
“นี่คือสิ่งที่แม่นยำที่สุดที่มนุษยชาติเคยมีมา” ซีอีโอของ Polymarket แพลตฟอร์มตลาดคาดการณ์อนาคต (Prediction Market) กล่าวในระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CBS News
ที่ผ่านมา แพลตฟอร์มอย่าง Polymarket นำเสนอมาตลอดว่า ตัวเองคือเครื่องมือที่จะช่วยสร้างข้อมูลเชิงลึกให้กับสังคมได้ ขณะที่ Kalshi แพลตฟอร์มลักษณะคล้ายกันมองว่าในอนาคตอันใกล้นี้ “ทุกสิ่งทุกอย่างจะเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ได้” แม้แต่ข้อมูลที่เรายังไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นจริงไหม
อย่างล่าสุด เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากที่นิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาโดนควบคุมตัวไปยังสหรัฐอเมริกา และแค่การประกาศข่าวออกมาว่าถูกควบคุมตัว ก็ทำให้ผู้ใช้งานรายหนึ่งบน Polymarket ที่ลงเดิมพันไว้ว่ามาดูโรจะถูกจับก็สามารถทำเงินไปได้กว่า 436,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 13,586,850 บาท จากการลงเดิมพัน 32,537 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1 ล้านบาท
แพลตฟอร์มอย่าง Polymarket และ Kalshi ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งช่วงหลังโควิด-19 โดยเฉพาะในช่วงเลือกตั้งที่คนต่างไปคาดเดากันว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ จนกลายเป็นตลาดที่ถูกมองว่ามีความสามารถระดับหน่วยข่าวกรองที่แม่นยำ รู้ทุกเรื่องตั้งแต่การแย่งชิงอำนาจในองค์กร ไปจนถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างการโค่นอำนาจนิโกลัส มาดูโร
บทความนี้ Thairath Money จะพาไปทำความรู้จัก Prediction Market หรือ ตลาดคาดการณ์อนาคต ของโลกเศรษฐกิจยุคใหม่ เครื่องมือทางการเงินแบบใหม่ที่ยังคงถูกตั้งคำถาม ทั้งในเรื่องการเข้าถึงข้อมูล ความถูกต้อง โปร่งใส และการกำกับดูแล ตลอดจนการเป็นเครื่องมือที่จะสร้างระบบทุนนิยมขึ้นมาใหม่
การทำงานของตลาด Prediction Market นี้ก็ตรงตัวตามชื่อ คือ การทำนายหรือคาดการณ์อนาคตที่จะเกิดขึ้น โดยมี 2 แพลตฟอร์มหลักที่เป็นทั้งผู้ริเริ่มและเจ้าใหญ่ให้บริการเป็นตลาดคาดการณ์อนาคตอยู่ นั่นคือ Polymarket และ Kalshi ซึ่งทั้งคู่เป็นแพลตฟอร์มที่จะเปิดให้ผู้คนเข้ามาซื้อขายความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ยังไม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี กีฬา ไปจนถึงประเด็นระดับโลกอย่างนโยบายรัฐหรือทิศทางตลาดการเงิน
Polymarket เคลมว่าตัวเองเป็นแพลตฟอร์มตลาดคาดการณ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยหลักการทำงานของ Polymarket คือการให้ผู้ใช้งานแต่ละคนใช้ข้อมูล ข่าว ความรู้ และมุมมองของตัวเองมาตีเป็นราคาจากโอกาสของเหตุการณ์นั้น ๆ ผ่านการซื้อ-ขายหรือเก็งกำไรในรูปแบบของ “ใช่ (YES)” และ “ไม่ใช่ (NO)” โดยราคาที่ซื้อขายกันอยู่จะสะท้อนว่า ตลาดมองว่าเหตุการณ์นั้นมีโอกาสเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน
“ความคลั่งไคล้ในการพนันเป็นรากฐานของระบบนี้” ทาง Shayne Coplan ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Polymarket ระบุว่า ไม่ใช่พิษภัย แต่คือสูตรลับที่แพลตฟอร์มกำลังนำมาใช้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างกลไกข้อมูลแบบใหม่ให้เศรษฐกิจยุคใหม่
ความน่าสนใจของ Polymarket และ Kalshi คือ ราคาในตลาดไม่ได้ถูกกำหนดโดยแพลตฟอร์มหรือเจ้ามือ (แบบระบบพนัน) แต่เกิดจากอุปสงค์และอุปทานของผู้ใช้งานจริงคล้ายตลาดหุ้น เมื่อมีข้อมูลใหม่ ข่าวใหม่ หรือมุมมองใหม่จากผู้เชี่ยวชาญเข้ามา ราคาก็จะปรับตัวทันที ทำให้ตัวเลขที่เห็นไม่ใช่แค่ “ราคาพนัน” แต่เป็นความน่าจะเป็นแบบเรียลไทม์ ซึ่งงานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า ตลาดคาดการณ์ลักษณะนี้มักให้ผลแม่นยำกว่าการคาดเดาของกูรูหรือผลโพลทั่วไป
