ไลฟ์สไตล์
100 year

กลิ่นใครคิดว่าไม่สำคัญ ดมปุ๊บรู้เลยติดโควิด

หมอดื้อ
21 ก.พ. 2564 05:01 น.
SHARE

หมอได้อ่านเรื่องนี้เลยทำให้นึกถึงเมื่อสมัยเป็นนักเรียนแพทย์ ครูที่สอน ท่านมีความสามารถเอกอุ เมื่อเดินเข้าไปในหอผู้ป่วย เห็นคนไข้จะบอกได้ในพริบตาว่า อาการขณะนี้อยู่ในภาวะจะวิกฤติ (near critical) จะต้องรีบทำอะไรสักอย่าง หรือลักษณะเพิ่งเป็นมา (acute) เป็นมานานแล้วเรื้อรัง (chronic)

หรือดูท็อกซิก (toxic) ซึ่งไม่ได้หมายความถึงเป็นพิษอย่างในความหมายทั่วไป แต่หมายถึงดูอยู่ในขั้นอันตราย รวมทั้งบอกได้ทันทีว่ามีซีดมีเหลือง ซึ่งเป็นลักษณะของดีซ่านหรือมีความผิดปกติของระบบตับ

การดูลักษณะเช่นนี้เราเรียกกันว่าดู “โหงวเฮ้ง” หรือดูลักษณะทั่วไปของผู้ป่วยก่อน และสามารถที่จะมีการปฏิบัติก่อนหลังตามลำดับความสำคัญได้เลย เหมือนเช่นเวลาดูผู้ป่วยในหอซึ่งมีอยู่ 30 คน เราก็ไม่ได้ดูตามปกติตั้งแต่เตียงที่หนึ่งยันไปถึง 30 แต่ดูตามลำดับความรีบด่วนและความสำคัญ เป็นต้น

และเช่นเดียวกัน การใช้ตาดูเพื่อมาประเมินโหงวเฮ้ง ยังใช้หูฟังสิ่งที่คนไข้อธิบายหรือญาติคนไข้อธิบาย และสังเกตเสียงพูดขณะที่พูด มีความผิดปกติของกลไกที่ควบคุมการเปล่งเสียง คุณภาพของเสียง การเลือกใช้คำ การโต้ตอบ เป็นต้น

และที่สุดยอดอีกหนึ่งก็คือ กลิ่น ครูของเราเมื่อเข้าไปดู ท่านทำจมูกฟุดฟิดเล็กน้อยและบอกได้เลยว่ามีโรคตับหรือโรคไต ซึ่งจะมีกลิ่นพิเศษและบอกว่าขณะนี้อยู่ในระยะที่ไม่น่าไว้ใจและมีของเสียอยู่ในตัวเยอะแล้ว

การสังเกตสังกา ดูรูป รส เสียง กลิ่น เป็นคุณสมบัติประจำตัวของมนุษย์ แต่กลายเป็นความหลงใหล คลั่งไคล้ไปก็มี (อันนี้ไม่เกี่ยวกับวิชาการแล้วครับ)

ในสัตว์ โดยเฉพาะสุนัข เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า มีการฝึกให้สุนัขดมกลิ่นระเบิด ยาเสพติด กลิ่นคนร้ายเพื่อตามร่องรอย และเมื่อคนร้ายถูกจับตัวได้ สุนัขจะทำการยืนยันพิสูจน์

คุณสมบัติเฉพาะดังกล่าวนี้เอง ทำให้มีการศึกษาว่าสุนัขจะทำการวินิจฉัยคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้หรือไม่ และได้รายงานตีพิมพ์ในวารสารทางวิทยาศาสตร์ Plos one ในวันที่ 10 ธันวาคม 2020

คณะผู้ทำการศึกษามาจากสถาบันในประเทศฝรั่งเศส และเบรุต เลบานอน ทั้งนี้ เป็นการศึกษาเพื่อพิสูจน์ หรือตรวจสอบว่าความเชื่อหรือสมมติฐานที่ตั้งไว้จะเป็นความจริงหรือไม่อย่างไร (proof of concept) โดยอยู่ในโครงการ Nosais

ทั้งนี้ มีข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า สุนัขนั้นสามารถที่จะแยกแยะและตรวจจับผู้ป่วยที่ติดเชื้อปรสิต หรืออุจจาระกองไหนมีพยาธิ หรือคนที่เป็นโรคมะเร็งหลายชนิด

และในปี 2006 มีการตีพิมพ์รายงานการใช้สุนัขในการตรวจจับมะเร็งปอดและมะเร็งเต้านม และต่อมาในปี 2010 มะเร็งของกระเพาะปัสสาวะและเรื่อยมามะเร็งของลำไส้ใหญ่ ต่อมลูกหมาก ตับและมะเร็งของผิวหนังชนิดร้ายแรง และยังรวมโรคที่ไม่ใช่โรคติดเชื้อหรือมะเร็งเช่น คนเป็นเบาหวาน

