
จากบ้านคหบดีล้านนา สู่ Hilton แห่งแรกในภาคเหนือ เรื่องเล่าของ “ตระกูลจิตรสกุล” กับการทุ่มพันล้าน เปิดโรงแรม คหวดี เชียงราย ปลุกตำนานริมแม่น้ำกก ดันเชียงรายสู่แผนที่ท่องเที่ยวโลก
“แม่น้ำกก” สายน้ำสายสำคัญ ที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ ของผู้คนในเชียงราย หากมองย้อนเวลากลับไปในอดีต เมืองแห่งนี้ เคยเป็นศูนย์กลางการเดินทาง ค้าขาย และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอันรุ่งเรือง ที่เหล่า "คหบดี" หรือพ่อค้าผู้มั่งคั่ง มักเปิดเรือนรับรองต้อนรับผู้มาเยือนอย่างอบอุ่น
ซึ่งดูเหมือนวันนี้ บรรยากาศแห่งมิตรไมตรีและกลิ่นอายอันทรงคุณค่าดังกล่าว กำลังถูกขมวด นำกลับมาเล่าใหม่อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ผ่านการเปิดตัวโรงแรมล่าสุดของเชียงราย ที่อาจนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของวงการท่องเที่ยวไทย
Thairath Money ชวนเปิดเรื่องราวของ “คหวดี เชียงราย, คิวริโอ คอลเล็กชัน บาย ฮิลตัน” (Kahavadi Chiang Rai, Curio Collection by Hilton) โรงแรมระดับพรีเมียมขนาด 167 ห้อง บนพื้นที่ยุทธศาสตร์ริมแม่น้ำกกกว่า 80 ไร่ กับการผลัดใบของธุรกิจครอบครัวระดับตำนาน การเปลี่ยนผ่านมรดก และการปักหมุดเมืองรองเข้าสู่ศักราชการท่องเที่ยวระดับลักชัวรี
หากเอ่ยชื่อตระกูล “จิตรสกุล” ในภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย ย่อมเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะตระกูลนักธุรกิจเก่าแก่ที่สร้างรากฐานเคียงคู่เมืองนี้มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การเป็นดีลเลอร์รายใหญ่ในธุรกิจยานยนต์อย่างโตโยต้าที่มียอดขายระดับหลายพันคันต่อปี ไปจนถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมชื่อดังอย่าง สุขนิรันดร์, เวียงอินทร์ หรือ เชียงใหม่ แกรนด์วิว
ทว่าก้าวสำคัญครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ที่ต้องการสร้าง “เลกาซี่” หรือมรดกตกทอดทางปัญญาและเศรษฐกิจให้กับเชียงรายอย่างน่าจับตา
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2555 ครอบครัวจิตรสกุลได้เข้าซื้อกิจการโรงแรมริมกกเดิม (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น เวียงอินทร์ รีเวอร์ไซด์) ด้วยมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท จุดนั้นเองคือจุดเริ่มต้นของบทสนทนาภายในครอบครัว นำโดย “เรืองชัย จิตรสกุล “ ซึ่งต้องการปัดฝุ่นผืนดินผืนงามริมแม่น้ำกกแห่งนี้ ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับสากล
จนกระทั่งการก้าวเข้ามาของทายาทรุ่นที่ 3 “อังคณา จิตรสกุล” ที่มองเห็นโจทย์ชัดเจนว่า การทำธุรกิจในยุคใหม่ต้องนำ “ตำนานและอัตลักษณ์ท้องถิ่น” มาผนวกกับ “บริการมาตรฐานโลก” จึงเป็นที่มาของการทุ่มงบประมาณรวมกว่าพันล้านบาท เพื่อพลิกโฉมพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ใหม่ทั้งหมด
กระบวนการเนรมิตพื้นที่กว่า 80 ไร่ ไม่ใช่เรื่องง่าย ทีมออกแบบชั้นนำอย่าง P49 Design ซึ่งมีความสัมพันธ์อันยาวนานกับตระกูลจิตรสกุลมาตั้งแต่รุ่นปู่ ได้เข้ามาสานต่อโจทย์อันท้าทายนี้ โดยถือเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่ใช้เวลานานที่สุดและยากที่สุดชิ้นหนึ่งของ P49 Design
ความยากประการแรก คือการสร้างประสบการณ์ความหรูหราบนพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยต้องถอดรหัส DNA คำว่า “คหวดี” ซึ่งมาจากคำว่า "คหบดี" (พ่อค้าผู้มั่งคั่ง) และ "วดี" (คฤหาสน์หรือเรือนอันล้อมรอบด้วยกำแพงมั่นคง) ให้กลายมาเป็นคอนเซ็ปต์ "เรือนรับรองของบ้านพ่อค้าล้านนา"
สถาปัตยกรรมทุกส่วนจึงร้อยเรียงเรื่องราวในอดีตอย่างแยบคาย เช่น ห้องอาหารริมแม่น้ำที่ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับภาพจำของ “ท่าน้ำ” ที่ใช้ขนถ่ายสินค้าในอดีต การจัดวางพื้นที่กลางไว้เปิดรับแขกบ้านแขกเมือง และการนำของสะสมส่วนตัวของครอบครัวจิตรสกุลมาจัดแสดง เพื่อสะท้อนความเป็นเจ้าบ้านผู้มั่งคั่งและเปี่ยมด้วยรสนิยม
นอกจากนี้ การผสมผสานงานไม้ วัสดุพื้นถิ่น เทคนิคการสาน ตลอดจนผลงานของศิลปินล้านนา เข้ากับสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ยิ่งทำให้โรงแรมแห่งนี้เปรียบเสมือนผืนผ้าใบที่จัดแสดงศิลปะล้านนาที่มีชีวิต
ทว่าความท้าทายไม่อยู่เพียงแค่เรื่องดีไซน์ โปรเจกต์นี้เริ่มรีโนเวทครั้งใหญ่ตั้งแต่ปี 2017 และต้องฝ่าฟันทั้งวิกฤตโควิด-19 และเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ริมแม่น้ำกก ซึ่งทำให้ห้องพักเสียหายไปนับ 30 ห้อง การออกแบบระบบป้องกันน้ำท่วมและการทำเขื่อนโดยไม่ให้ทำลายภูมิทัศน์ธรรมชาติอันงดงามริมน้ำ จึงกลายเป็นโจทย์ทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมที่หินไม่แพ้กัน
ความน่าสนใจของโรงแรมนี้ คือ การตัดสินใจดึงเชนระดับโลกอย่าง Hilton เข้ามาร่วมบริหาร โดยเลือกแบรนด์ Curio Collection by Hilton ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่เฉียบคม
อเล็กซานดรา เมอร์เรย์ (Alexandra Murray) รองประธานระดับภูมิภาคและหัวหน้าฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของ Hilton ฉายภาพว่า Curio Collection มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากโรงแรมลักชัวรีทั่วไป เพราะเป็นแบรนด์ที่เน้นเรื่อง Local Life และเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Authentic Experience)
ปัจจุบัน Curio Collection มีโรงแรมมากกว่า 200 แห่งทั่วโลก และสำหรับประเทศไทย “คหวดี เชียงราย” นับเป็นแห่งที่ 2 ต่อจากกรุงเทพฯ (และจะมีแห่งที่ 3 ที่ภูเก็ตตามมา) ซึ่งตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มสากลที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ เพื่อมาสัมผัสธรรมชาติ ศิลปะ และวิถีชีวิตท้องถิ่นที่แท้จริง
สัมผัสแรกที่แขกผู้มาเยือนจะได้พบ คือเสียงกลองสะบัดชัยอันก้องกังวานต้อนรับการมาถึง สะท้อนวัฒนธรรมล้านนาตั้งแต่วินาทีแรก ก่อนจะได้ลิ้มรสอาหารเหนือต้นตำรับริมน้ำที่ห้องอาหาร Tasabiang หรืออาหารเสิร์ฟสไตล์ปิ่นโตที่ Larderley และการผ่อนคลายด้วยศาสตร์นวด "ตอกเส้น" แบบล้านนาที่ eForea Spa ตลอดจนเครื่องดื่มสเปเชียลตี้ที่บาร์ The Ledger ซึ่งตั้งชื่ออิงกับสมุดบัญชีของพ่อค้าในอดีต
การเปิดตัวของ Kahavadi Chiang Rai ในครั้งนี้ จึงมีความหมายมากไปกว่าเรื่องของธุรกิจ แต่คือการขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรอง (Secondary Cities) ของประเทศไทย ให้กลายเป็น "Luxury & Value-based Destination"
จากผลสำรวจของ Oxford Economics พบว่านักท่องเที่ยวกลุ่ม Millennials และ Gen Z กว่า 72% ให้ความสำคัญกับการ spending ไปกับกิจกรรมและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีความหมาย (Meaningful & Authentic Travel) คอนเซ็ปต์ของคหวดีจึงตอบรับเทรนด์โลกได้อย่างตรงจุด
ไม่เพียงแต่การดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เพิ่มระยะเวลาการพำนัก (Length of Stay) ในเชียงราย จากการใช้โรงแรมเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น วัดร่องเสือเต้น, ไร่ชาดอยแม่สลอง หรือสามเหลี่ยมทองคำ แต่โครงการนี้ยังช่วยกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนอย่างแท้จริง ผ่านการจ้างงานคนในพื้นที่ การใช้วัตถุดิบจากตลาดท้องถิ่น และการสนับสนุนช่างฝีมือรวมถึงศิลปินล้านนา
พิสูจน์ได้จากกระแสตอบรับหลังการเปิด Soft Opening ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เข้าพักแล้วนับพันราย และห้องพักเต็มเกือบทุกสุดสัปดาห์ โดยมีสัดส่วนกลุ่มลูกค้าเป็นคนไทย 50% และชาวต่างชาติ (สหรัฐอเมริกา, จีน, สิงคโปร์) อีก 50% พร้อมยอดจองล่วงหน้าในไตรมาสที่ 4 ที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
การก้าวข้ามผ่านร้อนผ่านหนาวของผืนดินริมแม่น้ำกกแห่งนี้ จากเรือนรับรองในอดีต สู่โรงแรมเวียงอินทร์ รีเวอร์ไซด์ และวันนี้ในนาม Kahavadi Chiang Rai, Curio Collection by Hilton ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันยาวไกลของตระกูล "จิตรสกุล" ในการส่งต่อธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่นอย่างมีชั้นเชิง
แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า เสน่ห์ของ "ล้านนา" และเมืองรองอย่างเชียงราย มีศักยภาพสูงพอที่จะยืนหยัดอย่างภาคภูมิบนเวทีการท่องเที่ยวระดับสากล