ในมุมของผู้ใช้งาน Polymarket และ Kalshi ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เสี่ยงโชค แต่เป็นตลาดที่เปิดโอกาสให้ความรู้กลายเป็นผลตอบแทนทางการเงิน ผู้ที่เชื่อว่าตัวเองประเมินสถานการณ์ได้ดีกว่าตลาด สามารถเข้ามาซื้อหรือขายเพื่อทำกำไรได้ ขณะเดียวกัน ตลาดก็ทำหน้าที่รวบรวมความเห็นจากคนจำนวนมากจนกลั่นออกมาเป็นตัวเลขเดียวที่สะท้อนมุมมองร่วมของสังคม จึงเป็นเหตุผลที่ผู้ก่อตั้งบางรายถึงกับมองว่า Polymarket อาจกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่แม่นยำที่สุดในการมองอนาคตของโลกใบนี้
ทั้งสองแพลตฟอร์มนี้สร้างบนเทคโนโลยีบล็อกเชน Polymarket อยู่บน Polygon ส่วน Kalshi อยู่บน Solana ใช้งานผ่านคริปโตเคอร์เรนซีได้เช่นกัน แต่ทั้งสองแพลตฟอร์มนี้ก็ยังคงมีความแตกต่างกันอยู่ คือ สถานะตามกฎหมาย Kalshi ได้รับการกำกับดูแลโดยตรงจาก CFTC หรือหน่วยงานกำกับตลาดอนุพันธ์ของสหรัฐฯ ทำให้ถูกมองว่าเป็นตลาดการเงินที่ถูกกฎหมายเต็มรูปแบบ ขณะที่ Polymarket ไม่ได้รับอนุญาตให้ให้บริการผู้ใช้ในสหรัฐฯ และเคยถูกหน่วยงานกำกับดูแลสั่งปรับในอดีต
ตลอดปี 2025 ที่ผ่านมาทั้ง Polymarket และ Kalshi ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มีมูลค่าบริษัททะลุ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จนทำให้ Luana Lara Lopes ผู้ร่วมก่อตั้ง Kalshi ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีหญิงที่อายุน้อยที่สุดในโลกแทนที่ Lucy Guo ด้วยวัยเพียง 29 ปี
นักลงทุนอธิบายความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นบนตลาดคาดการณ์อนาคตนี้ว่า วิสัยทัศน์ของตลาดนี้มีบทบาททางสังคม เปิดโอกาสให้คนทั่วไปป้องกันความเสี่ยงจากแรงกระแทกทางการเมือง เศรษฐกิจ และองค์กรธุรกิจที่กำหนดชีวิตสมัยใหม่
แต่แล้วเหตุการณ์ที่ทำกำไรได้มากว่า 400,000 ดอลลาร์สหรัฐที่เกิดขึ้นจากการเดิมพันเรื่องประธานาธิบดีมาดูโร ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่า นี่อาจจะเป็น Insider Trading ที่อาจกลายเป็นปัญหาทางการเมืองจริง ๆ ขณะเดียวกัน ระบบคัดกรองผู้ไม่หวังดีบนระบบก็ยังแทบจะไม่มี ทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างผู้เล่นบางรายเดิมพันกับไฟป่า ภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ที่มนุษย์อาจมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ได้
หน่วยงานในสหรัฐอเมริกาได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในการจัดการกำกับดูแลมากขึ้น โดยในหลายรัฐเริ่มมีการฟ้องร้อง และมองว่าตลาดพยากรณ์คือ “การพนัน” แม้บางรายจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังมีคนจากครอบครัวโดนัลด์ ทรัมป์เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นที่ปรึกษาให้กับแพลตฟอร์มทั้งสอง
ขณะที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากมองว่าการเก็งกำไรคือทางรอดจากระบบเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม และทางผู้ก่อตั้งของทั้งสองแพลตฟอร์มมองว่า การพนันครั้งนี้ไม่ใช่แค่เล่นสนุก แต่สำคัญต่อสังคม ผลที่ตามมาคือ เงินยังไหลเข้าไม่หยุด ดันปริมาณซื้อขายรายสัปดาห์พุ่งเป็นระดับพันล้านดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง
ที่มา: BBC, Bloomberg, CBS News, Polymarket, Kalshi
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney