ข่าว
100 year

ภารกิจยิ่งใหญ่ของ “เฉลิม อยู่วิทยา” ปั้นไวน์ไทยโด่งดังทั่วโลกเทียบเรดบูล

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 มี.ค. 2563 07:01 น.
SHARE

หลังจาก “เรดบูล” เครื่องดื่มชูกำลังของคนไทย ติดปีกบินไปสร้างชื่อเสียงมาแล้วทั่วทุกมุมโลก ด้วยฝีมือปลุกปั้นของ “เฉลิม อยู่วิทยา” ลูกชายคนโตของ “โกเหลียว-เฉลียว อยู่วิทยา” มหาเศรษฐีระดับตำนานของเมืองไทยผู้ล่วงลับ วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ “ไวน์สัญชาติไทย” ของ “สยาม ไวเนอรี่” จะผงาดในตลาดโลกบ้าง ในฐานะไวน์คุณภาพอันดับต้นๆของเอเชีย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของคนไทย

“ผมถนัดแต่เรื่องเครื่องดื่ม นอกจากเรดบูลแล้ว ผมยังอยากให้เกิดไวน์คัลเจอร์ในประเทศไทย โดยบริษัทสยาม ไวเนอรี่ ได้ปลูกองุ่นหลากหลายพันธุ์ เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตไวน์ ภายใต้แบรนด์ “Monsoon Valley” และ “Mont Clair” รวมถึงไวน์คูลเลอร์และไวน์ค็อกเทล ภายใต้แบรนด์ “สปาย” ผมอยากให้ไวน์เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้บริโภค เพื่อให้คนไทยนำไวน์มาดื่มกับอาหารในชีวิตประจำวัน อาหารไทยกำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก ผมเชื่อว่าไวน์ไทยก็น่าจะโกอินเตอร์ไปกับอาหารไทยได้ เป้าหมายของผมคือ ต้องการทำให้ไวน์ไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ที่ผ่านมา “สยาม ไวเนอรี่” ไปบุกตลาดในอังกฤษและญี่ปุ่นมาบ้าง แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะขาดประสบการณ์ในการทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก”...เจ้าพ่อไวน์ไทยบอกเล่าถึงภารกิจหนักอึ้งที่อยากปลุกปั้นไวน์ไทยให้โด่งดังระดับอินเตอร์ ระหว่างพาทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐ เดินเยี่ยมชมไร่องุ่น “มอนซูน แวลลีย์ วินยาร์ด” ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

หายหน้าหายตาไปจากเมืองไทยพักใหญ่ ทำไมวันนี้ถึงพาชมไร่องุ่นด้วยตัวเอง

ที่จริงไม่ได้หายไปไหนหรอก ก็ตระเวนดูตลาดไวน์ในต่างประเทศ เพื่อกลับมาพัฒนาธุรกิจ “สยาม ไวเนอรี่” ในเมื่อเราพิสูจน์ตัวเองได้แล้วว่าสามารถผลิตไวน์ไทยคุณภาพ ที่มีรางวัลมากมายเป็นเครื่องการันตี เราก็ไม่ควรจะทำตลาดเฉพาะในเมืองไทย แต่ต้องนำไวน์ไทยออกไปบุกเบิกในตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น เหมือนที่ “เรดบูล” เคยประสบความสำเร็จ ซึ่งผมเป็นคนริเริ่มบอกคุณพ่อเองว่า อย่าพึ่งพาเฉพาะตลาดเมืองไทย แต่ต้องขยายธุรกิจไปต่างประเทศด้วย ที่ผ่านมา “สยาม ไวเนอรี่” เริ่มไปบุกตลาดในอังกฤษและญี่ปุ่นมาบ้าง แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะขาดประสบการณ์ในการทำการตลาดและประชาสัมพันธ์

“สยาม ไวเนอรี่” ก่อตั้งมาเกือบ 4 ทศวรรษ แต่ทำไมตลาดไวน์ไทยจึงไม่พัฒนาไปไกลอย่างที่หวังไว้

เมื่อก่อนมีอยู่ช่วงหนึ่งเราทำได้ดีมาก สามารถผลิตไวน์ “มองต์ แคลร์” ที่มีราคาต่ำเพียงขวดละ 200 กว่าบาท แต่คุณภาพดี และรสชาติเหมาะกับคนไทย ทำให้ไวน์ของเราขายได้มากกว่าไวน์นำเข้าจากต่างประเทศทุกตัว แต่ตอนหลังไวน์ตัวนี้โดนเก็บภาษีสูง ราคากระโดดขึ้นไปใกล้เคียงกับไวน์นำเข้ายี่ห้ออื่นๆ เราเลยไม่สามารถต่อสู้กับไวน์ต่างประเทศได้ เพราะถ้าราคาเท่ากัน คนไทยก็มักจะเลือกไวน์นำเข้ามากกว่าไวน์ของคนไทยด้วยกันเอง ผมว่าน่าเสียดายมาก เพราะไวน์ที่เราผลิตทุกขวดทำจากองุ่นที่ปลูกโดยเกษตรกรไทยล้วนๆ ถือเป็นการสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้คนไทย

