เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน "ค่าไฟ" กลายเป็นฝันร้ายของหลายครัวเรือน โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศที่เป็นตัวการหลักในการดึงพลังงาน หลายคนมองหาวิธีต่างๆ ในการสู้ค่าไฟแพงช่วงหน้าร้อน แต่ทราบหรือไม่ว่าการเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำพร้อมประหยัดเงินในกระเป๋านั้น มีเทคนิคที่มากกว่าแค่การตั้งอุณหภูมิ 25 องศา

ไทยรัฐออนไลน์แนะนำ 5 วิธีประหยัดแอร์แบบง่ายๆ ที่จะช่วยให้ใช้งานเครื่องปรับอากาศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและกินไฟน้อยที่สุด

เปิด 5 เทคนิคประหยัดแอร์หน้าร้อน ทำได้ง่ายๆ เซฟเงินค่าไฟได้จริง

การประหยัดไฟจากการใช้แอร์ไม่ใช่เรื่องของการ "อดทนกับความร้อน" แต่คือการ "บริหารจัดการความเย็น" ให้เกิดการสูญเสียพลังงานน้อยที่สุด ทำได้ง่ายๆ ด้วยเทคนิคต่อไปนี้

1. ใช้สูตร "27 องศา + พัดลม" แทนการลดอุณหภูมิแอร์

หลายคนชินกับการตั้งแอร์ที่ 23-24 องศาเพื่อให้เย็นเร็ว แต่รู้หรือไม่ว่าทุกๆ 1 องศาที่เพิ่มขึ้น จะช่วยประหยัดไฟได้ประมาณ 10% เทคนิคที่ทาง กฟผ. แนะนำคือการตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 26-27 องศาเซลเซียส แล้วเปิดพัดลมช่วย พัดลมจะช่วยเพิ่มความเร็วลม ทำให้ร่างกายรู้สึกเย็นสบายขึ้นเหมือนอยู่ที่ 24 องศา โดยที่คอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก

2. ล้างแอร์แบบ "Deep Cleaning" ทั้งคอยล์เย็นและคอยล์ร้อน

การล้างแอร์ไม่ใช่แค่การล้างฟิลเตอร์ (แผ่นกรอง) ที่คุณทำเองได้ทุกเดือน แต่ควรเรียกช่างมาล้างใหญ่ทุก 6 เดือน เพื่อกำจัดฝุ่นที่ฝังลึกในคอยล์เย็น และที่สำคัญคือคอยล์ร้อนที่อยู่นอกบ้าน หากคอยล์ร้อนสกปรก แอร์จะระบายความร้อนไม่ได้ ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักและกินไฟเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

...

3. การเลือกใช้ "Dry Mode" ในวันที่ความชื้นสูง

หลายคนมองข้ามโหมดรูปหยดน้ำ (Dry Mode) ซึ่งการลดความชื้นในอากาศจะทำให้เราสบายตัวขึ้น โดยไม่ต้องลดอุณหภูมิให้ต่ำลง ในวันที่ฝนตกหรืออากาศอบอ้าวแต่ไม่ร้อนจัด การเปิด Dry Mode จะช่วยให้คอมเพรสเซอร์ทำงานน้อยลง เพราะเน้นไปที่การควบแน่นความชื้น แทนการทำความเย็นแบบเต็มกำลัง (Cool Mode) ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานได้ในระยะยาว

4. ใช้ระบบ "Sleep Mode" ให้เป็นประโยชน์

ร่างกายมนุษย์ในขณะหลับลึกจะมีอุณหภูมิที่ลดลงและต้องการความเย็นน้อยลง การเลือกใช้ Sleep Mode แอร์จะค่อยๆ ปรับอุณหภูมิสูงขึ้นอัตโนมัติ 1-2 องศาหลังจากเราหลับไปแล้ว 1-2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงที่เราไม่รู้สึกตัวแต่เครื่องสามารถประหยัดไฟได้มหาศาลตลอดทั้งคืนโดยไม่เสียสุขภาพการนอน

5. เลือก BTU ให้ "พอดี" กับขนาดห้อง 

การเลือกขนาด BTU (หน่วยวัดที่ใช้ในการระบุความสามารถในการทำความเย็นหรือความร้อน) ของเครื่องปรับอากาศ อาจเป็นต้นเหตุที่หลายคนพลาด หาก BTU น้อยเกินไป คอมเพรสเซอร์จะทำงานที่ความเร็วสูงสุดตลอดเวลาเพื่อทำความเย็นให้ได้ตามเป้า แต่ถ้า BTU สูงเกินไป แอร์จะตัดบ่อยเกินความจำเป็นทำให้เกิดความชื้นสะสมและกินไฟช่วง Start เครื่องบ่อยครั้ง แนะนำให้ปรึกษาช่างเพื่อเลือกซื้อแอร์ให้มีขนาดเหมาะสมกับขนาดห้อง

การประหยัดค่าไฟแอร์ในช่วงหน้าร้อนไม่ใช่เรื่องยาก หากเข้าใจหลักการทำงานของเครื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าดัชนีความร้อนพุ่งสูงถึงเกณฑ์อันตรายในเดือนเมษายน 2569 ที่หลายคนอาจเปิดเครื่องปรับอากาศบ่อยกว่าปกติ ดังนั้น หากรู้เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการประหยัดแอร์ ก็จะช่วยเซฟค่าไฟได้เช่นกัน

...