ด้วยความรักและความภูมิใจในแผ่นดินอีสานบ้านเกิด เป็นแรงผลักดันให้ นัฏฐภรณ์ คมจิต หรือ “คำนาง” นักคิด นักเขียน นักวิจัยที่หลายคนรู้จัก นำความรู้ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของอีสานที่มีคุณค่ามาสร้างมูลค่า พร้อมส่งต่อองค์ความรู้เรื่องราวของอีสานที่ถูกต้องสู่ผู้ที่สนใจผ่านสำรับกับข้าวคำนาง-นัฏฐภรณ์ คมจิต ผู้ก่อตั้ง เฮือนคำนางแบรนด์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของแผ่นดินอีสาน ที่มีทั้ง สำนักพิมพ์หนังสือ ที่ตั้งมา 17 ปี และร้านอาหารเฮือนคำนาง ที่ตั้งมา 6 ปี นำเสนอความงดงามและภูมิปัญญาของอีสานในรูปแบบ “พาข้าว” หรือ “สำรับอาหาร” ซึ่ง คุณคำนาง เล่าถึงจุดเริ่มต้นทั้งหมดของ “เฮือนคำนาง” มาจากคำว่า “ศักดิ์ศรี” เพียงคำเดียว โดยเล่าว่า นาง เป็นคนขอนแก่นลูกสาวอีสานแท้จริง จบมหาวิทยาลัยมหาสารคาม คณะมนุษยศาสตร์ ภาษาไทย เอกสื่อสารมวลชน จึงได้ทำหน้าที่เป็นนักข่าว 3 ปี เริ่มจากนักข่าวการเมืองประจำรัฐสภา ไปสู่นักเขียนทางด้านท่องเที่ยววัฒนธรรม ด้วยการทำงานด้านสื่อสารมวลชน มีความรู้สึกว่า ภาพจำของคนทั่วไปเกี่ยวกับอีสานไม่ถูกต้องทั้งหมด ในฐานะที่อยู่ในแวดวงสื่อเลยอยากสื่อสารให้คนรู้จักอีสานมากขึ้นให้ครบทุกแง่มุมจึงเปิดเฮือน หรือบ้าน เป็นประตูสู่วัฒนธรรมอีสาน ให้ผู้คนได้รู้จักผืนแผ่นดินอีสานในทุกมิติ โดย นาง เป็นวิทยากรให้ความรู้ ด้วยแนวคิด เสิร์ฟอีสานผ่านพาข้าว ณ เฮือนคำนาง “การเขียนหนังสือดี อาจทำให้คนอยากไปอีสาน แต่นางมองว่า ยังไม่ประสบความสำเร็จ เขายังจะต้องได้กิน ได้ชิม ได้ชมด้วย ซึ่งวัฒนธรรมการกินคนอีสาน เรากินยาเป็นอาหาร นางเลยเอาองค์ความรู้มาบวกศิลปะวิทยาการด้านอาหารอีสาน (Isan Gastronomy) ในบรรยากาศของพาข้าว จึงเป็นเรื่องของวัฒนธรรมในการกิน พร้อมบอกเล่าเรื่องราวของอีสาน ผ่านสำรับกับข้าว ซึ่ง “พาข้าว” ที่นี่จึงไม่ใช่ราคาอาหาร แต่เป็นราคาความรู้ ต้องจองเข้ามาก่อน เรารับเพียงวันละโต๊ะ ต้องมีการสื่อสารตรงๆ เพราะต้องทำอะไรเพื่อเขาคนนั้นคนเดียว หรือ กลุ่มเดียว เพื่อให้เขามาเรียนรู้เรื่องราวของอีสาน กินอาหารอีสานที่เป็นโอต์ กูตูร์ของอาหาร เป็นศาสตร์อีกอย่างหนึ่ง ที่ไม่เคยเจอในร้านส้มตำลาบก้อย เช่น เขาอยากรู้เรื่องเนื้ออีสาน ว่าเอาไปทำอะไร เราก็จัดอาหารเนื้ออีสานทุกสายพันธุ์ มาให้ชิม ว่าเนื้ออีสานมีความแตกต่างกันอย่างไร เรามีนักปราชญ์อีสาน หลากหลายหมุนเวียนเข้ามาอธิบาย ธุรกิจนี้เกิดจากการให้คุณค่าของสิ่งที่เรามีอยู่ ต้นทุนของเราคือ ภูมิปัญญาทุกอย่างที่เรามี ก่อเกิดเป็นมูลค่าค่ะ” ความสำเร็จในวันนี้ ทำให้ คุณคำนาง ภูมิใจที่ได้คืนศักดิ์ศรีของคนอีสาน ซึ่งก้าวต่อไปเธอบอกว่าอยากให้มีคำนางน้อย 2 3 4 5 ลูกหลานชาวอีสาน เกิดขึ้นมา ทั่วแผ่นดินอีสาน ที่เข้าใจภูมิปัญญาของเรา แล้วต่อยอดไปใช้อย่างอื่น แปรศิลปวัฒนธรรมของ พื้นที่ สร้างงาน สร้างอาชีพดูแลพ่อแม่ดูแลตัวเอง ซึ่งไม่ใช่แค่เด็กอีสานเท่านั้น ถ้าเด็กทุกภูมิภาคเข้าใจต้นทุนของตัวเอง แล้วเขาจะพัฒนาพื้นที่นั้นได้ จะเป็นซอฟต์เพาเวอร์ของประเทศ ถ้าประเทศเราเข้มแข็งด้วยพื้นถิ่น พื้นถิ่นเข้มแข็ง ประเทศไทยเราจะเข้มแข็ง เราจะเป็นมหาอำนาจได้ในเรื่องศิลปวัฒนธรรม“ทุกคนมีต้นทุนที่ดีทุกคนอยู่แล้ว เพียงแค่ต้องมองให้เห็นว่า สิ่งที่เรามีมันดีอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือบริบทแวดล้อม บางคนมีเก้าอี้ มีโต๊ะตัวเดียว นั่นคือ ต้นทุนที่มีมากกว่าคนที่ยืนเฉยๆไม่มีอะไร อยู่ที่เราจะเอาตรงนี้ไปใช้ประโยชน์อย่างไร ต่อยอดอย่างไร ต้องมาคิด คุณจะเจอว่าสิ่งนี้มันคือ ต้นทุนที่จะเป็นพลังบวกของเรา”...แง่คิดดีๆ ที่จะส่งต่อพลังบวกแก่คนรุ่นใหม่ของผู้หญิงเก่งคนนี้.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่