เฉพาะขายเรดบูลและกระทิงแดงก็รวยแล้ว ทำไมต้องทุ่มเทพลังพัฒนาตลาดไวน์ไทย

ผมก่อตั้ง “สยาม ไวเนอรี่” ตั้งแต่ปี 2525 เพราะต้องการให้วัฒนธรรมการดื่มไวน์ในไทย เป็นตัวแทนของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสุขภาพ ขณะเดียวกัน ก็ฝันอยากเป็นผู้ผลิตไวน์อันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย สิ่งที่ผมหวังไว้ไม่ได้เกินเลยอะไร ไวน์ไทยคงสู้ไวน์ต่างประเทศที่มีมานานแล้วไม่ได้ แต่อย่างน้อยผมก็หวังว่าในร้านอาหารไทยทั่วทุกมุมโลกจะมีไวน์ไทยวางขายอย่างเชิดหน้าชูตา เพราะไวน์ของเราตั้งใจผลิตขึ้นมาให้เข้ากันได้อย่างดีกับอาหารไทยที่มีรสจัด และเมื่อนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเมืองไทยก็อยากให้ดื่มไวน์โลเคิลของไทย มองว่าไวน์ไทยเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศไทย เราส่งภาษีให้รัฐปีละหลายหมื่นล้านบาท แต่สัดส่วนการส่งออกยังน้อยมาก ผมจึงอยากหันมาบุกเบิกตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเน้นไปที่เพื่อนบ้านในอาเซียนก่อน

ยากขนาดไหนคะ กว่าจะบิลต์ให้คนไทยรับวัฒนธรรมการดื่มไวน์เข้ามาในชีวิต

ผมหลงใหลในรสชาติของไวน์ และฝันอยากสร้างวัฒนธรรมไวน์ที่เข้มแข็งให้เกิดขึ้นในเมืองไทย ในช่วงแรกๆใช้วิธีค่อยๆปรับการรับรสชาติของคนไทยให้เข้าถึงความล้ำลึกของไวน์ จึงคิดทำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำจากองุ่นคือ “สปาย ไวน์ คูลเลอร์” ขึ้นมา ซึ่งก็ประสบความสำเร็จกลายเป็นแบรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นิยมอย่างสูงในกลุ่มสุภาพสตรีไทย โดยมียอดขายมากกว่า 180 ล้านขวดต่อปี เมื่อเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยได้เรียนรู้วัฒนธรรมการดื่มไวน์แล้ว ผมจึงตัดสินใจสร้างโรงบ่มไวน์ทันสมัยที่สุดขึ้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกองุ่นและมือบ่มไวน์มากประสบการณ์จากเยอรมนีมาช่วยพัฒนาไวน์ที่มีเอกลักษณ์เหมาะกับตลาดไทย โดยโรงบ่มไวน์แห่งนี้มีกำลังผลิตมากกว่า 30 ล้านลิตรต่อปี ถือเป็นโรงบ่มไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน แต่ถึงจะตั้งใจลงทุนขนาดนี้ก็ยังไม่สามารถทำให้คนไทยชื่นชมไวน์ไทยด้วยความภาคภูมิใจจริงๆ

ไวน์ไทยตัวไหนถือเป็นพระเอกที่สร้างชื่อให้ “สยาม ไวเนอรี่”

กว่าจะมาถึงวันนี้ ที่ผ่านมาเราต้องลองผิดลองถูกมาเยอะ เพราะเดิมประเทศไทยตั้งอยู่นอกเขตการปลูกองุ่นดั้งเดิม กระนั้น ความสำเร็จจากการเปิดตัว “ไวน์มอนซูน แวลลีย์” ในปี 2545 ทำให้เราขยายธุรกิจไวน์ได้อย่างรวดเร็วพอสมควร โดยจนถึงขณะนี้ “แบรนด์มอนซูน แวลลีย์” กวาดรางวัลระดับโลกมาแล้วมากกว่า 300 รางวัล ตอกย้ำว่าเราคือไวน์ไทยที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล โดยได้ฉายาว่า “นิว ละติจูด ไวน์” ที่ผมภูมิใจมากคือ ไวน์ทุกขวดบ่มเพาะจากองุ่นที่เติบโตในไร่องุ่นของเราเอง ทั้งหัวหิน, ทับกวาง และเชียงใหม่ โดยเฉพาะ “มอนซูน แวลลีย์ วินยาร์ด” ในหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถือเป็นแหล่งผลิตองุ่นที่ใหญ่ที่สุด และเป็นจุดกำเนิดของไวน์ไทยคุณภาพอย่าง “มอนซูน แวลลีย์” ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์องุ่น

