีหญิงสร้างตัวที่อายุน้อยที่สุดในโลก แทนที่ Lucy Guo (ที่เคยคว้าตำแหน่งนี้จาก Taylor Swift มาก่อนหน้านั้น) ด้วยความมั่งคั่งกว่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลของ Forbes
เส้นทางของ Luana Lopes Lara เริ่มต้นในครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรู้ ความทะเยอทะยาน จากนักบัลเลต์ที่ต้องซ้อมหนัก สู่อีกบทบาทของการเป็นนักเทคโนโลยี นักพัฒนา และผู้บริหาร บทความนี้ Thairath Money คอลัมน์ How to Make Money จะพาไปทำความรู้จักกับมหาเศรษฐีหน้าใหม่คนนี้ ผู้ที่เข้ามาเปลี่ยนโลกการเงิน วางฐานใหม่ให้กับโลกทุนนิยม ที่กำลังมองว่าทุกสิ่งอย่างแปลงเป็นเงินเป็นทองได้
ก่อนที่ Luana Lopes Lara จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในคนสำคัญของวงการเทค เธอเกิดและเติบโตในประเทศบราซิล ก่อนที่เธอจะเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อเดินตามฝันในฐานะนักพัฒนาและนักธุรกิจ เธอเล่าผ่าน Forbes ว่า ช่วงชีวิตที่เธอคิดว่ายากลำบากที่สุดในชีวิตคือตอนมัธยมปลาย ที่ทั้งต้องเรียนและซ้อมบัลเลต์ไปพร้อมกัน
ช่วงมัธยมปลายตอนที่ยังอาศัยอยู่ในบราซิล Luana Lopes Lara ต้องตื่นเช้าขึ้นมาเพื่อไปเรียนวิชาการตามปกติแบบเด็กม.ปลายทั่วไป กระทั่งถึงเที่ยง หลังจากนั้น 13:00 น. ไปจนถึง 21:00 น. ต้องไปเรียนและฝึกซ้อมบัลเลต์ต่อ ด้วยเส้นทางตอนนั้นเธออยากเป็นนักบัลเลต์มืออาชีพ
แต่การแข่งขันในสังคมบัลเลต์ค่อนข้างดุเดือด เธอเล่าว่า ใน Bolshoi Theater School สถาบันฝึกสอนที่สืบทอดเทคนิคอันโด่งดังจากโรงละครบอลชอยในรัสเซียมา ครูสอนเต้นของเธอใช้ไฟจี้ใต้ขาเพื่อให้เธอยืนทรงตัวขาเดียวได้สวยงาม อีกทั้งยังมีเรื่องของนักบัลเลต์คนอื่นที่ต้องการมีที่ยืนแถวหน้า ก็จะมีการกลั่นแกล้งอย่าง แอบใส่เศษแก้วในรองเท้าบัลเลต์ของคู่แข่ง เพื่อตัดกำลังคู่แข่ง
ท้ายที่สุดแล้ว Luana Lopes Lara สามารถพาตัวเองไปเป็นนักบัลเลต์ได้สำเร็จ ได้เดินทางไปเวียนนา ประเทศออสเตรีย แต่กลับขึ้นโชว์อยู่ได้เพียง 9 เดือนเธอก็ตัดสินใจแขวนรองเท้า และไม่หวนกลับไปสู่เวทีแสดงอีกเลย
ด้วยความรู้ ความฉลาด และความสามารถที่เธอพยายามสะสมมาตลอดตั้งแต่เรียนอยู่ที่บราซิล เธอรับอิทธิพลความเก่งมาจากคุณแม่ที่เป็นคุณครูคณิตศาสตร์ และคุณพ่อที่เป็นวิศวกรไฟฟ้า ทำให้ตอนวันเรียนทุกวันหลังฝึกซ้อมบัลเลต์ เธอจะใช้เวลาช่วงกลางคืนศึกษาบทเรียนต่อ จนได้รับรางวัลทางวิชาการมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเหรียญทอง Brazilian Astronomy Olympiad การแข่งขันฟิสิกส์ดาราศาสตร์ระดับชาติของบราซิล เหรียญทองแดง Santa Catarina Mathematics Olympiad การแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับนานาชาติอีกด้วย
