เข้าสู่ช่วงหน้าร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูง หลายบ้านต้องเผชิญกับปัญหา "ค่าไฟแพง" จากการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าหนักขึ้น โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศและตู้เย็น ไทยรัฐออนไลน์รวบรวม 5 เคล็ดลับประหยัดไฟหน้าร้อน ที่สามารถทำตามได้จริง และช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้อย่างเห็นผล

เปิด 5 เคล็ดลับ ประหยัดไฟหน้าร้อน แค่ทำตามง่ายๆ ลดค่าไฟได้จริง

ในช่วงที่อากาศร้อนจัด เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภททำความเย็นจะทำงานหนักกว่าปกติหลายเท่า ส่งผลให้ตัวเลขในบิลค่าไฟพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ เพื่อเป็นการเตรียมรับมือ ขอแนะนำ 5 วิธีที่จะช่วยประหยัดค่าไฟ ดังต่อไปนี้

1. เทคนิคเปิดแอร์พร้อมพัดลม

เทคนิคที่ได้ผลที่สุดคือ การปรับแอร์ไปที่อุณหภูมิ 26-27 องศาเซลเซียส แล้วเปิดพัดลมเบอร์ 1-2 ควบคู่กันไป พัดลมจะช่วยเพิ่มความเร็วลม เพิ่มการเคลื่อนที่ของอากาศ ทำให้เกิดการระบายความร้อนจากร่างกาย เราจะรู้สึกเย็นลงประมาณ 2 องศาฯ ส่วนคอมเพรสเซอร์แอร์ก็ทำงานน้อยลง เพราะไม่ต้องกดอุณหภูมิให้ลงต่ำถึง 25 องศาฯ ในสภาวะอากาศข้างนอกที่ร้อนจัด 

...

2. เช็กขอบยางประตูตู้เย็นด้วยกระดาษ A4

รู้หรือไม่ว่าหากตู้เย็นมีจุดรั่ว โดยเฉพาะตรง "ขอบประตูตู้เย็น" จะส่งผลให้ตู้เย็นทำงานหนักกว่าเดิม 2-3 เท่า วิธีเช็กง่ายๆ ก็คือให้นำกระดาษ A4 หนึ่งแผ่นสอดไว้ที่ขอบประตูตู้เย็นแล้วปิด หากดึงกระดาษออกมาได้ง่าย แสดงว่าขอบยางเสื่อม ทำให้ความเย็นรั่วไหล คอมเพรสเซอร์จะเดินเครื่องตลอดเวลา การเปลี่ยนขอบยางใหม่ในราคาหลักร้อย จะสามารถลดค่าไฟตู้เย็นได้

3. ติดฟิล์มกรองแสง หรือม่านกัน UV

การป้องกันความร้อนไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้าน คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนักตั้งแต่ต้น หลายคนจึงเลือกติดตั้งฟิล์มกรองแสงอาคาร หรือม่านกันยูวี จะช่วยสะท้อนความร้อนออกไปก่อนจะถึงตัวห้อง ทำให้อากาศภายในตัวบ้านไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไป จึงช่วยลดการเปิดแอร์ได้นั่นเอง

4. ปรับตำแหน่งคอมเพรสเซอร์แอร์

คอมเพรสเซอร์แอร์ตัวนอกบ้าน หากอยู่ในที่อับลมหรือโดนแดดแรงๆ ในยามบ่าย จะทำให้เครื่องระบายความร้อนได้ยากขึ้น และกินไฟเพิ่มขึ้น 10-15 เปอร์เซ็นต์ จึงควรติดตั้งระแนงบังแดด  (แบบที่มีช่องระบายอากาศ) หรือติดตั้งกริลเปลี่ยนทิศทางลมแอร์ (Air Deflector) เพื่อไม่ให้ลมร้อนตีกลับเข้าเครื่อง

5. ซักผ้าในปริมาณที่พอดีกับความจุถัง

เครื่องซักผ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงในช่วงเริ่มเดินเครื่อง การซักผ้าทีละน้อยชิ้นบ่อยๆ คือตัวการทำค่าไฟพุ่ง แนะนำว่าควรซักผ้าในปริมาณที่พอดีกับความจุถัง (ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของถัง) เนื่องจากการตั้งค่าระดับน้ำสูงเกินความจำเป็นในการซักผ้า ทำให้มอเตอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อปั่นน้ำปริมาณมาก ดังนั้น การเลือกปริมาณน้ำให้พอดีกับผ้า จะช่วยลดระยะเวลาการทำงานของมอเตอร์ และลดการสูญเสียพลังงานในการสูบน้ำเข้า-ออก

...

การประหยัดไฟหน้าร้อน 2569 ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่เพียงแต่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือน แต่ยังเป็นการช่วยลดการใช้พลังงานของประเทศในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดได้อีกด้วย