โดยปัจจุบันมีองุ่นหลักๆอยู่ 5 สายพันธุ์ คือ โคลอมบาร์ด, เชนิน บลอง, แซงโจเวเซ, ดอน เฟลเดอร์ และชีราซ ด้วยความที่ตั้งอยู่ใกล้ทะเล ทำให้ไร่องุ่นหัวหินได้รับลมเย็นสบายตลอดวัน และได้ประโยชน์จากสภาพภูมิประเทศที่เป็นดินร่วนทรายกับหินชนวน อุดมด้วยสารอาหารประเมินค่าไม่ได้จากเปลือกหอยและฟอสซิลแร่ธาตุจากทะเล ทำให้องุ่นหลากหลายสายพันธุ์จากทั่วโลกเจริญเติบโตได้ดี และกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตไวน์คุณภาพ สิ่งที่ผมเน้นมากคือ การรักษาสมดุลของธรรมชาติ และสร้างความหลากหลายทางชีววิทยา อันนี้คือกุญแจสำคัญในการสร้างไวน์ไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เลยวัยเกษียณมาหลายปี ทำไมยังไม่คิดวางมือ แล้วหาความสุขในช่วงบั้นปลายชีวิต

กันยายนนี้ ผมอายุ 72 แล้ว แต่ผมยังทำงานทุกอย่างด้วยความสุขและสนุก ความฝันของผมที่อยากเห็นไวน์ไทยเป็นไวน์อันดับหนึ่งของเอเชียมันยังไม่จบ มันพัฒนามาได้ไกลแล้ว แต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายโดยเฉพาะคนไทย ผมอยากเห็นคนไทยดื่มไวน์ไทยด้วยความภูมิใจ ผมไม่เคยเบื่อเลย แฮปปี้มากที่ได้มาเดินดูไร่องุ่น เห็นผลผลิตเจริญเติบโตดีแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว ผมยังอยากสร้างวัฒนธรรมการดื่มไวน์ให้แพร่หลายในประเทศไทยมากกว่านี้ และจะมีความสุขมากที่ได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของไวน์ไทยสู่ชาวโล

ยามว่างของ “เจ้าพ่อไวน์ไทย” ทำอะไรบ้าง

ผมเป็นคนกินอยู่ง่ายๆ ถึงวัยนี้แล้วก็พยายามดูแลสุขภาพให้ดี คอยระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน และหมั่นออกกำลังกาย ปกติผมตื่นหกโมงเช้า อาบน้ำเสร็จก็อ่านหนังสือพิมพ์ ดูข่าว แล้วเซ็นเอกสาร จากนั้นก็นัดประชุมที่บ้าน ไม่ค่อยเข้าออฟฟิศ ผมเป็นคนติดครอบครัว ยามว่างชอบเดินทางท่องเที่ยว ชอบไปพักผ่อนต่างจังหวัด ผมชอบต้นไม้ ชอบทานอาหารพื้นเมือง ชอบทานก๋วยเตี๋ยวทุกชนิด อาหารทางเหนือก็ชอบมาก เช่น น้ำพริกอ่อง, น้ำพริกหนุ่ม, แหนม, หมูทอด และข้าวเหนียว ไทยรัฐแนะนำร้านไหนอร่อย ก็จะให้คนไปซื้อมาชิม

ไวน์ไทยมีโอกาสจะโด่งดังไปทั่วโลกเหมือนเรดบูลไหมคะ

ถ้าได้การสนับสนุนจากรัฐบาล ผมคิดว่าจะไปได้ดีแน่นอน อยากให้รัฐสนับสนุนเกษตรกรให้ปลูกองุ่นมากขึ้น ปลูกไม่ยากเลย แค่ปีครึ่งก็ได้ผลผลิตแล้ว สามารถสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้คนไทย.

ทีมข่าวหน้าสตรี

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เฉลิม อยู่วิทยาทีมข่าวหน้าสตรีไวน์ไทยสยาม ไวเนอรี่ไวน์สัญชาติไทย

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้