สร้างผลงานที่น่าภูมิใจและเป็นครั้งแรกของโลก เมื่อนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล นำเทคโนโลยีทางอาหาร เปลี่ยน “ข้าวหอมมะลิไทย” ให้เป็นนวัตกรรม “อาหารโฟมโปรตีนสูงเพื่อผู้สูงวัย” ซึ่งจะทำให้ “ข้าวหอมมะลิไทย” ได้เพิ่มมูลค่า และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเคี้ยวกลืนให้ได้รับโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวันรศ.ดร.วรางคณา ศรีจำนงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะหัวหน้าโครงการการพัฒนาอาหารโฟมโปรตีนสูงสำหรับผู้สูงวัย ประสบความสำเร็จจากการคิดค้น “นวัตกรรมอาหารต้นแบบ” ดังกล่าว โดยสร้างสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบ “ข้าวหอมมะลิของไทย” ในส่วนที่เป็น “ข้าวหัก” ที่เหลือจากการสีข้าว พร้อมได้ดำเนินการจดสิทธิบัตร โดยโครงการวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ภายใต้โครงการ RAINs for Thailand Food Valley และบริษัทร่วมทุนคือบริษัทอุบลถาวรค้าพืช ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาอาหารเสริมโปรตีนโฟมสำหรับผู้สูงอายุและการเพิ่มมูลค่าข้าวไทย โดยการสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืน รศ.ดร.วรางคณา อธิบายต่อว่า “โฟมโปรตีนสูงเพื่อผู้สูงวัยจากข้าวหอมมะลิไทย” เป็นนวัตกรรมอาหารที่ไม่เคยมีที่ใดมาก่อนในโลกซึ่ง “โปรตีน” จัดเป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นในทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะหน้าที่ในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และสำหรับผู้สูงวัย เพื่อป้องกันไม่ให้ตกอยู่ในภาวะของโรคซาร์โคเพเนีย (Sarcopenia) ที่ทำให้กล้ามเนื้อลีบเล็กและอ่อนแรง ซึ่งปริมาณโปรตีนที่ผู้สูงวัยควรได้รับในแต่ละวันจะเพียงพอคือ 1-1.2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ซึ่งจะได้รับครบถ้วนเพียงฉีดผลิตภัณฑ์ “โฟมโปรตีนสูงเพื่อผู้สูงวัยจากข้าวหอมมะลิไทย” ใส่ช้อนชา และรับประทานได้ทันทีส่วนเหตุผลที่ทีมวิจัยสร้างสรรค์ให้อยู่ในลักษณะของนวัตกรรม “อาหารโฟม” เนื่องจากผู้สูงวัยมักมีปัญหาทางด้าน “การเคี้ยว” เนื่องจากการเสื่อมสภาพ หรือสูญเสียฟันไปตามวัยที่ร่วงโรย และในบางรายที่มีภาวะสมองเสื่อม มักมีปัญหาในเรื่อง “การกลืน” ร่วมด้วย นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์โฟมโปรตีนจะช่วยลดอาการสำลักที่อาจเกิดขึ้นระหว่างรับประทาน ตลอดจนลดปัญหา “การคืนรูป” จากการรับประทานช้า โดยได้พัฒนาให้ผลิตภัณฑ์ “โฟมโปรตีนสูงเพื่อผู้สูงวัยจากข้าวหอมมะลิไทย” สามารถ “คงรูป” ได้นานถึง 10 นาที ภายหลังจากการบีบออกมาจากบรรจุภัณฑ์สำหรับอนาคต ทีมวิจัยอยู่ระหว่างการพัฒนากระบวนการผลิตในระดับที่ใหญ่ขึ้นและการพิจารณาถ่ายทอดเทคโนโลยีร่วมกับผู้ให้ทุน เพื่อให้ภาคเอกชนซึ่งมีที่ตั้งโรงงานในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคกลางของประเทศไทย ซึ่งอยู่ใกล้แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ใช้เป็นวัตถุดิบ หรืออาจพิจารณาสร้างโรงงานผลิตขึ้นเองภายในมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา ทั้งนี้ติดตามข่าวสารจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่ www.mahidol.ac.th