รู้จัก "วัคซีนพาสปอร์ต" หนังสือเดินทางยุคโควิด-19

ข่าว

    รู้จัก "วัคซีนพาสปอร์ต" หนังสือเดินทางยุคโควิด-19

    หมอดื้อ

      28 มี.ค. 2564 05:15 น.

      วัคซีนป้องกันโควิด–19 ถือเป็นความหวังของมนุษยชาติทั้งมวลเพื่อจะได้กลับมาดำเนินชีวิตอย่างปกติหรือใกล้ปกติให้มากที่สุด ทั้งนี้เพื่อให้เศรษฐกิจที่อยู่ในสภาวะล้มละลายกลับฟื้นคืนตัวได้โดยเร็ว

      และทั้งนี้รวมถึงการรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยเพื่อการฟื้นฟูประเทศได้อีกทางหนึ่ง

      ประสิทธิภาพของวัคซีนเท่าที่ได้มีการประเมินจนกระทั่งถึงปัจจุบัน วัคซีนชนิดต่างๆที่มีอยู่ในขณะนี้ อาจไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ แต่สามารถลดความรุนแรงเมื่อเกิดมีการติดเชื้อโดยการผ่อนหนักเป็นเบา ให้เป็นอาการน้อยหรือปานกลาง นอกจากนั้นอาจจะมีประสิทธิภาพในการลดจำนวนของไวรัสที่จะแพร่ออกมารวมทั้งระยะเวลาในการแพร่ด้วย

      ในส่วนของวัคซีนพาสปอร์ตสำหรับบุคคลที่เดินทางจากต่างประเทศเข้าประเทศไทย ได้มีการกำหนดกฎเกณฑ์ โดยถือว่าต้องได้รับวัคซีนครบสองเข็มและมีการรับรองว่าไม่มีการติดเชื้อ

      ในสองประการนี้ถือว่าเป็นเกราะป้องกันเพื่อไม่ให้มีการเล็ดลอดของเชื้อจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย

      แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วยังมีโอกาสที่เกิดการติดเชื้อได้และยังแพร่เชื้อได้ แม้ว่าจะผ่านการรับรองจากประเทศต้นทางแล้วก็ตาม ทำให้ต้องมีเกราะป้องกันระดับที่สาม

      นั่นก็คือยังคงต้องมีการกักตัวแต่อยู่ในระยะเวลาที่สั้นกว่าเดิม นั่นก็คือ แทนที่จะเป็น 14 วัน สามารถลดลงได้เหลือห้าถึงเจ็ดวันด้วยซ้ำ และในระหว่างที่มีการกักตัวเนื่องจากจะเป็นระยะที่สั้นลง จึงจำเป็นที่ต้องมีการตรวจที่รัดกุมและแม่นยำที่สุด

      ทั้งนี้ การตรวจในเกราะป้องกันชั้นที่สามนี้ จะไม่สามารถกระทำได้ด้วยการเจาะเลือดหาระดับภูมิคุ้มกันอย่างเดียว ทั้งนี้เนื่องจากแม้ได้รับวัคซีนมาแล้วก็ตาม และถึงแม้ระดับภูมิคุ้มกันในส่วนที่สามารถยับยั้งไวรัสได้นั้นจะมีระดับสูงถึง 68% ตามตัวเลขที่ได้มีการประมาณการไว้ก็ตาม ก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้

      เนื่องจากข้อมูลที่ทางศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ได้รวบรวมไว้ พบว่าแม้ภูมิที่สามารถยับยั้งไวรัสได้นั้นจะมีปริมาณสูงมาก แต่ยังมีเชื้อสามารถถูกปลดปล่อยออกไปได้ในปริมาณสูงเช่นกัน ทั้งในคนติดเชื้อที่มีและไม่มีอาการ

      และการตรวจเลือดเพื่อหาภูมิโดยพยายามแยกแยะชนิดของภูมิคุ้มกันว่าจะเป็นภูมิต่อส่วนของวัคซีนหรือเป็นส่วนของไวรัสตามธรรมชาติ ก็ไม่สามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะถึงแม้ว่า ตรวจพบภูมิต่อส่วนของไวรัสตามธรรมชาติก็ไม่อาจบอกได้ว่าขณะนี้ยังคงมีเชื้อปลดปล่อยออกมาหรือไม่

      นอกจากนั้น สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังก็คือ บุคคลที่เดินทางจากต่างประเทศนั้น อาจมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีรหัสพันธุกรรมผิดเพี้ยนไป และกระทบกับประสิทธิภาพของวัคซีนทำให้ได้ผลน้อยลงหรือไม่ได้ผลเลย ดังนั้นแม้การตรวจเลือดจะพบว่ามีระดับภูมิ คุ้มกันสูง แต่ภูมิคุ้มกันนั้นจะเป็นต่อไวรัสโควิด-19 ตัวต้นแบบที่ระบาดในตอนต้นเท่านั้น แต่ไม่มีความสามารถต่อสู้กับไวรัสที่ผิดเพี้ยนไปได้

      เกราะป้องกันระดับที่สามนี้ แม้ว่าจะมีการกำหนดให้ผู้ที่เดินทางมาจากแอฟริกาจะต้องถูกกักตัวนานกว่าปกติจนกระทั่งถึงนานกว่า 14 วันก็ตาม ก็อาจไม่สามารถป้องกันได้ครบถ้วน ทั้งนี้เนื่องจากชุดการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีรหัสพันธุกรรมผิดเพี้ยนไปจากเดิม อาจทำให้ตรวจจับไม่พบ และไวรัสที่ผิดเพี้ยนเหล่านี้ ขณะนี้ไม่ได้มีถิ่นฐานอยู่ที่แอฟริกาหรือบราซิลเท่านั้น ที่มีการดื้อวัคซีน แต่มีการพัฒนาการและปรับตัวของไวรัสออกไปมากมายทุกวัน ทุกสัปดาห์ และในทุกพื้นที่ ในประเทศต่างๆ

      กระบวนการตรวจที่สามารถระบุได้ว่าเป็นไวรัสโควิด-19 ตามปกติหรือตัวที่ผิดเพี้ยนไปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นที่เรียกว่าสายพันธุ์อังกฤษ บราซิล แอฟริกัน ในเวลาอีกไม่นานนี้ ทางศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ได้ทำการพัฒนาวิธีการตรวจ ซึ่งสามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ ด้วยเวลาอันรวดเร็วและด้วยราคาการตรวจประมาณ 50 บาทต่อตัวอย่าง และจะสามารถป้องกันการหลุดรอดของไวรัสที่ดื้อวัคซีนที่จะเข้ามาในประเทศไทย

      ทั้งนี้ยังสามารถทำการตรวจสอบที่ด่านชายแดน และสามารถประเมินสถานการณ์ของการติดเชื้อในประเทศไทยในทุกพื้นที่และตรวจสอบสายพันธุ์ที่ผิดเพี้ยนในประเทศไทยได้

      ทั้งนี้สายพันธุ์ที่ผิดเพี้ยนจะมีการถอดรหัสชิ้นส่วนอย่างละเอียดต่อได้อย่างรวดเร็ว และเพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาวัคซีนในรุ่นที่สองหรือรุ่นที่สามได้ในประเทศไทย

      โดยที่วัคซีนที่พัฒนาในประเทศไทยตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ

      และสามารถปรับเปลี่ยนวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว โดยการผลิตในใบพืชได้ภายในเก้าวันหลังจากที่ได้ทราบรหัสพันธุกรรมของไวรัสชนิดใหม่ และสามารถทำการตรวจสอบว่าวัคซีนชนิดใหม่มีประสิทธิภาพหรือไม่นั้นสามารถกระทำได้ภายในระยะเวลาสองถึงสามสัปดาห์

      และถือว่าเป็น การก้าวกระโดดของการรับมือกับโรคอุบัติใหม่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นโคโรนาไวรัส (โควิด–19) และที่ผิดเพี้ยนไปแต่จะรวมทั้งไวรัสในตระกูลอื่นที่เกิดขึ้น และที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งการวินิจฉัยในคนและในสัตว์และนำมาถึงการตอบโต้ ทำให้มีการควบคุมการระบาดได้อย่างรวดเร็วและสามารถพัฒนายาและวัคซีนได้อย่างทันท่วงที.

      หมอดื้อ

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิด-19สถานการณ์โควิดวัคซีนโควิดสุขภาพหรรษาหมอดื้อวัคซีนพาสปอร์ตศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่โรคอุบัติใหม่

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564 เวลา 14:35 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์