วิธีคิด (นอกกรอบ) ฉบับ “ซีเค เจิง” จากหนุ่ม Finance สู่ผู้กอบกู้ ปูทาง Fastwork ช่วยคนไทยมีงาน

Business

Business Strategy

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

วิธีคิด (นอกกรอบ) ฉบับ “ซีเค เจิง” จากหนุ่ม Finance สู่ผู้กอบกู้ ปูทาง Fastwork ช่วยคนไทยมีงาน

Date Time: 30 ส.ค. 2569 13:13 น.

Video

TOTO "บริษัทขายชักโครก" ทำไมถึงกลายเป็นเบื้องหลังสำคัญยุค AI บูม | Digital Frontiers EP.73

Summary

ซีเค เจิง เป็นลูกครึ่งไทย-จีนที่เติบโตในสหรัฐอเมริกา จบการศึกษาด้านการเงินและบัญชี และเคยทำงานในสถาบันการเงินระดับโลกก่อนตัดสินใจกลับมาพัฒนาประเทศไทย

  • เขาเข้ามาพลิกฟื้นธุรกิจ Fastwork ในช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยใช้เงินส่วนตัวเข้าซื้อกิจการและปรับโมเดลธุรกิจจนกลับมาเติบโตและขยายบริการไปในระดับภูมิภาค
  • แนวคิดหลักของซีเคคือการสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง โดยมุ่งเน้นแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจผ่านแพลตฟอร์มจ้างงานฟรีแลนซ์
  • เขาสนับสนุนการลงทุนในตัวเองเป็นอันดับแรก โดยเชื่อว่าความเก่งและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดในการสร้างรายได้ในอนาคต
  • ซีเคเน้นย้ำการคิดแบบระยะยาว (Long-term) และการกล้าตัดสินใจรับความเสี่ยงที่คุ้มค่า เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและเศรษฐกิจไทย

คุณรู้จัก ซีเค ตอนไหน? และเพราะอะไรถึงติดตามชายคนนี้?

เรียกได้ว่าตอนนี้ชื่อของ “ซีเค เจิง” กลายเป็นชื่อที่คุ้นหูของใครหลายคน ซีอีโอ Fastwork คนนี้ที่ไม่ว่าจะเลื่อนไปมุมไหนของโลกออนไลน์ก็มักจะมีหน้าเขาคนนี้ปรากฏขึ้นมาเสมอ นอกจากจะทำคอนเทนต์ตลกขบขันสุดครีเอทีฟแล้ว บางครั้งก็พ่วงมาด้วยดราม่า ไม่ก็แนวคิดที่เราเรียกได้ว่า “นอกกรอบ” ไปเลย จนกลายเป็นเสน่ห์ให้หลายคนต้องกดติดตาม

ชายที่มักจะสวมเสื้อยืด ทำตัวสบาย ๆ พูดตรงไปตรงมาจนไปโดนใจใครหลายคนเข้า ไม่ว่าจะเรื่องการเงิน การทำงาน ไปจนถึงการใช้ชีวิต เขาคนนี้ก็มักจะมีหลักคิดแบบฉบับของตัวเองที่ดึงความสนใจจากคนได้ไม่น้อย และนอกจากมุมมองที่ไม่ธรรมดานี้แล้ว เชื่อไหมว่า เบื้องหลังเส้นทางชีวิตของเขาคนนี้ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน

หนุ่ม Finance ดีกรีนักเรียนนอก ที่ตอนนี้ทุ่มเทชีวิตเพื่อยกระดับประเทศไทย นอกจากจะเป็นซีอีโอฟูลไทม์แล้ว ยังขึ้นแท่นเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายการเงินและสายธุรกิจที่ตอนนี้กำลังเดิมพันกับการทำภารกิจที่เขามองว่ายิ่งใหญ่กว่าตัวเอง นั่นคือการทำให้ประเทศไทยกลายไปเป็นผู้เล่นในตลาดเทคโนโลยีระดับโลกได้

Thairath Money มีโอกาสได้พูดคุยกับ ซีเค เจิง อยู่หลายครั้ง และบทความในวันนี้ คอลัมน์ How to Make Money นี้จะขอพาไปย้อนรอยดูเส้นทางของชายคนนี้ ก่อนที่เขาจะมาเป็นคนที่สร้างอิทธิพลให้กับใครต่อใคร ซีเค เจิง เขามีความเป็นมาอย่างไร พร้อมกับรวบรวมวิธีคิดที่ซีเคมาแชร์ไว้กับ Thairath Money ตลอดช่วงที่ผ่านมา

เติบโตในอเมริกา

ก่อนจะไปเจาะลึกเรื่องแนวคิด ขอพาย้อนกลับไปดูเรื่องราว เส้นทางของ ซีเค เจิงกันก่อน จีกฤษณ์ เจิง หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ CK Cheong เกิดในปี 1993 เป็นลูกครึ่งไทย-จีน ช่วงเด็กเขาเติบโตมากับคุณแม่ที่เป็นคนไทย ทำให้สื่อสารภาษาไทยได้ ก่อนที่จะต้องย้ายไปสหรัฐอเมริกาในวัย 13 ปีหลังพ่อกับแม่แยกทางกัน

ซีเค เคยเล่าว่า แม้ชีวิตส่วนใหญ่ในวัยเด็กเขาจะเติบโตในต่างประเทศ แต่ทุกครั้งที่เขามีโอกาสเดินทางกลับมาประเทศไทย อย่างช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เขาหลงรักประเทศนี้เสมอ ทำให้เป้าหมายในชีวิตเขาคือการกลับมาอยู่และพัฒนาประเทศไทย

ในระหว่างที่ซีเคอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เขาศึกษาในสายการเงินที่ Wake Forest University มหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำด้านการวิจัยในนอร์ทแคโรไลนา เรียนควบ 2 สาขาคือ การเงินและการบัญชี ก่อนที่จะต่อปริญญาโทในมหาวิทยาลัยเดียวกันในสายบัญชี โดยมีความเชี่ยวชาญด้านบริการธุรกรรมทางการเงิน  หรือ Financial Transaction Services

ส่วนประวัติการทำงาน ตามข้อมูลบน LinkedIn ระบุว่า ซีเค มีประสบการณ์ทำงานในสายการเงินและธุรกิจทั้งในจีน ไทย และทำงานสายนักวิเคราะห์กับแบงก์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาอย่าง Bank of America อยู่ช่วงหนึ่ง พร้อมกับถือใบอนุญาต CPA ก่อนจะย้ายสู่นครนิวยอร์ก ทำงานสาย M&A กับทาง Deloitte ซึ่งที่นี่เองคือจุดที่ทำให้ซีเคได้เจอจุดเปลี่ยนในชีวิต

การทำงานให้บริษัทยักษ์ในวงการการเงินนั้น จริง ๆ แล้วเขากำลังทำเพื่อใครกันแน่ นี่คือคำถามที่ต่อมา ซีเคค้นพบคำตอบว่า ความเชี่ยวชาญของเขาคือเครื่องมือที่ทำให้ทุนใหญ่ที่รวยอยู่แล้วนั้นรวยยิ่งขึ้น เมื่อชีวิตดูจะไร้คุณค่า สิ่งที่เขาเลือกคือ การเดินทางกลับบ้าน

เติบโตต่อในไทย

ซีเค ปักหมุดเดินทางมาลงหลักที่ประเทศไทย ด้วยเป้าหมายใหญ่ คือ การสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศนี้ในจุดที่เขาทำได้

เริ่มต้นซีเคสร้างชื่อในวงการธุรกิจ ด้วยความเป็นหนุ่มนอกไฟแรง ธุรกิจแรกที่เขาร่วมคือสตาร์ทอัพ HAUP ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันแพลตฟอร์ม Mobility Sharing รายแรกของไทย ให้บริการทั้ง Carsharing, EV Carsharing และ Motorbike Sharing ซึ่งบริษัทนี้ Exit ไปแล้วตั้งแต่ปี 2021

หลังจากธุรกิจนั้นประสบความสำเร็จ ต่อมาซีเคก็เริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจที่เกือบจะล้มหายตายจาก อย่าง Fastwork พลิกให้กลับมายืนได้อีกครั้ง 

ตรงนี้ขอพาย้อนเรื่องราวของ Fastwork สักนิด Fastwork คือสตาร์ทอัพที่สร้างขึ้นมาเพื่อผลักดันการจ้างงานฟรีแลนซ์คนไทย ให้บริการแบบครอบคลุมทุกอย่างจนเรียกตัวเองว่าเป็น Everything as a Service สตาร์ทอัพนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยผู้ร่วมก่อตั้ง 3 คนที่ลงเงินกันเองจำนวน 250 ล้านบาท เพื่อสร้างแพลตฟอร์มจ้างงานขึ้นมา

ในตอนเริ่มซีเคยังไม่ได้เข้ามามีบทบาท แต่ในปี 2019 ผ่านมาแค่ 1 ปีหลังก่อตั้ง Fastwork เผาเงินอย่างรวดเร็ว จนเงินหมดไวกว่าแพลนที่วางไว้ ในระหว่างที่ยังระดมทุนไม่ได้นั้น โควิด-19 ก็มาระบาดหนักส่งผลให้การระดมทุนต้องหยุดชะงัก ผลที่ตามมาคือเงินสดเริ่มขาดมือต้องนำเงินจ้างฟรีแลนซ์ในระบบมาหมุนแทน

ในปี 2020 ซีเคจึงเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อได้รับมิชชั่นให้พาธุรกิจกลับมายืนให้ได้ ซีเคเดินหน้าคุยกับนักลงทุน ขอระดมทุนผ่านหุ้นกู้แปลงสภาพ แต่เวลาต่อมาโควิดที่ระบาดหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้นักลงทุนขอเงินคืน ท้ายที่สุดซีเคจึงควักเงินตัวเอง 10 ล้านบาทซื้อบริษัท และทำข้อตกลงกับนักลงทุนจะจ่ายหนี้คืนในปีถัด ๆ ไป จนปัจจุบัน เขากลายเป็นผู้ถือหุ้น Fastwork ทั้งหมด 100%

ปัจจุบัน Fastwork ให้บริการทั้งในไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม (ในชื่อ Fastlance) และตั้งเป้าจะไประดับโลกภายในปีนี้ภายใต้ Fastwork.com และจะปั้นแพลตฟอร์มเป็น AI Agentic Human Marketplace พื้นที่ที่แค่พิมพ์ถามหรือค้นอะไรลงไปก็เจอคนที่ทำงานให้คุณได้

ซีเค มักจะพูดอยู่เสมอว่า เป้าหมายสูงสุดของเขาในการพัฒนา Fastwork คือ การทำให้คนไทยมีงาน อยากเป็นอะไรก็ได้เป็น ซึ่งทุกวันนี้เราสามารถหางานฟรีแลนซ์ทั่วไปเช่น แปลภาษา สอนพิเศษ ไปจนถึงงานแบบที่ไม่คาดคิดได้บน Fastwork ตั้งแต่หาเพื่อนกินเที่ยว หาคนช่วยต่อกันดั้ม ไปจนถึงรับจ้างทำบุญ

รวมแนวคิดฉบับ ซีเค เจิง

ตามที่กล่าวไปข้างต้นว่า Thairath Money มีโอกาสได้พูดคุยกับ ซีเค เจิง อยู่หลายครั้ง และก็ได้แง่คิดมุมมองจากชายคนนี้มาหลากหลายรูปแบบ วันนี้จะขอรวบรวม แนวคิดตามสไตล์ซีเคมาให้


Make Something Bigger Than Yourself: สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง

ซีเคไม่ได้มอง Fastwork เป็นเพียงแพลตฟอร์มสำหรับจับคู่คนจ้างงานกับฟรีแลนซ์ แต่เขามองธุรกิจนี้เป็นเครื่องมือที่สามารถเข้าไปแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทยได้ โดยเฉพาะเรื่อง ความเหลื่อมล้ำและการกระจุกตัวของโอกาสทางเศรษฐกิจอยู่ในกรุงเทพฯ

แนวคิดของ Fastwork จึงเริ่มจากคำถามว่า จะทำอย่างไรให้คนที่มีความสามารถสามารถสร้างรายได้จากที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องย้ายเข้ามาเป็นแรงงานในกรุงเทพฯ สำหรับซีเคโลกการทำงานในอนาคตควรให้คนสามารถกลับไปอยู่กับครอบครัว ทำงานในสิ่งที่ตัวเองถนัด และสร้างรายได้จากบ้านเกิด โดยมี Fastwork ทำหน้าที่เชื่อมคนที่มีทักษะเข้ากับโอกาสการทำงาน

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ Fastwork ยังขาดทุนซีเคก็เคยอธิบายผ่าน Thairath Money ว่า หากต้องการทำกำไร เขาสามารถเพิ่มค่าธรรมเนียมหรือลดจำนวนพนักงานได้ แต่คำถามสำคัญสำหรับเขาคือ “แล้วประเทศไทยได้อะไร?”

นั่นทำให้แนวคิดเรื่องธุรกิจของซีเคไปไกลกว่าเรื่อง Profit Maximization เพราะเขาให้ความสำคัญกับคำถามว่า ธุรกิจสามารถสร้างประโยชน์ให้กับคนจำนวนมากได้อย่างไร เพราะธุรกิจที่ดี ไม่ควรสร้างความมั่งคั่งให้แค่เจ้าของ แต่ควรสร้างโอกาสให้กับคนอื่นด้วย

“ผมรักประเทศไทย ผมต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ดีขึ้น เพราะประเทศไทยคือบ้านของผม”

อ่านต่อในบทความ: CK ซีอีโอ FASTWORK แพลตฟอร์มจ้างงานฟรีแลนซ์ ต้องการเปลี่ยนประเทศไทยให้ดีขึ้น


Believe When Others Don’t: ในวันที่ไม่มีใครเชื่อ ถ้าเรายังเชื่อ นั่นคือโอกาส

อย่างที่ทราบกันดีว่า Fastwork เคยผ่านช่วงวิกฤตอย่างหนักมาแล้ว หลังเงินทุนเริ่มหมดและสถานการณ์โควิดทำให้การระดมทุนกลายเป็นเรื่องยาก ธุรกิจเข้าสู่สถานการณ์เลวร้าย นักลงทุนต้องการเงินคืน และองค์กรแทบจะเดินต่อไม่ได้ แต่ซีเคกลับตัดสินใจซื้อบริษัทด้วยเงินของตัวเอง

จากวันที่คนอื่นมองเห็นความเสี่ยง เขากลับมองเห็นบางสิ่งที่แตกต่างออกไป “ในวันที่ไม่มีใครเชื่อเรา ในวันที่แม้ว่าธุรกิจจะล้มเหลว แต่ถ้าเรายังเชื่อ สิ่งนั้นคือ โอกาส” ซีเคกล่าว

เพราะเขาเชื่อว่า โอกาสไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในวันที่ทุกคนเห็นตรงกัน บางครั้งช่วงเวลาที่ไม่มีใครเชื่อ อาจเป็นช่วงเวลาที่คนคนหนึ่งมีโอกาสเดิมพันกับสิ่งที่ตัวเองเห็นก่อนคนอื่น 

แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าให้เชื่อในทุกสิ่งอย่างไร้เหตุผล เพราะความเชื่อมั่นต้องมาจากการเห็นคุณค่าของสิ่งที่กำลังสร้าง

ในกรณีของ Fastwork ซีเคเห็นทั้งความทุ่มเทของทีม และศักยภาพของแพลตฟอร์มในการสร้างอาชีพให้ฟรีแลนซ์ทั่วประเทศ Conviction จึงไม่ใช่การดื้อดึง แต่คือการมองเห็นคุณค่าบางอย่างที่คนอื่นอาจยังมองไม่เห็น

อ่านต่อในบทความ: Bearhouse-Fastwork-Guss Damn Good เปิดแนวคิด 3 สไตล์เปลี่ยนแรงบันดาลใจสู่ธุรกิจของคน Next Gen


Invest in Yourself: ทรัพย์สินที่ดีที่สุด คือความเก่งของตัวเอง

ทุกครั้งที่มีคำถามถึงซีเคในเรื่องการเงินการลงทุน มักจะเริ่มจากคำถามว่า “จะเอาเงินไปลงทุนอะไรดี?” และซีเคมักจะตั้งคำถามย้อนไปก่อนหน้านั้นว่า “เราลงทุนกับตัวเองมากพอหรือยัง?” เสมอ

ซีเคส่งแนวคิดสำคัญถึงคนรุ่นใหม่ว่า สำหรับคนที่ยังมีเงินทุนไม่มาก สิ่งที่ควรให้ความสำคัญอาจไม่ใช่การพยายามเอาเงินก้อนเล็ก ๆ ไปลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนมหาศาล แต่คือการทำให้ตัวเอง “หาเงินได้มากขึ้น” เพราะก่อนที่เราจะสร้างพอร์ตการลงทุนให้ใหญ่ขึ้น เราต้องมีศักยภาพในการสร้างรายได้ของตัวเองให้แข็งแรงก่อน

“ทรัพย์สินที่ดีที่สุด คือความเก่ง” ซีเคยังพูดถึงการใช้เวลาเป็นเครื่องมือพัฒนาตัวเอง ผ่านแนวคิด “4 ชั่วโมงทองคำ” นั่นคือ เมื่อทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่เราทำงานกี่ชั่วโมง แต่คือ เรานำเวลาที่เหลือไปลงทุนกับอะไร?

สำหรับเขา เวลาที่เหลือสามารถถูกนำไปพัฒนาทักษะ สร้างความเชี่ยวชาญ และทำให้ตัวเองมีคุณค่ามากขึ้นในตลาดแรงงาน เพราะในโลกที่ AI สามารถทำงานได้มากขึ้น ความรู้ทั่วไปอาจเข้าถึงง่ายขึ้น แต่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางยังมีคุณค่า

ดังนั้น การลงทุนกับตัวเองจึงไม่ใช่เพียงคำคมสร้างแรงบันดาลใจ แต่เป็นกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจส่วนบุคคล เพราะยิ่งเก่งขึ้น ก็ยิ่งสร้างรายได้ได้มากขึ้น และยิ่งมีเงินทุนไปสร้างอนาคตได้มากขึ้นนั่นเอง

อ่านต่อในบทความ: 


Think Long-Term: อย่ามองชีวิตแค่วันนี้

อีกหนึ่งแกนสำคัญของซีเค คือการคิดแบบ Future-oriented ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิต การทำงาน หรือการลงทุน เขามักย้อนกลับไปที่คำถามเดียวกัน คือ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่วันนี้ จะมีความหมายอย่างไรในอนาคต?

ในมุมของการลงทุนซีเคไม่ได้สนใจเพียงตัวเลขหรือผลประกอบการในปัจจุบัน แต่ให้ความสำคัญกับธุรกิจที่มีศักยภาพจะเติบโตในโลกอนาคต แนวคิดคือ แทนที่จะถามเพียงว่า บริษัทนี้วันนี้ดีไหม? อาจต้องถามว่า สินค้าหรือบริการของบริษัทนี้ จะยังมีความสำคัญในอนาคตหรือไม่?

แนวคิดของเขาในเรื่องการลงทุนมักบอกเสมอว่า นักลงทุนไม่ควรโฟกัสกับปัจจุบันและอดีตมากเกินไป จนลืมมองไปข้างหน้า ซึ่งหลักคิดนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะกับหุ้น แต่ใช้กับชีวิตได้เช่นเดียวกัน 

เขามองว่า การพัฒนาตัวเองวันนี้ อาจไม่ได้เห็นผลทันที การสร้างธุรกิจวันนี้ อาจไม่ได้กำไรทันที การเรียนรู้ทักษะใหม่วันนี้ อาจยังไม่ได้สร้างรายได้ในเดือนหน้า แต่สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่กำหนดว่าเราอยู่ตรงไหนในอีก 5 หรือ 10 ปีข้างหน้า

อ่านต่อในบทความ: เทคนิคลงทุนแบบ “ซีเค เจิง” เลือกธุรกิจที่สินค้าพร้อมโตในโลกอนาคต ไม่ใช่แค่งบ - รายได้ในวันนี้


Take the Right Risk: ความเสี่ยงไม่ใช่สิ่งที่ต้องเลี่ยง แต่ต้องเลือก

อีกหนึ่งในแนวคิดการลงทุนของซีเคที่พูดอยู่บ่อยครั้ง คือ “การลงทุนมีความเสี่ยง แต่การไม่ลงทุนเลยเสี่ยงกว่า” 

ซีเคชวนมองเสมอว่า การไม่ทำอะไรเลยก็มีต้นทุนและความเสี่ยงเช่นกัน โดยเฉพาะในโลกที่เงินเฟ้อกัดกินกำลังซื้อ และโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงเร็ว แต่แนวคิดนี้ไม่ได้หมายความว่าให้คนเอาเงินทั้งหมดไปเสี่ยง แต่เป็นการบอกว่า “การไม่ตัดสินใจ” ก็เป็นการตัดสินใจรูปแบบหนึ่ง

สำหรับซีเคสิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั้งหมด เพราะเป็นไปไม่ได้ แต่คือการทำความเข้าใจว่า ความเสี่ยงแบบไหนที่เรากำลังรับอยู่ และมันคุ้มค่าหรือไม่

สิ่งนี้ยังสะท้อนอยู่ในชีวิตผู้ประกอบการของเขาเองด้วย อย่างการเข้าซื้อ Fastwork ในวันที่ธุรกิจอยู่ในภาวะวิกฤต นั่นก็คือความเสี่ยง แต่การปล่อยให้แพลตฟอร์มที่เขาเชื่อว่าจะสร้างประโยชน์ให้คนจำนวนมากหายไป ก็เป็นความเสี่ยงอีกรูปแบบหนึ่งเช่นกัน

ดังนั้น ซีเคไม่ได้เสนอแนวคิดว่า ต้องเสี่ยงให้มากที่สุด แต่เป็น เลือกความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ และเลือกเดิมพันกับสิ่งที่เราเชื่อว่ามีอนาคต

รับชมต่อได้ที่: ซีเค ซีอีโอ Fastwork เล่าประสบการณ์วางแผนชีวิต วางแผนการเงิน


จริง ๆ แล้วแนวคิดและมุมมองแบบฉบับซีเคที่เคยมาแชร์ไว้ไม่ได้มีแค่นี้ ยังมีเรื่องสำคัญอีกมากมายที่ซีเคเคยตอบใครหลายคนไว้ 

และถ้าคุณอยากให้ซีเคมาตอบคำถามของคุณด้วยตัวเองด้วยแล้วละก็ พลาดไม่ได้กับงาน Money Fest 2026 โดย Thairath Money ที่เซสชั่นของซีเครอบนี้จะมาตอบทุกประเด็นที่ชาวเน็ตถามเข้ามา (ยกเว้นเรื่องเดียวคือ S&P 500) จะเรื่องลงทุน การเงิน หรือมุมมองการทำธุรกิจก็ถามเข้ามาได้ ถ้าอยากเจอซีเค ลงทะเบียนฟรีกันได้แล้ววันนี้ที่  https://event.thairath.co.th/all/event/TREVENT017


อ่านข่าวธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และสัมภาษณ์พิเศษกับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney 



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