สุนัขที่ใช้ในการดมกลิ่นที่ใช้ในการศึกษานี้เป็นสุนัขที่ใช้ตรวจจับระเบิดซึ่งถูกฝึกมาให้สามารถจับระเบิดได้ 40 ชนิด และสุนัขที่ใช้ในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยและสุนัขที่ใช้ดมกลิ่นและตรวจกับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ (จากแก๊สที่ออกมาจากลำไส้)

การศึกษานี้เป็นการดมกลิ่นเหงื่อที่เก็บจากรักแร้ของผู้ติดเชื้อ

การดมกลิ่นของสุนัขในการจับโควิด-19 นั้นมาจากการที่เหงื่อจะมีสารที่ปลดปล่อยออกมาจากปฏิกิริยาในเซลล์หรือเกิดจากการที่มีไวรัสเพิ่มจำนวนในเซลล์และเกิดความเปลี่ยนแปลง จนถึงเซลล์ในต่อมเหงื่อ เกิด VOC (volatile organic compounds)

การเก็บเหงื่อจากซอกรักแร้ ปฏิบัติโดยแพทย์หรือพยาบาลโดยมีผู้ช่วย ซึ่งจะทำให้การเก็บเหงื่อเป็นเหงื่อที่ได้จากผู้ป่วยเองโดยไม่มีการปะปนของกลิ่นจากผู้เก็บตัวอย่าง ทั้งนี้ มีการฝึกฝนการเก็บตัวอย่างที่ถูกต้องรวมกระทั่งถึงมีการใส่ชุดป้องกันของผู้เก็บตัวอย่าง รวมกระทั่งถึงถุงมืออย่างเต็มที่

การใช้ตัวอย่างเหงื่อที่รักแร้เป็นมาตรฐานสำหรับสุนัขที่ใช้ในการดมกลิ่นเพื่อค้นหาผู้ประสบภัย แผ่นที่แปะที่รักแร้นั้นจะแปะไว้ประมาณ 20 นาที โดยปริมาณของเหงื่อที่เก็บได้นั้นจะอยู่ที่ 75 มิลลิกรัม

การฝึกสุนัขสำหรับดมกลิ่นการติดเชื้อโควิด-19 นั้นจะมีขั้นตอนที่รัดกุมจนกระทั่งได้สุนัขที่มีความเก่งกาจในการแยกแยะเหงื่อจากผู้ที่ติดและไม่ติดเชื้อโควิด-19 (รายละเอียดของการเก็บวัสดุ และขั้นตอน รวมถึงการฝึกสุนัข และวิธีทดสอบ สามารถค้นหาจากวารสารที่ได้กล่าวไว้ดังข้างต้น)

สุนัขที่ใช้ในการดมกลิ่นเป็น Belgian Malinois 5 ตัว และ Jack Russell terrier 1 ตัว

ตัวอย่างที่ได้มาจากผู้ติดเชื้อโควิด -19 ที่มีอาการเป็นจำนวน 95 รายและมาจากคนที่ไม่มีการติดเชื้อโควิด-19 เลยอีกเป็นจำนวน 82 รายด้วยกัน

ผลที่ได้จากการศึกษาเป็นที่น่าประทับใจ และอัตราของความสำเร็จในสุนัขแต่ละตัวนั้นอยู่ตั้งแต่ 76 จนกระทั่งถึง 100% และจัดเป็นการคัดกรองชั้นยอดอีกประเภทหนึ่ง โดย สุนัขฝึก 3-8 สัปดาห์ ดมเหงื่อจากรักแร้บอกได้เลยว่าติดโควิด-19 หรือไม่ โดยรวมทั้งกลุ่มจะมีความแม่นยำ 85-100% และสามารถบอกว่า “ไม่ติด” ถูกต้อง 92-99%

คณะผู้ทำการศึกษาได้ออกตัวไว้ว่า การนำไปใช้ปฏิบัติจริง อาจจะต้องมีการตรวจสอบ ทดสอบอีกระยะหนึ่ง แต่ในประเทศไทยเอง ที่ได้รับทราบจากองค์กรเอกชนก็มีการนำสุนัขที่ได้รับการฝึกมาคัดกรองผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 บ้างแล้ว แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า เหงื่อที่สุนัขสามารถดมกลิ่นและแยกแยะได้จะเป็นตัวอย่างที่ได้จากคนติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการทั้งสิ้น

ดังนั้น การนำมาแยกแยะคนที่ติดเชื้อโดยที่ไม่มีอาการอาจจะต้องมีการประเมินอีกครั้งก็เป็นได้

ว่าแล้ว สุนัขยังคงเป็นเพื่อนแท้นะครับ.

หมอดื้อ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19สุขภาพหรรษาหมอดื้อกลิ่นดมกลิ่นการวิจัยสุนัขดมกลิ่น

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 9 มีนาคม 2564 เวลา 02:14 น.