Elon Musk มหาเศรษฐี มั่งคั่งทะลุ 1 ล้านล้านคนแรกของโลก หลัง SpaceX สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่

Business

Business Strategy

Tag

Elon Musk มหาเศรษฐี มั่งคั่งทะลุ 1 ล้านล้านคนแรกของโลก หลัง SpaceX สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่

Date Time: 13 มิ.ย. 2569 10:33 น.

Video

Micron คือใคร ? ทำไมชิงความสนใจตลาด แทน Nvidia | Digital Frontiers EP.66

Summary

  • Elon Musk ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีล้านล้าน หรือ Trillionaire คนแรกของโลก หลังจาก SpaceX เปิดให้ซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เป็นวันแรก จนสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ แถมยังดันมูลค่าบริษัททะลุ 2 ล้านล้าน
  • กว่าจะมาถึงจุดนี้ Elon Musk สร้างและทำธุรกิจมาหลากหลาย แต่ความร่ำรวยของเขาขยับขึ้นอย่างทวีคูณได้ ก็จากธุรกิจหลักอย่าง SpaceX และ Tesla ที่ตอนนี้ทั้งสองจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว
  • อนาคต Elon Musk นอกจากจะเดินตามแผนอวกาศ ไปสร้างอาณานิคมบนดาวอังคารแล้ว SpaceX จะมุ่งไปที่ด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างการไปสร้าง Data Center ในอวกาศด้วยเช่นกัน


Latest


Elon Musk มนุษย์คนแรกของโลกที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับหลายสิ่ง ล่าสุด หลัง SpaceX จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์และเปิดให้ซื้อขายหุ้นอย่างเป็นทางการเมื่อ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา เขาก็ขึ้นแท่นเป็นอภิมหึมามหาเศรษฐีอย่างเป็นทางการ ด้วยความมั่งคั่งสุทธิทะลุ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐคนแรกของโลกไปเรียบร้อยแล้ว

มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกคนนี้ก็ยิ่งขยายช่องว่างความมั่งคั่งกับอันดับที่ 2 อย่าง Larry Page ที่มีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 2.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐออกไปอีกเกือบ 4 เท่า! จนยากที่ใครจะตามทันไปล้มแชมป์เบอร์ 1 ของโลกลงได้

ย้อนกลับไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก Forbes พบว่า ความมั่งคั่งของ Musk พุ่งขึ้นมาต่อเนื่อง

  • ปี 2020 มั่งคั่ง 24,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ปี 2021 มั่งคั่ง 151,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ปี 2022 มั่งคั่ง 219,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ปี 2023 มั่งคั่ง 180,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ปี 2024 มั่งคั่ง 195,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ปี 2025 มั่งคั่ง 342,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

และ 2026 นี้เขาก็ได้เป็นมนุษย์คนแรกที่รวยไปถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งหมดนี้มาจากธุรกิจที่อยู่ในมือของเขามีมูลค่าเพิ่มขึ้น ทั้ง Private และ Public Companies ที่เขาก่อตั้งเองและซื้อมาบริหารต่อ

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา SpaceX ได้สร้างปรากฏการณ์ IPO ครั้งประวัติศาสตร์ หุ้น SPCX เข้าซื้อขายในตลาด Nasdaq เป็นวันแรก ราคาเปิดที่ 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ก่อนจะปิดวันที่ราว 161 ดอลลาร์สหรัฐ บวกขึ้นมา 19% จากราคา IPO ที่ 135 ดอลลาร์สหรัฐ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: หุ้น SpaceX เปิดเทรดที่ 150 ดอลลาร์ เหนือราคา IPO 11% ดันมูลค่าทะลุ 2 ล้านล้าน ขึ้นแท่นเบอร์ 7 โลก


เส้นทางของ Elon Musk ที่กว่าจะทะยานมาถึงจุดนี้เรียกได้ว่าไม่ธรรมดา ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ สร้างธุรกิจมาหลายครั้ง มีวีรกรรมที่น่าจดจำมากมาย จนกลายมาเป็นไอคอนทั้งในโลกธุรกิจ การเงิน ตลอดจนบนโซเชียลมีเดียที่มักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่หลายครั้ง

บทความนี้ Thairath Money ในคอลัมน์ How to Make Money จะพาไปเจาะลึกตัวตนของมหาเศรษฐีล้านล้านคนแรกของโลกอย่าง Elon Musk ผู้ที่สร้าง SpaceX ขึ้นมาและสร้างตำนานให้ตลาดได้จดจำ กว่าจะมาถึงจุดนี้ เขาเติบโตมาแบบไหน และทำอะไรมาบ้าง จนประสบความสำเร็จได้ถึงขนาดนี้?


เด็กชายที่ชอบวิทยาศาสตร์เป็นชีวิตจิตใจ

ย้อนกลับไปในปี 1971 เด็กชาย Elon Musk เกิดมาในเมืองพริทอเรีย แอฟริกาใต้ คุณพ่อคือ Errol Musk เป็นคนรวยและเชี่ยวชาญในหลายด้าน ทั้งวิศวกรรม การลงทุน เป็นนักธุรกิจ และยังเคยเป็นถึงที่ปรึกษาให้กับสภาเมืองพริทอเรียอีกด้วย

ส่วนคุณแม่ Maye Musk เธอเป็นอดีตนางแบบชื่อดังที่เคยขึ้นปกนิตยสารทั้ง Time และ Vogue มาแล้ว แถมเธอยังเป็นนักเขียนมีหนังสือขายดี เขียนเล่าชีวิตส่วนตัวของเธอ ที่ต้องเป็นแม่ในวัย 31 ปี ก่อนจะหย่ากับสามีกลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว และต้องต่อสู้กับความฝืดเคืองเรื่องเงินทองในช่วงหนึ่งของชีวิต

Elon Musk เป็นพี่ชายคนโตของบ้าน มีน้องชายหนึ่งคนคือ Kimbal Musk ซึ่งต่อมาทั้งคู่มาก่อตั้งธุรกิจด้วยกัน และมีน้องสาวอีกหนึ่งคน Tosca Musk ซึ่งบ้านนี้ถูกมองว่าตั้งชื่อลูกค่อนข้างแปลก 😂

เชื่อไหมว่าก่อนหน้านี้ เราเกือบจะไม่ได้รู้จักชื่อ Elon เพราะเดิมที่พ่อแม่ของเขาเคยเลือกชื่อ Nice (อ่านว่า นีซ) ชื่อเดียวกับเมืองในฝรั่งเศส สถานที่ที่พ่อแม่เขาบอกว่า เขาปฏิสนธิขึ้นมาที่นี่ และความแปลกของการตั้งชื่อในตระกูลนี้ยังส่งไม้ต่อมาถึงรุ่นลูกของ Elon Musk

แถมชื่อ Elon ที่เลือกมานี้ ยังไปเกี่ยวข้องกับนิยายวิทยาศาสตร์เรื่องหนึ่งที่เขียนโดย Wernher von Braun ในหนังสือเล่มดังกล่าว คำว่า “Elon” เป็นตำแหน่งที่ใช้เรียกผู้นำที่ได้รับการเลือกตั้งบนดาวอังคาร และมันก็ตรงกันเป๊ะกับแนวคิดของ Elon Musk ในปัจจุบันที่ต้องการจะไปสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร

ในวัย 10 ขวบ Elon Musk ที่มีความชื่นชอบในวิทยาศาสตร์และคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่เด็ก ก็เริ่มที่จะเรียนเขียนโค้ดด้วยตัวเอง จนในปี 1984 เขาในวัย 13 ปีก็มีผลงานชิ้นแรก เป็นวิดีโอเกมที่ชื่อว่า Blastar ซึ่งเขาสามารถขายเกมนี้ออกไป ทำเงินได้ 500 ดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

ต่อมาในปี 1989 คุณแม่ Maye Musk ได้ส่งลูกชายไปเข้าเรียนที่ Queen’s University ประเทศแคนาดา ก่อนที่จะย้ายกันมาพำนักที่สหรัฐอเมริกาตอนที่ Elon Musk อายุได้ 21 ปี ในประเทศใหม่นี้ Elon Musk เข้าเรียนและจบการศึกษาจากสาขาฟิสิกส์และเศรษฐศาสตร์ของ University of Pennsylvania

หลังจากนั้นก็พยายามที่จะเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอกในสาขาฟิสิกส์ประยุกต์ที่ Stanford University แต่ก็เข้าเรียนได้เพียง 2 วันเท่านั้น เขาก็ลาออกมาเพื่อตั้งธุรกิจสตาร์ทอัพเป็นของตัวเอง


สู่เส้นทาง “เจ้าพ่อสตาร์ทอัพ”

สตาร์ทอัพตัวแรกที่ Elon Musk จับมือกับน้องชาย Kimbal Musk ร่วมกันก่อตั้งขึ้นมา คือ Zip2 ทำหน้าที่เป็นเหมือนสมุดปกเหลืองแบบดิจิทัลสำหรับสำนักพิมพ์และหนังสือพิมพ์โดยเฉพาะ เป็นไดเรกทอรี่ออนไลน์ที่ให้ผู้ใช้ค้นหาและปักหมุดเส้นทางไปร้านค้าหรือสำนักพิมพ์

Zip2 ประสบความสำเร็จจนถึงขั้นได้เซ็นสัญญากับสำนักข่าวหัวใหญ่ ๆ และสุดท้ายในปี 1999 บริษัท Compaq ได้เข้าซื้อกิจการของ Zip2 ไปในมูลค่า 307 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยที่ Elon Musk ได้รับเงินไป 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินก้อนนั้นเองที่กลายมาเป็นรากฐานของการสร้างธุรกิจอื่นในเวลาต่อมา

ธุรกิจต่อมาคือ X.com ที่หลายคนรู้จัก ก่อตั้งขึ้นมาในปี 1999 ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มการเงินและชำระเงินออนไลน์ เป็นหนึ่งในบริษัทแรก ๆ ที่ให้บริการแบบธนาคาร แต่อยู่บนโลกออนไลน์ อนุญาตให้ผู้ใช้โอนเงินผ่านอีเมล และยังวางแผนให้บริการทางการเงินที่ครอบคลุม เช่น บัญชีเงินฝาก การลงทุน และการโอนเงิน ที่ผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด

และในระยะเวลาเพียงปีเดียว ในปี 2000 สตาร์ทอัพนี้ของ Elon Musk ก็ได้ควบรวมกิจการเข้ากับ Confinity ผู้พัฒนา PayPal ที่ตอนนั้นเป็นระบบชำระเงินที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เมื่อรวบกิจการเสร็จสิ้น บริษัทใหม่นี้ก็ได้ให้บริการต่อในชื่อของ PayPal ด้วยเป้าหมายสร้างระบบชำระเงินที่ปลอดภัยที่สุดขึ้นมา

หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของเดอะแก๊งผู้บริหารของ PayPal เริ่มสั่นคลอน Elon Musk ถูกปลดออกจากตำแหน่งซีอีโอ แต่ด้วยเขายังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ในปี 2002 เมื่อ eBay เข้าซื้อกิจการ PayPal ไปด้วยมูลค่ากว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครั้งนั้นเขาก็ได้รับเงินมาก้อนใหญ่ 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

และต่อมาก็เกิดเป็น SpaceX ขึ้นมาในปีเดียวกันจากเงินทุน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยเป้าหมายหลัก ก็เพื่อที่จะปฏิวัติวงการอวกาศให้ได้!


ปั้น SpaceX และพลิก Tesla เป็นบ่อเงินบ่อทอง

หากย้อนกลับไปในวัยเด็ก Elon Musk เป็นคนที่หลงใหลเรื่องอวกาศมาตั้งแต่แรก เขาได้รับแรงบันดาลใจจากนิยายวิทยาศาสตร์หลายเรื่อง โดยเฉพาะ The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy และ Foundation ซึ่งมีอิทธิพลต่อมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของมนุษยชาติอย่างมาก

ความสนใจดังกล่าวนำไปสู่โครงการ “Mars Oasis” ในปี 2001 ซึ่งเขาตั้งใจจะส่งพืชไปปลูกบนดาวอังคาร เพื่อจุดประกายความสนใจของผู้คนต่อการสำรวจอวกาศอีกครั้ง แต่เมื่อศึกษารายละเอียด เขาพบว่าต้นทุนการส่งจรวดขึ้นสู่อวกาศในเวลานั้นสูงเกินไป

ท้ายที่สุด ความพยายามดังกล่าวจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้ง SpaceX โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาเทคโนโลยีจรวดที่มีต้นทุนต่ำลงและสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เพื่อทำให้การเดินทางสู่อวกาศเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้มากขึ้น

สำหรับ Elon Musk เป้าหมายของ SpaceX ไม่ได้หยุดอยู่แค่การส่งดาวเทียมหรือภารกิจสำรวจอวกาศ แต่คือการทำให้มนุษย์กลายเป็น “เผ่าพันธุ์หลายดาวเคราะห์” หรือ Multi-Planetary Species ที่จะสามารถอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์มากกว่าหนึ่งดวงได้ในอนาคต

เขาเชื่อว่าการขยายอารยธรรมมนุษย์ออกไปนอกโลกจะเป็นหลักประกันสำคัญต่อการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ หากวันหนึ่งโลกต้องเผชิญภัยคุกคามครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสงครามนิวเคลียร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือแม้แต่ความเสี่ยงจาก AI ที่อาจพัฒนาไปไกลเกินกว่ามนุษย์จะควบคุมได้

อย่างไรก็ตาม ต่อมา SpaceX ก็ขยายธุรกิจไปสู่รูปแบบอื่น ๆ ต่อ โดยปัจจุบันมี Starlink อินเทอร์เน็ตดาวเทียมเป็นธุรกิจหลักที่ทำเงินให้กับบริษัท และ SpaceX ก็กำลังพยายามอย่างหนักที่จะผลักดันธุรกิจ AI และ Data Center ซึ่งในอนาคตเราทุกคนอาจจะได้เห็นศูนย์ข้อมูลในอวกาศเกิดขึ้นจริง


บทความที่เกี่ยวข้อง: เข้าใจแก่นธุรกิจของ SpaceX แม้ยังไม่กำไร แต่ทำไมทั้งโลกกล้าเดิมพัน?


SpaceX ยังคงเดินหน้าพัฒนา Starship ยานอวกาศรุ่นใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อขนส่งมนุษย์และสัมภาระจำนวนมากไปยังดวงจันทร์และดาวอังคาร โดยเป้าหมายสูงสุดของ Elon Musk คือการสร้างอาณานิคมมนุษย์บนดาวอังคาร และเพิ่มจำนวนประชากรให้แตะ 1 ล้านคนในอนาคต

หลังจาก SpaceX เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง Elon Musk ก็ได้เริ่มต้นอีกหนึ่งเส้นทางสำคัญกับ Tesla Motors ในปี 2004 จากการเข้าลงทุนและก้าวขึ้นเป็นประธานบริษัท ก่อนจะรับตำแหน่งซีอีโอในเวลาต่อมา โดยเขามีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉม Tesla จากสตาร์ทอัพขนาดเล็กให้กลายเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าโลก

Tesla เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2010 และสามารถระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้น IPO ได้ 226 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะเปิดตัว Tesla Model S ในปี 2012 ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยการพิสูจน์ให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถมีทั้งสมรรถนะสูง เทคโนโลยีล้ำสมัย และใช้งานได้จริงในวงกว้าง

นับจากนั้น Tesla ได้เร่งขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก และเป็นอีกหนึ่งเสาหลักที่สร้างความมั่งคั่งมหาศาลให้กับ Elon Musk ควบคู่ไปกับความสำเร็จของ SpaceX


บทความที่เกี่ยวข้อง: Elon Musk คิดนอกกรอบอย่างไรให้รวย? จากเด็กเขียนเกมขาย สู่มหาเศรษฐีสายป่วน ที่อยากพาคนไปดาวอังคาร


มหาเศรษฐีล้านล้านคนแรกของโลก

ล่าสุด เมื่อ 12 มิถุนายน 2026 ทาง SpaceX ก็ได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์อย่างเป็นทางการ และเปิดให้ซื้อขายหุ้นในตลาด Nasdaq เป็นวันแรก มูลค่าบริษัทของ SpaceX ก็ติดจรวดทะยานขึ้นไปมากถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งมูลค่าที่พุ่งขึ้นมากมายขนาดนี้ ก็ส่งผลให้ความมั่งคั่งของ Elon Musk ที่ถือหุ้นของ SpaceX อยู่ราว 42% ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น Trillionaire คนแรกของโลกทันที

ในวันที่ SpaceX เปิดเทรดวันแรกในตลาด Elon Musk ได้ยืนกล่าวอย่างภาคภูมิใจจากฐานปฏิบัติการ Starbase ในรัฐเท็กซัสว่า “แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าบริษัทเล็ก ๆ ที่เริ่มต้นจากโกดังแห่งหนึ่งในเมืองเอล เซกันโด จะกลายมาเป็นเจ้าของ IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์”

“หากเราไม่กล้าลอง หากไม่มีบริษัทหน้าใหม่ที่กล้าเข้าสู่อุตสาหกรรมอวกาศ มนุษยชาติก็จะไม่มีวันก้าวสู่การเป็นอารยธรรมที่เดินทางในอวกาศได้อย่างแท้จริง”

อย่างไรก็ตาม เรายังคงต้องติดตามกันต่อไปว่า SpaceX, Tesla ตลอดจนธุรกิจอื่น ๆ ในมือของเขาอีกมากมาย ทั้ง Neuralink, The Boring Company และ X จะสามารถดันความรวยของเขาเพิ่มไปอีกมากน้อยแค่ไหน? และจะมีใครที่จะสามารถล้มตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกของเขาลงได้ไหม?


ที่มา: Forbes, CNBC, Business Insider, Reuters


ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

Thanthida Thongphet

Thanthida Thongphet
Digital Economy & Future of Finance