เธอมีความฝันชัดเจนตั้งแต่ก่อนที่จะเดินออกจากวงการการแสดง นั่นคือ เธออยากจะเป็น “Steve Jobs คนต่อไป” Luana Lopes Lara ตัดสินใจเข้าศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกาที่ Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ และที่นี่เองที่ทำให้อนาคตของเธอเปลี่ยนไป ทำให้เธอได้เดินตามทางสายเทคโนโลยีแบบที่ใฝ่ฝัน
ในระหว่างที่กำลังศึกษาใน MIT นั้น เธอได้พบกับ Tarek Mansour เพื่อนร่วมชั้นเรียนจากเลบานอน ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนสนิทกันเนื่องจากเป็นนักเรียนต่างชาติในแวดวงเดียวกัน เข้าคลาสเรียนเดียวกัน และยังได้ไปฝึกงานที่เดียวกันอีกด้วย
ก่อนที่จะมาร่วมก่อตั้ง Kalshi ทาง Luana Lopes Lara เคยฝึกงานระหว่างเรียนที่ Bridgewater บริษัทจัดการกองทุนของ Ray Dalio และ Citadel กองทุนเฮดจ์ฟันด์ขนาดใหญ่ ขณะที่ Tarek Mansour ก็ฝึกงานในด้านการเงินเช่นกัน คือที่ Goldman Sachs ก่อนที่ทั้งสองจะได้มาฝึกงานร่วมกันที่ Five Rings Capital ในนิวยอร์กซิตี้ตอนปี 2018
จากประสบการณ์ในโลกการเงิน ทั้งคู่เห็นช่องว่างของตลาดเหมือนกันว่า การซื้อขายส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการที่ผู้คนมีมุมมองบางอย่างต่ออนาคต แล้วพยายามหาวิธีนำมุมมองนั้นเข้าไปสะท้อนในตลาด โดยเทรดเดอร์มักจะนำปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็น ผลการเลือกตั้ง หรือ ความเป็นไปได้ของภัยพิบัติทางธรรมชาติ เข้ามาพิจารณาในการตัดสินใจลงทุนเสมอ
ในระหว่างเดินทางกลับที่พัก ทั้งสองได้คุยกันว่า มันควรมีวิธีที่เปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถซื้อขายบน “ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์” ได้โดยตรง แทนที่จะต้องอ้อมไปผ่านตลาดการเงินแบบดั้งเดิมที่ทั้งซับซ้อน และมีราคาสูงมาก ทั้งหมดนี้เลยเป็นแรงบันดาลใจให้ก่อตั้ง “Kalshi” ขึ้นมาในปี 2018 ด้วยแนวคิดสร้างตลาดแลกเปลี่ยนที่เปิดให้ผู้คนซื้อขายบนเหตุการณ์ได้โดยตรง
ในปีนั้น Luana Lopes Lara และ Tarek Mansour ได้ยื่นข้อเสนอสมัครเข้าร่วมโปรแกรมของ บ่มเพาะสตาร์ทอัพ Y Combinator และได้รับการตอบรับในปี 2019 ด้วยเงินลงทุนรอบแรกที่ 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้ได้เปิดใช้งานแพลตฟอร์มจริงและวางโมเดลธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม สถานะตามกฎหมายในตอนนั้นของ Prediction Market ยังไม่ชัดเจน ทำให้ในช่วงแรกบริษัทจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลางเพื่อดำเนินธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย ทั้งสองจึงต้องติดต่อสำนักงานกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งเธอระบุว่าได้เข้าไปติดต่อมากกว่า 40 แห่ง แต่ไม่มีที่ใดยอมช่วยเหลือ เพราะถูกมองว่าผู้ก่อตั้งยังอายุน้อยเกินไป และบริษัทก็ยังเล็กเกินไป
หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย เป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้วที่ Kalshi ยังไม่มีสินค้าออกสู่ตลาด ไม่มีการเปิดตัวอะไรเลย และหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปมีโอกาสสูงมากที่บริษัทจะไม่สามารถเดินต่อได้และจะถูกหั่นมูลค่าเป็นศูนย์ แถมยังเป็นช่วงการระบาดหนักของโควิด-19 ทำให้ผู้ก่อตั้งทั้งสองต้องแยกกันทำงานจากบ้านของตัวเองในอังกฤษ และเลบานอน
และแล้วโชคก็มา เมื่อ Jeff Bandman ทนายความและอดีตเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสหรัฐฯ (Commodity Futures Trading Commission หรือ CFTC) ตกลงที่จะเข้ามาช่วยยื่นขออนุมัติกับรัฐบาลกลางให้ พร้อมกับเป็นผู้รับมือกับหน่วยงานกำกับดูแลเมื่อมีการคัดค้านหรือทักท้วง
ในที่สุด เดือนพฤศจิกายน ปี 2020 Kalshi ก็ได้รับการอนุมัติจาก CFTC ให้ดำเนินการในฐานะตลาดสัญญาที่ได้รับการแต่งตั้ง (Designated Contract Market หรือ DCM) ซึ่งจัดให้ตลาดคาดการณ์อนาคตของบริษัทอยู่ในหมวดของอนุพันธ์ประเภทหนึ่งที่เรียกว่า สัญญาเหตุการณ์ (Event Contracts)
หลังจากนั้นเป็นต้นมา Kalshi ก็ขึ้นแท่นเป็นความสำเร็จแรก ๆ ของตลาดในฐานะ Prediction Market บริษัทได้รับเงินทุนจากผู้สนับสนุนรายใหญ่ ๆ ทั้ง Sequoia Capital, Andreessen Horowitz และ Paradigm ทำให้ Luana Lopes Lara ผู้ร่วมก่อตั้งในวัย 29 ปีกลายเป็นเศรษฐีหญิงสร้างตัวที่อายุน้อยที่สุดในโลก หลังจากที่ในปี 2025 ทาง Kalshi ได้ระดมทุนครั้งใหญ่ได้ไปกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้บริษัทมีมูลค่ามากถึง 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Kalshi เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตลาดคาดการณ์อนาคต โดยจะเปิดให้ผู้ใช้งานแต่ละคนใช้ข้อมูล ข่าว ความรู้ และมุมมองของตัวเองมาตีเป็นราคาจากโอกาสของเหตุการณ์นั้น ๆ ผ่านการซื้อ-ขายหรือเก็งกำไรในรูปแบบของ “ใช่ (YES)” และ “ไม่ใช่ (NO)” โดยราคาที่ซื้อขายกันอยู่จะสะท้อนว่า ตลาดมองว่าเหตุการณ์นั้นมีโอกาสเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง: รู้จัก Polymarket - Kalshi ธุรกิจ “ขายความน่าจะเป็น” Prediction Market ตลาดที่เปลี่ยนข่าวเป็นเงิน
โดยเฉพาะในช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปลายปี 2024 ที่ผ่านมา ที่เปิดให้มีการซื้อขายผ่านผลการเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่าง Donald Trump และ Kamala Harris ตั้งแต่ตอนนั้น ทำให้มูลค่าของ Kalshi ทะยานขึ้นเรื่อย ๆ จาก 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สู่หมื่นล้านในระยะเวลาไม่กี่เดือน ตามรายงานของ Forbes ระบุว่า มูลค่าบริษัท Kalshi พุ่งขึ้นกว่า 5 เท่าในเวลาเพียง 6 เดือน
และนั่นก็ทำให้ผู้ร่วมก่อตั้งทั้งสองที่ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่คนละราว 12% มีความมั่งคั่งทะลุ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐทันทีในช่วงปลายปี 2025 หลังจากเข้าร่วมกลุ่ม Forbes 30 Under 30 มาแล้วตั้งแต่ 2020
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney