...การเที่ยวท่องล่องเรือสำราญ (Cruise Tourism) ปีนี้ 2019 ประเมินชาวโลกจะใช้บริการมากถึงราว 30 ล้านคน เพิ่มจากช่วงทศวรรษ 1990 หรือเกือบ 30 ปีก่อน ผู้คนใช้บริการเฉลี่ยปีละราว 3.8 ล้านคน เพิ่มเป็นกว่า 22.2 ล้านคนเมื่อช่วงปี 2558ถือเป็นธุรกิจโตเร็วมากที่สุดประเภทหนึ่งของโลกแน่นอน ลูกค้าผู้ใช้บริการตลาดใหญ่ที่สุดของโลกห้วงเวลานี้คือ “ชาวจีน” กำลังไล่บี้แซงขึ้นหน้าชาวอเมริกัน ซึ่งครองตำแหน่งนักเที่ยวล่องเรือสำราญมากที่สุดตลอดช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาลูกค้านักท่องเที่ยวล่องเรือสำราญยุคนี้ส่วนใหญ่คือ “กลุ่มคนชั้นกลางระดับบน” รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มครอบครัว กลุ่มเพื่อนฝูง หรือกลุ่มท่องเที่ยวแบบคู่รักฮันนีมูน ดูดดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ นิยาม “เที่ยวท่องล่องเรือสำราญ” คือการพักค้าง กินนอนรอนแรมบนเรือลำใหญ่นานตั้งแต่ 48 ชั่วโมง ชาวจีนพากันท่องเที่ยวแบบนี้ช่วงปีที่แล้วมากถึงราว 2.4 ล้านคน ตัวเลขเพิ่มจากช่วงปี 2557 มากถึงกว่า 3 เท่าไม่ใช่แค่ชาวจีน แต่ค่าเฉลี่ยการท่องเที่ยวประเภทนี้ทั่วทั้งทวีปเอเชียเพิ่มขึ้นระดับ 2 หลักเปอร์เซ็นต์ ถือได้ว่ายุคนี้ทวีปเอเชีย รวมไปถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ คือตลาดสำคัญที่สุดของการท่องเที่ยวล่องเรือสำราญท่าจอดเทียบเรือ สำราญขนาดใหญ่ยักษ์ จึงผุดขึ้นตามเมืองท่าใหญ่ๆมากมาย รวมถึงมหานครเซี่ยงไฮ้ข้อมูลปี 2558 ทั้งโลกมีสายการเดินเรือสำราญมากกว่า 62 บริษัท เรือสำราญรวมมากเกือบ 500 ลำ เตียงนอนพักค้างแรมบนเรือทั้งหมดมากเกือบ 500,000 เตียง แต่ปัญหาที่รัฐบาลหลายประเทศทั่วโลกกำลังตระหนัก “ชั่ง ตวง วัด” ข้อดีข้อเสียและผลกระทบจากธุรกิจประเภทนี้ โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม เรือสำราญแต่ละลำ ขนาดใหญ่มหึมา ใช้ไฟฟ้ามหาศาล ก่อมลภาวะมากมาย ตั้งแต่มลพิษทางอากาศ การปล่อยน้ำและของเสีย การรั่วไหลของคราบน้ำมัน ขยะจากเศษอาหารและขยะพลาสติกปริมาณมหาศาล เรือสำราญจำนวนไม่น้อยแอบปล่อยทิ้งขยะลงกลางทะเลและมหาสมุทรช่วงปี 2560 สายการเดินเรือสำราญรายใหญ่ที่สุดของโลก “คาร์นิวัล” ถูกระบุว่าเรือสำราญของบริษัทนี้ปล่อยก๊าซพิษ “ซัลเฟอร์ไดออกไซด์” ต้นเหตุแห่งโรคระบบทางเดินหายใจ โรคปอด ปลดปล่อย สารตะกั่วและก่อฝนกรดกระทบถึงสิ่งมีชีวิตทางทะเล ปริมาณการปลดปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์มากกว่าจากยานพาหนะทั่วทั้งทวีปยุโรปถึง 10 เท่ายังไม่นับรวมถึงปัญหาผลกระทบจากเรือสำราญลำใหญ่แล่นเข้าออกจอดเทียบท่า กระทบ กระทั่งกับชาวบ้านในท้องถิ่น โดยเฉพาะปัญหาก่อคลื่นสูงใหญ่และการเฉี่ยวชน ทำให้หลายพื้นที่ไม่อนุญาตเรือสำราญเข้าจอด เทียบท่าเรืออีกต่อไป แม้เรือสำราญยุคใหม่ถูกสร้างลำใหญ่ขึ้น รองรับผู้คนเดินทางคราวละเกือบ 6,000 ชีวิต เทคโนโลยีทันสมัยและปลอดภัยมากขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกสบายและความบันเทิงครบครัน ตอบสนองนักเดินทางทุกเพศทุกวัยได้แบบไม่รู้สึกเบื่อ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องตระหนักอย่างละเอียดรอบคอบ คือ ภาวะสมดุลระหว่าง “ความสำราญ” กับ “ผลกระทบสภาพแวดล้อม”....โหรกระแส