ทุกวันสำคัญทางศาสนาหรือเทศกาลวันมงคล ขึ้นปีใหม่ ตรุษจีน...ผู้คนที่มีศรัทธาทั้งไทยเทศจำนวนไม่น้อยต่างเดินทางไปที่เขาคอหงส์มุ่งหน้าไปสักการะ “พระพุทธมงคลมหาราช” ...“ท้าวมหาพรหม” ...“องค์พระโพธิสัตว์กวนอิม” ที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาในอาณาบริเวณสวนสาธารณะนครหาดใหญ่ที่ซึ่งได้รับขนานนามว่าเป็น...สถานที่แห่งพระธรรม “ชุมนุมเทพผู้พิทักษ์ที่เขาคอหงส์”การเดินทางไม่ยุ่งยากแต่อย่างใด...จากทางขึ้นต้นทางสวนสาธารณะเมืองหาดใหญ่ ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีเพื่อขึ้นไปยังยอดเขา มาถึงจุดแรก คือที่ประดิษฐาน “ท้าวมหาพรหม” ซึ่งตั้งอยู่บนยอดสุดของเขาคอหงส์ เป็นจุดที่ทั้งชาวไทย นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ และชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนที่มีความเคารพนับถือแวะเวียนขึ้นมากราบไหว้กันอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี “เขาคอหงส์” คือจุดเริ่มต้นของแรงศรัทธา เรื่องราวข้อมูลจากครอบครัวผู้พิทักษ์ 3 ชั่วอายุคนที่ฝากตัวดูแลรับใช้ท้าวมหาพรหม บอกว่า ท้าวมหาพรหมมีมานานแล้ว นับจากสมัยปู่ ย่า ตา ยาย ที่ทำหน้าที่ให้ความสะดวกผู้มาเยือนที่ตั้งใจมาสักการบูชา ซึ่งในอดีตยังไม่สะดวกเหมือนทุกวันนี้ สมัยก่อน... ไม่มีกระเช้าเชื่อมระหว่างยอดเขา มีแต่ป่า ต้นไม้ก็ขึ้นรกเรื้อไปหมด ต้องดูแลทำความสะอาด สร้างบรรยากาศให้ดูดีไม่รกไม่ร้างกล่าวกันว่า “ผู้บูชาพระพรหม” จะได้รับการบันดาลพรให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา ด้วยความเชื่อ แรงศรัทธาข้างต้นนี้ทำให้ทั้งคนไทย คนต่างชาติโดยเฉพาะชาวมาเลเซียต่างก็หลั่งไหลมาสักการะไม่ขาดสายการถวายเครื่องสักการะ ก็จะมีพวงมาลัย ดอกไม้ ธูปเทียน ช้าง ม้า ผ้าแพรพรรณ ละคร ระบำ รำฟ้อน ฯลฯ ใครบนบานขออะไรให้ท่านช่วยประทานพรไว้แล้วสมปรารถนาก็มาแก้บนตามที่อธิษฐานตั้งใจไว้สิ่งสะท้อนแรงศรัทธานอกจากเครื่องสักการะแก้บนแล้ว ยังมีเรื่องของการจุดประทัดที่นิยมกันมากเช่นกัน แม้ว่าวันธรรมดาจะมีไม่มากเท่าใดนัก แต่ถ้าเป็นวันหยุดเทศกาลสำคัญแล้วล่ะก็คิวจะแน่นมาก อย่างน้อยก็จุดเป็นหมื่นนัด บางคนก็จุดเป็นแสนนัดก็ยังมี ที่สำคัญ...เคยมีการจุดมากถึงล้านนัดทีเดียว เรียกว่าเสียงประทัดดังลั่นไปทั่วทั้งขุนเขา สำหรับ “ช้างเอราวัณ” หรือ “ช้างสามเศียร” ความเชื่อในบางตำนานกล่าวถึงไว้ว่า พระอิศวรได้ประทานช้างเอราวัณให้เป็นช้างทรงของพระอินทร์ ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของพระอินทร์มาก เชื่อกันว่าช้างเอราวัณเป็นเทพบุตรองค์หนึ่ง เมื่อพระอินทร์ต้องการจะเสด็จไปไหน เอราวัณเทพบุตรก็จะแปลงกายเป็นช้างเผือกรูปงามที่มี 33 เศียร แต่ละเศียรมี 7 งา...งาแต่ละงาก็ยาวถึง 4 ล้านวาที่สำคัญ...ยังเป็นช้างที่มีพละกำลังมากที่สุดอีกด้วยลัดเลาะตามไหล่เขาลงมาเรื่อยๆเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธมงคลมหาราช” องค์ใหญ่สีทองเหลืองอร่ามตายืนตระหง่านประทานพร หันหน้าไปทางทิศตะวันตก เป็นที่น่าเลื่อมใสศรัทธายิ่งแก่ผู้มาสักการะ“พระพุทธมงคลมหาราช” หล่อด้วยทองเหลืองเนื้อดีอย่างวิจิตรงดงาม มีความสูง 19.90 เมตร ถือเป็นพระพุทธรูปประจำนครหาดใหญ่ เป็นพระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ บริเวณนี้นอกจากเรียกกระแสศรัทธาจากผู้คนทั่วทุกสารทิศแล้ว บริเวณไม่ไกลกันนักยังมีจุดชมวิวให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสบรรยากาศมุมสูงชมความงามเมืองหาดใหญ่ได้เป็นอย่างดีก่อนที่ผู้มาเยือนจะขึ้นไปยังยอดเขา ควรที่จะต้องแวะสักการะ “พระโพธิสัตว์กวนอิม” ...สร้างด้วยหินหยกสีขาว ขนาดความสูง 9.9 เมตร น้ำหนัก 80 ตันด้วยกระแสแรงศรัทธารวมใจจากเทศบาลนครหาดใหญ่ พ่อค้า ประชาชน สมาคมมูลนิธิฯต่างๆที่รวมพลังศรัทธากัน ผ่านฝีมือแกะสลักอย่างประณีตโดยช่างชาวจีน มณฑลเหอเป่ยเคล็ดไม่ลับที่บอกต่อๆกันมามีว่า ก่อนที่จะไปสักการะควรที่ต้องมาไหว้เทพเจ้าที่ประดิษฐานภายในปากมังกรกันก่อน.....เดินเข้ามายังปากมังกร จะพบศาลาอยู่ทางซ้ายมือ มีบันไดมังกรให้ขึ้นไปสักการะพระโพธิสัตว์ 12 นักษัตร รวมถึงเง็กเซียนฮ่องเต้...ผู้ซึ่งเป็นประมุขของเทพเจ้าทั้งหลาย ประทานพร อำนาจ วาสนา อีกทั้งพระสังกัจจายน์... ประทานโชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์พูนสุข “เทพเจ้ากวนอู”...เทพแห่งคุณธรรม ความซื่อสัตย์ ประทานความก้าวหน้าในชีวิตแก่ผู้มากราบไหว้ และยังมี “พญาครุฑ” สัตว์เทพ พาหนะแห่งมหาเทพวิษณุ...รวมทั้ง “พระแม่ลักษมีเทวี”...ก็มีปรากฏให้เห็นสักการบูชา ณ หุบเขาที่ซึ่งเป็นศูนย์รวมเทพเจ้าแห่งนี้เช่นกัน“ศรัทธา”...นำมาซึ่ง “ปาฏิหาริย์” โปรดอย่าได้ล้อเล่นกับศรัทธา.รัก–ยม